film slate clapboard ช่วยซิงค์ภาพกับเสียง
ในงานที่อัดเสียงด้วยเครื่องแยกจากกล้อง ภาพและเสียงอยู่คนละไฟล์ ตอนเอามาตัดต่อต้องจับให้ตรงจังหวะกัน การตบสเลทสร้างทั้งภาพที่ไม้กระทบกันและเสียงแก๊กในวินาทีเดียวกันเป๊ะ ในขั้นตัดต่อเราหาเฟรมที่ไม้กระทบกันในภาพ แล้วจับให้ตรงกับจุดที่เสียงแก๊กดังในไฟล์เสียง เท่านี้ภาพและเสียงก็ซิงค์กัน นี่คือวิธีซิงค์แบบพื้นฐานที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีระบบ timecode ราคาแพงหน้าที่ที่ 2 จัดระเบียบและกำกับเทค
บนสเลทมีช่องเขียนข้อมูลสำคัญ เช่นชื่อโปรเจกต์ หมายเลขฉาก หมายเลขเทค และวันที่ พอเริ่มถ่ายแต่ละเทค เราเขียนข้อมูลและให้มันปรากฏในภาพช่วงต้น ทำให้ตอนมาคัดและตัดต่อ เรารู้ทันทีว่าคลิปไหนเป็นฉากอะไรเทคที่เท่าไร ในงานที่ถ่ายเป็นร้อยเทค การมีป้ายกำกับนี้ช่วยประหยัดเวลาคัดงานมหาศาล ทำไมเรื่องนี้สำคัญในงานที่มีหลายเทคและหลายฉาก เพราะถ้าไม่มีระบบกำกับ คลิปดิบเป็นร้อยจะดูเหมือนกันไปหมด การมานั่งเดาว่าคลิปไหนคือเทคที่ผู้กำกับเลือกเสียเวลาและพลาดง่าย สเลททำให้ทุกคลิปมีป้ายชื่อตั้งแต่ต้นงานเล็กก็ยืมหลักการได้
เราไม่จำเป็นต้องมีสเลทมืออาชีพก็ได้ แต่หลักการเอาไปใช้ได้ ถ้าเราอัดเสียงแยก การตบมือหน้ากล้องในจุดเริ่มก็ทำหน้าที่ซิงค์แบบเดียวกับสเลทได้ และถ้าถ่ายหลายเทค การพูดบอกหน้ากล้องสั้น ๆ ว่านี่เทคที่เท่าไรก่อนเริ่ม ก็ช่วยจัดระเบียบตอนตัดต่อได้ เป็นการยืมหลักการของสเลทมาใช้แบบง่าย ในงานที่ใช้ระบบ timecode ซิงค์อัตโนมัติอยู่แล้ว สเลทยังมีประโยชน์ในแง่การกำกับเทคและเป็นตัวสำรองการซิงค์เผื่อ timecode มีปัญหา มันจึงยังถูกใช้แม้ในกองที่มีเทคโนโลยีพร้อมสรุป
สเลทไม่ใช่แค่ของเท่ในกองถ่าย มันทำสองหน้าที่จริง คือสร้างจุดอ้างอิงภาพและเสียงพร้อมกันเพื่อซิงค์ และเป็นป้ายกำกับข้อมูลเทคเพื่อจัดระเบียบงาน แม้งานเล็กก็ยืมหลักการนี้มาใช้ได้ด้วยการตบมือและบอกเทคหน้ากล้อง ช่วยให้ขั้นตัดต่อเป็นระบบและเร็วขึ้น ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่า Slate กับ clap board มีไว้ทำไมสรุปเนื้อหาสำคัญ ว่า Slate กับ clap board มีไว้ทำไม
- มันทำสองหน้าที่จริง คือสร้างจุดอ้างอิงภาพและเสียงพร้อมกันเพื่อซิงค์ และเป็นป้ายกำกับข้อมูลเทคเพื่อจัดระเบียบงาน
- แม้งานเล็กก็ยืมหลักการนี้มาใช้ได้ด้วยการตบมือและบอกเทคหน้ากล้อง ช่วยให้ขั้นตัดต่อเป็นระบบและเร็วขึ้น










