4K and Full HD Video Resolution — เปรียบเทียบความละเอียดวิดีโอ 4K และ Full HD 1080p เพื่อเลือกใช้งานให้เหมาะกับอุปกรณ์ การตัดต่อ และแพลตฟอร์มที่ต้องการเผยแพร่ อ่านข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
- ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ตัดต่อ เครื่องมือหรือแอปต่างๆเป็นต้น เช่น ถ้าถ่ายวิดีโอลง Facebook ไม่จำเป็นต้องถ่ายคมชัดมาก เพราะความละเอียดของ Facebook ได้แค่ 720P ดังนั้นถ้าถ่าย 4K มาก็จะลดลงเหลือ 720P เท่านั้น
- ต้องดูว่าใช้อะไรตัดต่อถ้าเป็นมือถือ 1080P ก็เพียงพอในการอัปโหลดรูป หรือวิดีโอเพราะถ้าเป็น 4K พื้นที่การจัดเก็บจะใหญ่มาก
- ถ้าใช้คอมในการตัดต่อสามารถถ่าย 4K ได้ เพราะให้ความละเอียดได้ดีสามารถครอปได้ไม่เสียคุณภาพ
- 1080P เลือก FPS ได้เยอะกว่า FPS ที่สูงจะทำ Slow Motion (สโลโมชั่น) ได้มากขึ้น
- กล้องเล็กๆถ่าย 4K ไว้ก่อนแล้วเอามาชดเชยเซ็นเซอร์เล็กๆได้
4K กับ Full HD 1080p ต่างกันแค่ไหน และควรเลือกใช้ตอนไหน
ความละเอียด Full HD 1080p คือภาพขนาด 1920 x 1080 พิกเซล ส่วน 4K ที่กล้องและมือถือส่วนใหญ่ใช้คือ 3840 x 2160 พิกเซล หรือเรียกว่า UHD ซึ่งมีจำนวนพิกเซลมากกว่า 1080p ถึง 4 เท่า บางกล้องมีโหมด 4K แบบภาพยนตร์ (DCI 4K) ขนาด 4096 x 2160 ที่ภาพกว้างกว่าเล็กน้อย
ข้อดีที่หลายคนไม่รู้คือ แม้จะส่งงานจริงที่ 1080p การถ่ายมาเป็น 4K แล้วย่อลงในขั้นตอนตัดต่อมักได้ภาพที่คมและเนียนกว่าการถ่าย 1080p ตรงๆ เพราะมีข้อมูลภาพมากกว่า และยังครอปขยายภาพได้ราว 2 เท่าโดยภาพยังเต็มความละเอียด 1080p เหมาะกับงานสัมภาษณ์ที่ใช้กล้องตัวเดียวแต่อยากได้ทั้งช็อตกว้างและช็อตใกล้
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจถ่าย 4K
- ขนาดไฟล์ขึ้นกับอัตราข้อมูลต่อวินาที (Bitrate) และการบีบอัด ไม่ได้ขึ้นกับความละเอียดอย่างเดียว ควรดูค่า Bitrate ในเมนูกล้องประกอบด้วย
- การ์ดหน่วยความจำต้องเขียนข้อมูลได้เร็วพอกับ Bitrate ที่ตั้งไว้ ไม่อย่างนั้นกล้องอาจหยุดบันทึกกลางคัน
- คอมพิวเตอร์ที่สเปกไม่สูงอาจตัดต่อ 4K แล้วกระตุก แก้ได้ด้วยการสร้างไฟล์ตัวแทนความละเอียดต่ำ (Proxy) ไว้ตัดต่อแทน
- กล้องและมือถือบางรุ่นจะร้อนเร็วขึ้นหรือจำกัดเวลาบันทึกเมื่อถ่าย 4K ควรทดลองถ่ายยาวก่อนวันงานจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเลือก 4K ทุกงานโดยไม่คิดถึงพื้นที่เก็บไฟล์และเวลาตัดต่อ ถ้างานไม่ต้องครอปภาพและต้องการเฟรมเรตสูงสำหรับสโลโมชั่น การเลือก 1080p มักคุ้มกว่า














