ขั้นตอนที่คนใช้กิมบอลมือใหม่มักข้ามแต่สำคัญที่สุดคือการบาลานซ์กล้องก่อนเปิดเครื่อง หลายคนแค่ยึดกล้องแล้วเปิดกิมบอลเลย พอภาพยังสั่นหรือแบตหมดเร็วก็งงว่าทำไม ทั้งที่ต้นเหตุคือไม่ได้บาลานซ์ การบาลานซ์คือการจัดให้กล้องอยู่ในจุดสมดุลบนแต่ละแกนก่อนให้มอเตอร์ทำงาน ผมอยากชวนมาดูว่าทำไมมันสำคัญและทำยังไง เพราะมันเป็นทักษะพื้นฐานที่ทำให้กิมบอลทำงานได้เต็มที่และยืดอายุการใช้งาน
ทำไมต้องบาลานซ์
เหตุผลที่ต้องบาลานซ์คือมอเตอร์ในกิมบอลถูกออกแบบมาให้ชดเชยการสั่น ไม่ใช่แบกน้ำหนักที่ไม่สมดุล ถ้ากล้องเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพราะไม่ได้บาลานซ์ มอเตอร์ต้องออกแรงตลอดเวลาเพื่อดึงกล้องให้อยู่ตรง ผลคือแบตหมดเร็ว มอเตอร์ร้อน และกันสั่นได้ไม่ดีเพราะกำลังมอเตอร์ถูกใช้ไปกับการดึงน้ำหนักแทนการชดเชยการสั่น การบาลานซ์ให้กล้องอยู่นิ่งได้เองก่อนเปิดเครื่องจึงปลดปล่อยให้มอเตอร์ทำหน้าที่กันสั่นได้เต็มที่
วิธีบาลานซ์ทีละแกน
วิธีบาลานซ์ทำทีละแกนตามลำดับ โดยทำตอนปิดมอเตอร์ เริ่มจากแกนที่ดูแลการเอียงหน้าหลังก่อน คือเลื่อนตำแหน่งกล้องหน้าหลังจนกล้องอยู่นิ่งไม่ทิ้งหัวหรือท้าย จากนั้นบาลานซ์แกนที่ดูแลการเอียงข้าง โดยปรับให้กล้องไม่เอียงตกไปด้านซ้ายหรือขวา และสุดท้ายบาลานซ์แกนที่ดูแลการหันซ้ายขวา โดยดูว่ากล้องไม่หมุนไปเองเมื่อเอียงกิมบอล การทำทีละแกนอย่างใจเย็นและเช็กว่ากล้องอยู่นิ่งได้เองในแต่ละแกนคือหัวใจของการบาลานซ์ที่ดี
บาลานซ์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำหนัก
จุดที่ควรรู้คือทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์ เปลี่ยนอุปกรณ์บนกล้อง หรือเปลี่ยนน้ำหนักใด ๆ ต้องบาลานซ์ใหม่ เพราะจุดสมดุลเปลี่ยนไป หลายคนบาลานซ์ครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนเลนส์โดยไม่บาลานซ์ใหม่ ทำให้กิมบอลทำงานหนักโดยไม่รู้ตัว การทำบาลานซ์ให้เป็นนิสัยทุกครั้งที่เซ็ตอัปช่วยให้กิมบอลทำงานดีสม่ำเสมอ และเมื่อบาลานซ์ดีแล้ว การคาลิเบรตหรือปรับจูนในแอปของกิมบอลก็จะให้ผลที่ดีขึ้นด้วย เพราะระบบเริ่มต้นจากสมดุลที่ถูกต้อง
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ บาลานซ์กิมบอลก่อนใช้ทุกครั้งเพราะมอเตอร์มีไว้ชดเชยการสั่นไม่ใช่แบกน้ำหนักที่ไม่สมดุล ทำทีละแกนตอนปิดมอเตอร์จนกล้องอยู่นิ่งได้เองในแต่ละแกน และบาลานซ์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเลนส์หรือน้ำหนัก การบาลานซ์ที่ดีทำให้กันสั่นได้เต็มที่ แบตอยู่ทน และมอเตอร์ไม่ร้อน เป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีแต่เปลี่ยนผลลัพธ์ได้มาก อย่าข้ามขั้นตอนนี้แล้วกิมบอลของเราจะทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น