📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ฟิลเตอร์กล้อง ND กับ CPL ต่างกันอย่างไร และใช้งานในสถานการณ์ไหนบ้าง ?

ปัจจุบันในตลาด ฟิลเตอร์กล้อง มีให้เลือกใช้งานหลายแบบ แต่ ฟิลเตอร์ที่นิยมใช้งานในกลุ่มช่างภาพหลัก ๆ จะเป็น ND Filter และ CPL Filter ซึ่งทั้งสองมี คุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานให้เหมาะสมจะช่วยให้ ช่างภาพ สามารถสร้างสรรค์ งานถ่ายภาพที่มีคุณภาพ มากขึ้น ดังนั้นในบทความนี้จะมาพูดถึงเรื่อง ND กับ CPL ต่างกันอย่างไร และ ใช้งานในสถานการณ์ไหนบ้าง ?

ฟิลเตอร์ ND (Neutral Density) คืออะไร ?

ND หรือ Neutral Density เปรียบเสมือนเป็น แว่นกันแดดสำหรับกล้อง ช่วยลดปริมาณแสงที่เข้ามาในเลนส์กล้อง โดย เปลี่ยนสีของภาพ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการ ควบคุมปริมาณแสง ซึ่ง ฟิลเตอร์ชนิดนี้ จะมีจำนวน Stops เรียงตามปริมาณการลดแสง ยิ่งจำนวน Stop มาก ยิ่งลดแสงได้มาก การใช้ ND Filter เหมาะสำหรับการถ่าย ภาพวิว, การถ่ายน้ำตก, หรือการทำให้ การเคลื่อนไหวในภาพดูนุ่มนวล และยืดเวลาการเปิดรับแสงเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม

ฟิลเตอร์ ND ใช้ในสถานการณ์ไหนบ้าง ?

การใช้งาน ND Filter ช่วยให้เราสามารถใช้ Speed Shutter ที่ต่ำหรือค่ารูรับแสงกว้างได้ แม้ในสภาพแสงจ้า ซึ่งการปรับ รูรับแสง ให้แคบที่สุดหรือใช้ ISO น้อยที่สุด ก็ยังไม่สามารถลดปริมาณแสงให้ต่ำลงตามที่ต้องการได้ จึงจำเป็นต้องมี ND Filter ช่วยถ่ายภาพในสถานที่ที่มีแสงจ้า

เหตุผลที่ช่างภาพใช้ ND Filter ก็เพราะว่าต้องการให้เกิด Effect ที่เกิดจาก Shutter Speed ให้ต่ำ หรือที่เรียกว่า Long Exposure คือ การถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหว ให้เป็นเส้นสวยงาม ซึ่งช่างภาพมักจะใช้ถ่ายภาพทิวทัศน์ เช่น ถ่ายภาพทะเล ถ่ายภาพน้ำตก ให้มีน้ำเป็นเส้นสวยงาม น่าหลงใหล

ฟิลเตอร์ CPL (Circular Polarizer) คืออะไร ?

CPL หรือ Circular Polarizer ฟิลเตอร์ที่ช่วยลดหรือตัดแสงสะท้อน บนพื้นผิววัตถุต่าง ๆ เช่น ท้องฟ้า ใบไม้ ผิวน้ำ กระจกในคาเฟ่ ทำงานโดยการกรองแสงสะท้อนที่เข้ามาในกล้อง เพิ่มความคมชัดให้กับภาพ มีผลทำให้สีที่เคยถูกสะท้อนเหล่านั้นเข้มขึ้น เช่น การถ่ายท้องฟ้าก็จะให้สีที่เข้มขึ้น โดยตัดแสงสะท้อนกับฝุ่นบนท้องฟ้าออกไป หรือการถ่ายภาพให้น้ำใสเห็นพื้นน้ำจากการตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำ

ฟิลเตอร์ CPL ใช้ในสถานการณ์ไหนบ้าง ?

CPL Filter เป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์สำหรับช่างภาพในหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ Portrait ในคาเฟ่ ถ่ายภาพ Landscape ภาพป่าไม้ ท้องฟ้า น้ำตก น้ำทะเล เป็นต้น โดย ฟิลเตอร์ CPL จะช่วยลดแสงสะท้อนที่ไม่พึ่งประสงค์ เพิ่มความอิ่มตัวของสี และความคมชัด ทำให้ภาพดูมีสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น

สรุป การเลือกใช้ฟิลเตอร์กล้อง ND กับ CPL

ND Filter และ CPL Filter มีผลลดแสงเหมือนกัน แต่ CPL มีผลต่อ แสงโพลาไรซ์ ช่วยตัดแสงสะท้อนที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แสงสะท้อนจากกระจก แสงสะท้อนน้ำทะเล เป็นต้น และยังช่วยเพิ่มความอิ่มตัวของสี ให้สีสันคมชัดมากยิ่งขึ้น ส่วน ND ทำหน้าที่ลด Speed Shutter ให้ต่ำลงได้แม้ในที่แสงจัด เพื่อให้ได้ Effect ถ่ายน้ำตกไหลเป็นเส้นได้ หรือไปถ่ายที่แสงแดดจ้า

ทั้งสองฟิลเตอร์ มีความสำคัญและประโยชน์ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ ฟิลเตอร์ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับ สภาพแสง และ วัตถุประสงค์ในการถ่ายภาพ ของคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็น ช่างภาพมืออาชีพ หรือ มือใหม่ ก็ตาม ซึ่ง K&F Nano-X Filter CPL+ND เป็น ฟิลเตอร์แบบ 2 in 1 รวมความสามารถของสองฟิลเตอร์เข้าด้วยกัน คือ ลดแสง และ ลดเงาสะท้อน โดยไม่ต้องพกพาฟิลเตอร์หลาย ๆ ตัวให้เปลืองพื้นที่ในกระเป๋า และประหยัดงบกว่าซื้อฟิลเตอร์แบบแยกชิ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างสรรค์ ภาพถ่ายที่สวยงาม และมีคุณภาพได้อย่างแน่นอน

สนใจเป็นเจ้าของฟิลเตอร์ K&F หรือต้องการคำปรึกษาในการเลือกฟิลเตอร์ สามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
E-TPU โฟมในรองเท้าวิ่ง คืออะไร คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ?

E-TPU โฟมในรองเท้าวิ่ง คืออะไร คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง ?

Next
5 เหตุผลที่ทำไมรองเท้าผ้าใบทั่วไปถึงไม่ควรใช้วิ่ง

5 เหตุผลที่ทำไมรองเท้าผ้าใบทั่วไปถึงไม่ควรใช้วิ่ง

You May Also Like