ถ่ายวิดีโอทีไรเมมเต็มเร็วทุกที ทั้งที่เพิ่งฟอร์แมตไปเมื่อเช้า หรือบางทีกดอัดยาว ๆ แล้วกล้องดับเอง พอเอาไฟล์เข้าคอมก็เจอภาพกระตุก เฟรมหาย ปัญหาพวกนี้ไม่ได้แปลว่ากล้องพังหรือเจอการ์ดปลอมเสมอไป ส่วนใหญ่มันมาจากสองเรื่องที่คนชอบเข้าใจสลับกัน คือเรื่องความจุ กับเรื่องความเร็วของการ์ด

ทำไมไฟล์วิดีโอถึงกินที่เยอะ
วิดีโอไม่ได้เก็บเป็นภาพนิ่งภาพเดียว แต่มันคือภาพหลายสิบภาพต่อวินาทีเรียงต่อกัน ยิ่งความละเอียดสูง เฟรมเรตเยอะ และบีบอัดน้อย ข้อมูลต่อวินาทีก็ยิ่งมาก ค่านี้เรียกว่า Bitrate คือปริมาณข้อมูลที่กล้องเขียนลงการ์ดในแต่ละวินาที หน่วยเป็น Mbps พูดง่าย ๆ คือ Bitrate ยิ่งสูง ไฟล์ยิ่งใหญ่ การ์ดก็เต็มเร็วขึ้นตามนั้น
ลองดูตัวเลขให้เห็นภาพ ถ่าย 4K แบบปกติราว 100 Mbps อัดหนึ่งชั่วโมงกินที่ประมาณ 45 GB แต่พอขยับไปถ่าย 4K 60p บิตเรตสูง หรือถ่ายเป็น RAW ตัวเลขจะพุ่งขึ้นหลายเท่า การ์ด 256 GB ที่คิดว่าเหลือเฟือ บางทีอัดได้แค่ชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น
ความจุเยอะ ไม่ได้แปลว่าการ์ดเร็ว
หลายคนเข้าใจว่าซื้อการ์ดความจุเยอะ ๆ แล้วจบ แต่ความจุกับความเร็วเป็นคนละเรื่องกัน ความจุบอกว่าเก็บได้เยอะแค่ไหน ส่วนความเร็วบอกว่าเขียนข้อมูลได้ทันกล้องหรือเปล่า การ์ด 512 GB ที่เขียนช้า อาจถ่ายวิดีโอบิตเรตสูงไม่ได้เลย เพราะข้อมูลไหลมาเร็วกว่าที่การ์ดจะเขียนทัน สุดท้ายกล้องก็หยุดอัดเอง หรือไม่ก็เฟรมหาย

Drop Frame คืออะไร ทำไมต้องกลัว
Drop Frame คืออาการที่กล้องอัดวิดีโอแล้วเขียนลงการ์ดไม่ทัน เฟรมบางเฟรมเลยหายไป เปิดดูแล้วภาพจะกระตุก สะดุด หรือหนักสุดคือไฟล์เสียทั้งคลิป สาเหตุหลักคือการ์ดเขียนได้ช้ากว่าบิตเรตที่กล้องส่งมา เหมือนน้ำไหลแรงแต่ท่อระบายเล็ก สุดท้ายน้ำก็ล้น
เรื่องนี้สำคัญมากกับงานที่ถ่ายซ้ำไม่ได้ อย่างงานแต่ง อีเวนต์ หรือสัมภาษณ์ ถ้าเฟรมหายตอนโมเมนต์สำคัญคือจบเลย
ดูความเร็วการ์ดยังไงไม่ให้พลาด
จุดที่ต้องดูคือความเร็วเขียนต่อเนื่อง หรือ Sustained Write ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดที่โชว์บนกล่อง ตัวเลขที่บอกค่านี้ตรงที่สุดคือสัญลักษณ์ตัว V บนการ์ด หรือที่เรียกว่า Video Speed Class
- V30 รับประกันความเร็วเขียนต่อเนื่องขั้นต่ำ 30 MB/s
- V60 ขั้นต่ำ 60 MB/s
- V90 ขั้นต่ำ 90 MB/s
ค่านี้คือความเร็วที่การ์ดจะไม่เขียนช้ากว่านั้น ไม่ว่าจะอัดต่อเนื่องยาวแค่ไหนก็ตาม
ตรงนี้มีจุดที่คนพลาดบ่อย กล้องบอกบิตเรตเป็น Mbps (เมกะบิต) แต่การ์ดบอกความเร็วเป็น MB/s (เมกะไบต์) สองหน่วยนี้ไม่เท่ากัน เพราะ 1 ไบต์มี 8 บิต เลยต้องเอาบิตเรตหารด้วย 8 ก่อน ถึงจะรู้ว่าต้องใช้การ์ดเขียนเร็วเท่าไหร่ เช่นกล้องอัด 240 Mbps หารด้วย 8 ได้ 30 MB/s แปลว่าอย่างน้อยต้องใช้ V30 และเผื่อความเร็วไว้อีกหน่อยจะปลอดภัยกว่า

แล้วควรเลือกการ์ดแบบไหน
เลือกจากงานที่ถ่ายจริงครับ
- ถ่าย 4K ปกติ บิตเรตไม่เกินราว 100 Mbps ใช้ V30 ก็เพียงพอ
- ถ่าย 4K 60p บิตเรตสูง หรือใช้โค้ดเดกหนัก ๆ ให้ขยับเป็น V60
- ถ่าย 8K หรือ RAW บิตเรตระดับหลายร้อย Mbps ควรใช้ V90 ไปเลย
- กล้องระดับซีเนม่าหรือบิตเรตสูงมาก ๆ การ์ด SD อาจเขียนไม่ไหว ต้องขยับไปใช้ CFexpress ที่เขียนได้เร็วกว่ามาก
ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเปิดคู่มือกล้อง ดูว่ารุ่นนั้นแนะนำการ์ดระดับไหน แล้วเลือกให้เท่าหรือสูงกว่านั้น เผื่อความเร็วไว้นิดหน่อยช่วยลดโอกาส Drop Frame และเขียนได้นิ่งกว่าตอนอัดยาว ๆ

เช็กก่อนถ่ายทุกครั้ง
- ดูบิตเรตที่ตั้งในกล้องแล้วหาร 8 เทียบกับค่า V ของการ์ด
- เช็กว่าพื้นที่เหลือพอกับความยาวที่จะถ่าย
- ระวังการ์ดปลอมที่ชอบเคลมความเร็วเกินจริง ควรซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้
- ฟอร์แมตการ์ดในกล้องก่อนงานสำคัญ
- พกการ์ดสำรองติดกระเป๋าไว้เสมอ
สรุป
ความจุบอกแค่ว่าถ่ายได้นานแค่ไหน แต่ความเร็วคือสิ่งที่ตัดสินว่าไฟล์จะรอดหรือเฟรมจะหาย เลือกการ์ดให้ความเร็วเขียนต่อเนื่องสูงพอกับบิตเรตของกล้อง แล้วเผื่อไว้อีกนิด เท่านี้ก็ถ่ายยาว ๆ ได้สบายใจ ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าคลิปจะเสียไหม
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี