📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

เลนส์อนามอร์ฟิก กับ เลนส์ทรงกลม เหมาะกับใคร

เลนส์อนามอร์ฟิก กับ เลนส์ทรงกลม

มาลองเปรียบเทียบเลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม ให้เห็นความเหมาะสมของแต่ละแบบ พอสายวิดีโอเริ่มอยากได้ลุคหนัง คำถามที่โผล่มาแทบทุกคนคือ ควรกัดฟันลงทุนกับอนามอร์ฟิก หรือใช้เลนส์ทรงกลมทั่วไปที่ง่ายกว่าเยอะ เรื่องเลนส์อนามอร์ฟิก กับ เลนส์ทรงกลมนี่ผมเจอคำถามบ่อยมาก คนเห็นลุคอนามอร์ฟิกในหนังแล้วอยากได้ แต่ก็ลังเลว่ามันจะคุ้มกับความยุ่งยากไหม ผมขอเทียบให้ดูแบบกลาง ๆ นะ ไม่ได้จะชี้ว่าตัวไหนดีกว่า เพราะสองแบบนี้มันคนละงานกันจริง ๆ

เลนส์ทรงกลม จุดขายคือความง่าย

เลนส์ทรงกลมทั่วไปจุดขายมันคือความง่าย หยิบมาถ่ายได้เลย ได้ภาพสัดส่วนปกติทันทีไม่ต้องมานั่ง desqueeze เข้าไปถ่ายใกล้ ๆ ได้สบาย ตัวเบากว่า ราคาเป็นมิตรกว่ามาก แล้วมีให้เลือกทุกช่วงราคาตั้งแต่ถูกยันแพง งานทั่ว ๆ ไปส่วนใหญ่ ตั้งแต่งานลูกค้าทั่วไปจนถึงงานจริงจัง เลนส์ทรงกลมก็เอาอยู่หมด สิ่งที่มันให้ไม่ได้คือคาแรกเตอร์เฉพาะของอนามอร์ฟิก ทั้งแฟลร์เส้นยาว โบเก้วงรี ความรู้สึกจอกว้างแบบหนัง อยากได้ลุคพวกนั้นจริง ๆ เลนส์ทรงกลมเลียนแบบได้ไม่เต็มร้อย ต่อให้ใส่ฟิลเตอร์หรือแต่งในโพสต์ก็ยังไม่ใช่

อนามอร์ฟิก จุดขายคือลุคหนังที่เป็นเอกลักษณ์

ส่วนอนามอร์ฟิกจุดขายมันคือลุคหนังที่เป็นเอกลักษณ์เลย แฟลร์ลากยาว โบเก้วงรี ภาพกว้างที่ทำให้ดูเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่ยังไม่ได้เกรด อันนี้เลนส์ทรงกลมให้ไม่ได้จริง ๆ เหมาะกับงานที่อยากได้ลุคซีเนม่าจริงจัง มิวสิกวิดีโอ หนังสั้น โฆษณาที่อยากได้ความพิเศษ แต่ของแบบนี้มันมีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งต้อง desqueeze ในโพสต์ ระยะโฟกัสใกล้ที่ไกลกว่า ตัวใหญ่หนักกว่า แล้วก็แพงกว่า มันเลยเหมาะกับคนที่อยากได้ลุคนี้จริง ๆ และพร้อมรับความยุ่งยากที่พ่วงมา

เลนส์อนามอร์ฟิก กับ เลนส์ทรงกลม แล้วใครควรใช้อะไร

ถ้าถามว่าใครควรใช้อะไร ผมมองแบบนี้ คนที่ทำงานทั่วไป เน้นความคล่องตัว หรือยังไม่ได้ต้องการลุคอนามอร์ฟิกจำเพาะ เลนส์ทรงกลมมันตอบได้เกือบหมดและเบากระเป๋ากว่าเยอะ ส่วนคนที่อยากได้ลุคหนังเฉพาะตัวและพร้อมลงทุนทั้งเงินทั้งแรง ค่อยไปอนามอร์ฟิก จริง ๆ คนที่ทำงานหลากหลายหลายคนก็มีเลนส์ทรงกลมเป็นตัวหลักไว้ลุยงานประจำ แล้วมีอนามอร์ฟิกไว้หนึ่งตัวสำหรับงานที่อยากได้ลุคพิเศษ ถ้าอยากรู้ที่มาของรูปแบบนี้เพิ่ม ลองอ่าน anamorphic format ประกอบได้

สุดท้ายมันวนกลับมาที่คำถามเดิม งานเราต้องการลุคอนามอร์ฟิกจริงแค่ไหน แล้วรับความยุ่งยากไหวหรือเปล่า ตอบสองข้อนี้ได้ก็เลือกถูกแล้ว งานทั่วไปทรงกลมก็พอ งานที่ต้องการลุคนี้จริงค่อยลงทุน หรือมีทั้งคู่ก็ยืดหยุ่นดี

เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม สำหรับงานวิดีโอจริง

เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม เป็นหัวข้อที่ควรคิดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพราะเกี่ยวกับ การเปรียบเทียบลุคภาพ วิธีทำงาน ความง่ายในการใช้งาน และความเหมาะกับทีมถ่าย. ถ้าวางแผนตั้งแต่ต้น ทีมจะทำงานง่ายขึ้น และลดปัญหาที่มักเจอระหว่างถ่ายจริง.

เริ่มจากดู เป้าหมาย ของงาน ก่อนเสมอ. งาน รีวิวสินค้า งาน สารคดี งาน แต่งงาน งาน เพลง และงาน โฆษณา ต้องการ ลุคภาพ ต่างกัน. เลนส์ อนามอร์ฟิก ช่วยให้ภาพ ดูกว้าง มีมิติ และมีบุคลิก แบบ ภาพยนตร์ แต่ก็ต้องเตรียม ขั้นตอน ให้พร้อม.

สิ่งแรก ที่ควรเช็ก คือ กล้อง เซ็นเซอร์ เมาท์เลนส์ ทางยาวโฟกัส ระยะโฟกัสใกล้สุด และอุปกรณ์เสริม. ถ้าข้ามจุดนี้ อาจเจอปัญหา ภาพติดขอบ โฟกัสยาก น้ำหนักหน้าเลนส์เยอะ หรือทำงานกับกิมบอลไม่สะดวก.

วิธีเช็ก เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม ก่อนใช้งาน

ก่อนวันถ่าย ควรลองถ่าย ทดสอบ ในแสงจริง. เช็ก ภาพกว้าง สกินโทน แฟลร์ โบเก้ ความคม และการหายใจของโฟกัส. ถ้าใช้จอหรือกล้องที่มี desqueeze ให้เปิดดูทันที เพื่อให้จัดองค์ประกอบได้ถูกต้อง.

ขั้นตอน ตัดต่อ ก็สำคัญไม่แพ้กัน. ทีมควรจด ค่า squeeze ratio ไว้ชัดเจน เช่น 1.33x 1.5x หรือ 2x. จากนั้นตั้ง timeline และ export ให้ตรงกับสัดส่วนที่ต้องการ. การจดข้อมูลไว้ช่วยให้คนตัดต่อไม่ต้องเดา และช่วยลดเวลาทำงานซ้ำ.

สำหรับมือใหม่ อย่าเลือกอุปกรณ์จากลุคอย่างเดียว. ให้ดูว่าใช้กับงานจริงบ่อยแค่ไหน พกพาง่ายไหม โฟกัสถนัดหรือเปล่า และมีอุปกรณ์รองรับครบหรือยัง. บางครั้งเลนส์ที่จัดการง่าย จะให้ผลงานสม่ำเสมอกว่าเลนส์ที่ลุคจัดแต่ใช้งานยาก.

เช็กลิสต์หน้างานสำหรับ เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม

เช็กหนึ่ง คือ ภาพต้องไม่ยืดผิดสัดส่วน. เช็กสอง คือ จุดโฟกัสต้องชัดในระยะที่ต้องใช้จริง. เช็กสาม คือ แสงแฟลร์ต้องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้. เช็กสี่ คือ ทีมตัดต่อรู้ค่า squeeze ratio และรู้ว่าจะส่งออกไฟล์แบบไหน.

เช็กห้า คือ อุปกรณ์ต้องรองรับน้ำหนักเลนส์. ถ้าใช้ gimbal ควรบาลานซ์ก่อนวันถ่าย. ถ้าใช้ rig ไหล่ ควรดูตำแหน่ง follow focus และ matte box. ถ้าใช้ฟิลเตอร์ ควรตรวจว่าไม่ทำให้เกิดขอบมืดในภาพกว้าง.

เช็กหก คือ สำรองแผนไว้เสมอ. งานจริงอาจมีแสงน้อย พื้นที่แคบ หรือเวลาตั้งกล้องน้อยกว่าที่คิด. การมีเลนส์สำรอง หรือมีโหมดถ่ายด้วยเลนส์ทรงกลม ช่วยให้งานไม่สะดุดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน.

สรุปการใช้ เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม ให้คุ้ม

เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม จะคุ้มที่สุดเมื่อทีมเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัด. ถ้าต้องการภาพที่ดู cinematic ควรเตรียม แสง มุมกล้อง ระยะฉากหลัง และการเคลื่อนกล้อง ให้ช่วยส่งลุคนี้ด้วย ไม่ใช่หวังพึ่งเลนส์อย่างเดียว.

แนะนำให้ทำ checklist สั้น ๆ ก่อนออกกอง. ตรวจเลนส์ ผ้าเช็ดเลนส์ ฟิลเตอร์ matte box follow focus จอ desqueeze แบตเตอรี่ เมมโมรี และไฟล์ทดสอบ. เมื่อทุกอย่างพร้อม การถ่ายด้วยเลนส์อนามอร์ฟิกจะสนุกขึ้น คุมง่ายขึ้น และได้ภาพที่ดูตั้งใจมากกว่าเดิม.

หลังจบงาน ควรเก็บตัวอย่างไฟล์ดีและไฟล์ที่มีปัญหาไว้เทียบ. ทีมจะเรียนรู้เร็วขึ้นว่าเลนส์ให้ผลกับแสงแต่ละแบบอย่างไร และควรตั้งค่ากล้องแบบไหนในงานถัดไป. วิธีนี้ทำให้การใช้อนามอร์ฟิกไม่ใช่แค่ลุคสวย แต่เป็นเวิร์กโฟลว์ที่ทำซ้ำได้.

ดูแนวคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบเลนส์นี้ได้จาก Anamorphic format เพื่อเข้าใจที่มาของภาพกว้างและการบีบภาพในงานภาพยนตร์.

อีกเทคนิค ที่ช่วยมาก คือ ทำ test shot สั้น ๆ ก่อนถ่ายจริง. วาง คน ฉากหลัง แสงหลัก แสงขอบ และแหล่งกำเนิดแฟลร์ ให้ใกล้กับงานจริงที่สุด. จากนั้นลอง โฟกัส แพน กล้อง เดินกล้อง และเปิดดูไฟล์บนจอใหญ่. ถ้าภาพดูยืด สีเพี้ยน ขอบมืด หรือแฟลร์แรงเกินไป จะได้แก้ก่อนเข้าฉากสำคัญ.

เมื่อใช้ เลนส์ อนามอร์ฟิก เลนส์ทรงกลม อย่างสม่ำเสมอ ควรสร้าง preset การทำงานของทีมไว้ด้วย. เช่น ค่า desqueeze ที่ใช้บ่อย สัดส่วน timeline วิธีตั้งจอ preview วิธีตั้งชื่อไฟล์ และวิธีส่งโน้ตให้คนตัดต่อ.

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้งานอนามอร์ฟิกดูเป็นระบบ และช่วยให้ผลลัพธ์ในแต่ละงานใกล้เคียงกันมากขึ้น.

Prev
เลนส์อนามอร์ฟิกตัวแรกเลือกยังไงให้คุ้ม
เลนส์อนามอร์ฟิกตัวแรก

เลนส์อนามอร์ฟิกตัวแรกเลือกยังไงให้คุ้ม

Next
อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์อนามอร์ฟิก เลือกแบบไหน
อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์

อนามอร์ฟิกแท้ กับ อแดปเตอร์อนามอร์ฟิก เลือกแบบไหน

You May Also Like