
Four Light Photography Setup — ไฟดวงที่ 1 อ่านข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
- เป็นไฟหลัก Main light จะส่องเข้าด้านข้าง ทำมุม 45 องศา เพื่อเพิ่มมิติของตัวแบบให้ชัด
ไฟดวงที่ 2
- ไฟเพื่อลดเงา จัดให้อยู่ตรงข้ามดวงหลัก เพื่อลดเงามืดจากหัวไฟดวงแรกแต่ความสว่างจะต้องต่ำกว่าไฟดวงเเรกเพื่อให้มิติยังอยู่
ไฟดวงที่ 3
- ไฟส่องฉาย ช่วยทำให้รายละเอียดในฉากเพิ่มมากขึ้น
ไฟดวงที่ 4
- Rim light ไฟด้านบน เปิด 45 องศา
สำหรับ Four Light Photography Setup การควบคุมทิศทางแสงช่วยให้จัดแสงได้ตรงตามต้องการ เพิ่มเติม ใช้ไฟ Studio Flash ไฟจะนุ่มขึ้น Barn door บังคับแสงได้ให้ไปโฟกัสที่วัตถุไม่ไปโดนอย่างอื่น
สรุปเนื้อหาสำคัญ Four Light Photography Setup:
- ไฟเพื่อลดเงา จัดให้อยู่ตรงข้ามดวงหลัก เพื่อลดเงามืดจากหัวไฟดวงแรกแต่ความสว่างจะต้องต่ำกว่าไฟดวงเเรกเพื่อให้มิติยังอยู่
- ไฟส่องฉาย ช่วยทำให้รายละเอียดในฉากเพิ่มมากขึ้น
จัดไฟถ่ายภาพ 4 ดวงให้สวย: ลำดับการเปิดไฟและการคุมความสว่าง
การจัดไฟ 4 ดวงในบทความนี้ ในวงการจะเรียกตามหน้าที่ คือ ไฟหลัก (Key Light) ไฟลดเงา (Fill Light) ไฟส่องฉากหลัง (Background Light) และไฟขอบ (Rim Light หรือ Hair Light) ที่ช่วยแยกตัวแบบออกจากฉาก เทคนิคสำคัญคืออย่าเปิดไฟทั้ง 4 ดวงพร้อมกันตั้งแต่แรก แต่ให้เพิ่มทีละดวงแล้วดูผลทุกครั้ง
- เปิดไฟหลักดวงเดียวก่อน ปรับมุมและความสูงจนได้เงาบนใบหน้าที่ต้องการ
- เพิ่มไฟลดเงา ค่อยๆ เพิ่มความสว่างจนเงายังเหลือมิติ ไม่ให้สว่างเท่าไฟหลัก
- เพิ่มไฟขอบจากด้านหลังเฉียงบน ให้เห็นเส้นแสงที่ผมและไหล่
- เปิดไฟฉากหลังเป็นดวงสุดท้าย เพื่อคุมว่าฉากจะสว่างหรือมืดแค่ไหน
ความต่างของความสว่างระหว่างไฟหลักกับไฟลดเงาเรียกว่าอัตราส่วนแสง (Lighting Ratio) ถ้าต่างกันน้อย ภาพจะนุ่มและสว่าง เหมาะกับงานรีวิวหรือโปรไฟล์ทั่วไป ถ้าต่างกันมาก เงาจะเข้ม ภาพดูมีอารมณ์มากขึ้น นอกจากนี้ความสว่างจะลดลงเร็วตามระยะ เมื่อถอยไฟออกไปเป็นสองเท่า แสงที่ถึงตัวแบบจะเหลือประมาณหนึ่งในสี่ จึงควรปรับระยะก่อนปรับกำลังไฟ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือให้ตัวแบบยืนชิดฉากจนเงาตกบนฉากหลัง ควรเว้นระยะจากฉากพอสมควร อีกเรื่องคือไฟขอบส่องเข้าหน้าเลนส์จนภาพหม่นหรือเกิดแฟลร์ แก้ได้ด้วยการใช้ Barn door หรือแผ่นบังแสงกันไว้ และควรใช้ไฟที่อุณหภูมิสีเดียวกันทั้ง 4 ดวง เพื่อไม่ให้สีผิวเพี้ยนต่างกันในแต่ละด้าน










