เวลาเราบ่นว่าตัดงานช้า สิ่งแรกที่เราโทษมักจะเป็นคอมพิวเตอร์ ทั้งที่จริงแล้วเวลาส่วนใหญ่ที่หายไปในวันตัดงานไม่ได้อยู่ตอนเรนเดอร์ แต่อยู่ก่อนหน้านั้น คือตอนที่เราเสียบการ์ดแล้วนั่งรอไฟล์ค่อย ๆ ไหลเข้าเครื่อง การ์ดที่ช้าทำให้เราเสียเวลาเป็นสิบนาทีไปกับการมองแถบโหลด ทั้งที่ยังไม่ได้แตะ timeline เลยสักนิดเดียว

เวลาที่หายไปจริง ๆ อยู่ตรงขั้นตอนดึงไฟล์
หัวใจของเรื่องนี้คือความเร็วอ่านของการ์ด มันคือตัวที่กำหนดว่าเราจะดึงไฟล์จากการ์ดเข้าเครื่องได้เร็วแค่ไหน ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่าการ์ดเป็นถังน้ำ ส่วนความเร็วอ่านคือขนาดของก๊อก ถังจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่สำคัญถ้าก๊อกเล็ก น้ำก็ยังไหลออกช้าอยู่ดี
สมมติเราถ่ายงานมาเต็มการ์ดราวร้อยกิกะไบต์ การ์ดรุ่นทั่วไปจะดึงไฟล์เข้าเครื่องได้ราวสิบแปดถึงยี่สิบนาที แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้การ์ดที่เร็วกว่า งานก้อนเดียวกันอาจจบใน 5 ถึง 6 นาที ส่วนต่างสิบกว่านาทีต่อหนึ่งการ์ดฟังดูไม่เยอะ แต่ถ้าวันหนึ่งเราถ่ายมาสามสี่การ์ด มันคือเกือบชั่วโมงที่เราได้คืนมาทุกวัน

ความเร็วเขียนสำคัญตอนถ่าย ไม่ใช่ตอนตัด
การ์ดมีตัวเลขสองชุดที่คนสับสนบ่อย คือความเร็วอ่านกับความเร็วเขียน สองอย่างนี้ทำงานคนละจังหวะกัน ความเร็วเขียนคือตอนที่กล้องบันทึกภาพลงการ์ด ส่วนความเร็วอ่านคือตอนที่เราดึงไฟล์ออกมา
ความเร็วเขียนไม่ได้ช่วยให้เราตัดงานเร็วขึ้นโดยตรง แต่มันช่วยกันไม่ให้เราเสียเวลาในแบบที่เจ็บกว่านั้น คือถ้าการ์ดเขียนไม่ทันตอนถ่ายวิดีโอบิตเรตสูง กล้องจะหลุดเฟรมหรือตัดการบันทึกกลางคัน บางทีไฟล์เสียทั้งคลิป สุดท้ายเราต้องไปถ่ายใหม่ ซึ่งกินเวลามากกว่าการรอโหลดไฟล์หลายเท่า การ์ดที่เขียนไหวจึงเหมือนประกันว่าไฟล์ที่เราถือกลับบ้านเอามาตัดได้จริงทุกคลิป

ดูตัวเลขบนการ์ดยังไงไม่ให้หลงทาง
บนตัวการ์ดมีตัวเลขเต็มไปหมดจนงง แต่จริง ๆ เราดูแค่ไม่กี่จุดก็พอ อย่างแรกคือตัวเลขความเร็วอ่านตัวใหญ่ที่สุดบนการ์ด ยิ่งสูงยิ่งดึงไฟล์เร็ว อย่างที่สองคือสัญลักษณ์ UHS ถ้าเห็นเลขสองในวงเล็บแบบ UHS-II แปลว่าการ์ดออกแบบมาให้ส่งข้อมูลได้เร็วกว่ารุ่น UHS-I ชัดเจน
ส่วนคนที่ถ่ายวิดีโอให้มองหาตัว V ตามด้วยตัวเลข เช่น V60 หรือ V90 ตัวเลขนี้บอกความเร็วเขียนขั้นต่ำที่การ์ดรับประกัน ยิ่งเลขสูงยิ่งมั่นใจได้ว่ารับงานวิดีโอความละเอียดสูงได้สบาย ไม่ต้องลุ้นว่าจะหลุดเฟรมกลางทาง

อย่าลืมตัวอ่านการ์ด
อันนี้คือจุดที่หลายคนพลาด เราอุตส่าห์ซื้อการ์ดเร็วมาแล้ว แต่ยังเสียบกับตัวอ่านการ์ดเก่าหรือพอร์ตที่ช้า สุดท้ายความเร็วของการ์ดก็ถูกบีบให้เหลือเท่าตัวอ่าน เหมือนเรามีรถสปอร์ตแต่ขับอยู่บนถนนซอยแคบ ความเร็วที่จ่ายเงินไปก็ใช้ไม่ได้จริง
ทางที่ดีคือจับคู่การ์ดเร็วกับตัวอ่านที่รองรับมาตรฐานเดียวกัน และเสียบเข้ากับพอร์ตรุ่นใหม่ของเครื่อง เท่านี้ความเร็วที่เราจ่ายเงินซื้อมาก็จะออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยตอนดึงไฟล์

สรุป
การ์ดที่เร็วไม่ได้ทำให้โปรแกรมตัดต่อทำงานไวขึ้น แต่มันคืนเวลาช่วงต้นน้ำที่เรามองข้ามมาตลอดให้เรา ทุกนาทีที่ไม่ต้องนั่งรอไฟล์ คือนาทีที่เราได้ลงมือเล่ากับงานจริง และนั่นแหละคือเวลาที่ครีเอเตอร์ควรได้ใช้มากที่สุด
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี