Sirui 75mm เทียบ Canon CN-E เป็นการนำเลนส์ Sirui 75mm Anamorphic ราคาราว 999 ดอลลาร์สหรัฐ มาชนกับ Canon CN-E 50mm T1.3 เลนส์ cine ราคาราว 3,900 ดอลลาร์สหรัฐ จากการทดสอบในคลิปของ Christopher Frost แม้ราคาห่างกันเกือบสี่เท่า แต่คำตอบไม่ได้มีเพียงว่าเลนส์ใดคมกว่า เพราะเลนส์ทั้งสองตัวสร้างภาพด้วยแนวคิดต่างกัน Sirui ให้ลุคแบบ anamorphic ทั้ง flare แนวนอนและโบเก้ทรงยืด ส่วน Canon เป็นเลนส์ spherical ที่เด่นด้านความคม ความไวแสง และงานประกอบระดับมืออาชีพ การเปรียบเทียบนี้จึงช่วยให้เห็นว่าราคาที่สูงขึ้นแลกกับอะไร และลักษณะภาพแบบใดเหมาะกับงานแต่ละประเภทมากกว่า
Sirui 75mm เทียบ Canon CN-E เพราะอะไร
เมื่อดูเพียงตัวเลขทางยาวโฟกัส 75mm กับ 50mm อาจเหมือนเป็นเลนส์คนละช่วงที่ไม่ควรนำมาเทียบกันโดยตรง แต่กุญแจอยู่ที่ค่า squeeze 1.5x ของ Sirui Anamorphic ซึ่งขยายมุมมองในแนวนอน ทำให้ภาพจากเลนส์ 75mm มีมุมแนวนอนเข้าใกล้เลนส์ 50mm และจากข้อมูลเดิมระบุว่ากว้างกว่าด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Christopher Frost วางสองเลนส์นี้ไว้ในเฟรมการทดสอบเดียวกันได้อย่างสมเหตุสมผลกว่าที่ชื่อรุ่นบอก
การเทียบครั้งนี้ไม่ได้แปลว่าเลนส์ทั้งคู่ทำหน้าที่เหมือนกันทุกด้าน จุดประสงค์คือดูผลลัพธ์ในมุมมองใกล้เคียงกัน แล้วแยกว่าองค์ประกอบใดมาจากระบบ anamorphic และองค์ประกอบใดเป็นจุดแข็งของเลนส์ cine แบบ spherical การแยกสองเรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะภาพที่ดูนุ่มกว่าไม่ได้หมายถึงภาพที่แย่กว่าเสมอ หากความนุ่มนั้นมาพร้อมคาแรกเตอร์ที่ผู้ถ่ายต้องการ
มุมมองของ 75mm กับ squeeze 1.5x
ค่า squeeze คือส่วนสำคัญของการอ่านภาพจาก Sirui การบีบภาพในแนวนอนทำให้มุมที่บันทึกได้ไม่ตรงกับความรู้สึกจากตัวเลข 75mm แบบเลนส์ spherical ทั่วไป เมื่อนำภาพไปคลายสัดส่วน แนวนอนจึงเปิดกว้างขึ้นและเข้าใกล้มุมจาก 50mm สิ่งนี้อธิบายว่าทำไมผู้ทดสอบจึงสามารถจัดองค์ประกอบและเปรียบเทียบรายละเอียดในฉากเดียวกันได้ โดยไม่ใช่การจับเลนส์คนละมุมมาเทียบแบบตรงตัว
อย่างไรก็ตาม squeeze 1.5x ไม่ได้มีผลเฉพาะความกว้างของภาพ ชิ้นแก้วที่ทำหน้าที่บีบภาพยังเกี่ยวข้องกับคาแรกเตอร์ที่ปรากฏออกมา ทั้ง flare แนวนอน โบเก้ที่ยืด และความคมที่แตกต่างจากเลนส์ spherical บทความเดิมชี้ว่าชิ้นแก้ว squeeze เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Canon ซึ่งไม่มีระบบนี้เก็บรายละเอียดได้ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อดูบริเวณขอบภาพและเส้นผม
ดังนั้นการใช้ทางยาวโฟกัสเป็นตัวตัดสินเพียงค่าเดียวอาจทำให้เข้าใจการเปรียบเทียบผิด จุดที่ควรมองร่วมกันคือมุมแนวนอนหลังคลายภาพและลักษณะของแสงที่ระบบเลนส์สร้างขึ้น เมื่อพิจารณาสองเรื่องนี้พร้อมกัน การนำ 75mm anamorphic มาอยู่ข้าง 50mm spherical จึงมีเหตุผลในบริบทของการทดสอบนี้
Sirui ชนะที่ลุคแบบ anamorphic
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดของ Sirui คือ flare เป็นเส้นยาวในแนวนอน ลักษณะดังกล่าวเป็นองค์ประกอบที่ผู้ใช้เลือกเลนส์ anamorphic เพื่อให้ได้มาตั้งแต่ต้น Canon CN-E 50mm เป็นเลนส์ spherical จึงไม่ได้สร้างลายแสงแบบเดียวกัน ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องว่าใครทำได้ถูกหรือผิด แต่เป็นภาษาภาพคนละแบบที่ต้องเลือกให้เข้ากับงาน
โบเก้ของ Sirui มีรูปทรงยืดและดูนุ่มกว่า ตามผลสรุปเดิมยังพบขอบสีบริเวณไฮไลต์น้อยกว่า Canon ในการทดสอบนี้ ลักษณะโบเก้ที่ยืดช่วยย้ำบุคลิกของภาพแบบ anamorphic และเป็นสิ่งที่ผู้ถ่ายไม่สามารถได้จาก Canon ตัวที่นำมาเทียบ แม้ Canon จะมีราคาสูงกว่ามากก็ตาม
เมื่อหรี่รูรับแสงให้เท่ากัน คอนทราสต์ของ Sirui สามารถตาม Canon ได้ตามข้อสังเกตจากการทดสอบ นั่นหมายความว่าส่วนต่างราคาไม่ได้ทำให้ทุกมิติของภาพห่างกันในสัดส่วนเดียวกัน บางหัวข้อ Canon นำชัดเจน แต่บางหัวข้อ Sirui ทำได้ใกล้เคียง และยังมีลุคเฉพาะตัวที่เป็นเหตุผลหลักของการเลือกใช้งาน
การประเมินคาแรกเตอร์จึงควรดูจากภาพที่ต้องการมากกว่าการมองตัวเลขราคา หากงานต้องการ flare แนวนอน โบเก้ยืด และความนุ่มแบบภาพยนตร์ Sirui มีจุดขายตรงโจทย์ ส่วนงานที่ต้องการภาพสะอาด คม และเน้นรายละเอียด Canon ยังคงมีข้อได้เปรียบที่เห็นได้ในการทดสอบ
Canon เด่นเรื่องความคมและรูรับแสง
Canon CN-E 50mm T1.3 ชนะด้านความคมตั้งแต่เปิดรูรับแสงกว้าง และความต่างยิ่งสังเกตได้เมื่อหรี่ลงถึง T5.6 จากการไล่เทียบทีละสต็อปของ Christopher Frost กลางภาพของทั้งสองตัวอยู่ในระดับใช้งานได้ แต่ Canon เก็บรายละเอียดบริเวณขอบภาพและเส้นผมได้เนียนกว่าเมื่อใช้ค่ารูรับแสงเท่ากัน
ข้อได้เปรียบนี้สอดคล้องกับโครงสร้างของเลนส์ spherical ที่ไม่มีชิ้นแก้ว squeeze มารบกวนทางเดินแสง ขณะที่ Sirui ต้องแลกความคมบางส่วนเพื่อสร้างภาพ anamorphic บทความเดิมอธิบายว่า Sirui อาจดูซอฟต์กว่าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถึงขั้นสูญเสียรายละเอียดจนใช้งานไม่ได้ จึงต้องแยกระหว่างคำว่าไม่คมเท่า กับคำว่าไม่มีรายละเอียด ซึ่งเป็นคนละความหมาย
ด้านความไวแสง Canon มีค่ารูรับแสง T1.3 ส่วน Sirui อยู่ที่ T1.9 ตัวเลขนี้ทำให้ Canon เปิดรับแสงได้กว้างกว่า และเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ใช้ได้รับจากราคาที่สูงขึ้น เมื่อนำมารวมกับความคมและงานประกอบระดับโปร จึงเห็นภาพว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมุ่งไปยังคุณสมบัติสำหรับงานที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอของภาพ
ถึงอย่างนั้น ความคมไม่ได้ตอบโจทย์ทุกโปรเจกต์เพียงอย่างเดียว ภาพโฆษณาที่ต้องการความสะอาดอาจได้ประโยชน์จาก Canon มากกว่า แต่โปรเจกต์ที่กำหนดลุค anamorphic ไว้ชัดเจนไม่สามารถแทนที่ Sirui ด้วย Canon แล้วได้ flare และโบเก้แบบเดียวกัน การเลือกจึงต้องเริ่มจากภาษาภาพก่อนค่อยพิจารณาความคมสูงสุด
ผลทดสอบเมื่อเปิดสุดและหรี่รูรับแสง
รูปแบบการทดสอบในคลิปคือเปิดรูรับแสงของแต่ละเลนส์แล้วค่อยหรี่ลงทีละสต็อป วิธีนี้ทำให้เห็นทั้งสมรรถนะตอนเปิดกว้างและแนวโน้มเมื่อรูรับแสงแคบลง จุดที่สังเกตได้คือ Canon มีความคมเหนือกว่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Sirui ยังคงรักษาคาแรกเตอร์แบบ anamorphic ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ควรถูกตัดสินด้วยรายละเอียดอย่างเดียว
เมื่อดูบริเวณกลางภาพ ทั้งสองเลนส์ให้ผลที่นำไปใช้งานได้ ความต่างชัดขึ้นเมื่อเลื่อนไปดูขอบภาพและรายละเอียดเล็ก เช่น เส้นผม Canon แสดงผลได้เนียนและชัดกว่า โดยเฉพาะช่วงที่หรี่ถึง T5.6 ส่วน Sirui มีความซอฟต์กว่าเล็กน้อยแต่ยังคงรายละเอียดไว้ตามข้อมูลเดิม
เรื่องคอนทราสต์ก็ต้องอ่านตามค่ารูรับแสงเดียวกัน เมื่อหรี่ให้เท่ากัน Sirui สามารถตาม Canon ได้ดีขึ้น สิ่งนี้ช่วยย้ำว่าความต่างระหว่างเลนส์ไม่ได้คงที่ในทุกเงื่อนไข ผู้ใช้ควรมองค่าที่จะนำไปถ่ายจริง ไม่ใช่เลือกจากภาพตอนเปิดสุดเพียงสถานการณ์เดียว
โบเก้ flare และขอบสีต่างกันอย่างไร
flare แนวนอนเป็นความต่างที่เห็นง่ายที่สุด Sirui สร้างเส้นแสงยาวตามธรรมชาติของระบบ anamorphic ส่วน Canon ไม่มีลักษณะดังกล่าว เพราะเป็นเลนส์ spherical หากโปรเจกต์วาง flare แบบนี้ไว้เป็นองค์ประกอบของภาพ Sirui จึงตอบโจทย์โดยตรงโดยไม่ต้องคาดหวังให้ Canon ทำสิ่งที่ไม่ได้ออกแบบมา
โบเก้ของ Sirui มีรูปทรงยืดและลักษณะนุ่มกว่า ขณะที่ Canon ให้ภาพในแบบของเลนส์ spherical ผลทดสอบยังสรุปว่า Sirui มีขอบสีตรงไฮไลต์น้อยกว่าในสถานการณ์ที่นำมาเปรียบเทียบ ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะแสดงว่าเลนส์ที่ราคาต่ำกว่าไม่ได้เป็นรองทุกหัวข้อ และยังมีบางลักษณะที่ผู้ทดสอบมองว่าให้ผลน่าพอใจกว่า
Focus breathing ที่พบในทั้งสองเลนส์
Christopher Frost พบ focus breathing ในเลนส์ทั้งสองตัว ซึ่งบทความเดิมระบุว่าไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเลนส์ cine ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่าการจ่ายแพงกว่าเกือบสี่เท่าไม่ได้หมายความว่า Canon จะเหนือกว่าทุกหัวข้อพื้นฐาน เพราะอาการเปลี่ยนมุมมองขณะดึงโฟกัสยังปรากฏในการเปรียบเทียบเช่นกัน
สำหรับ Sirui การพบอาการนี้สามารถทำความเข้าใจได้ในบริบทของระดับราคา ส่วน Canon แม้มีข้อได้เปรียบด้านความคม ความไว และบอดี้ แต่ผลการทดสอบก็ไม่ได้ทำให้ focus breathing หายไป ข้อมูลนี้จึงควรอยู่ในการตัดสินใจหากงานมีการดึงโฟกัสที่ผู้ชมจะสังเกตการเปลี่ยนมุมภาพได้ง่าย
บทความเดิมไม่ได้ให้ตัวเลขปริมาณของ focus breathing จึงไม่ควรเติมการจัดอันดับว่าตัวใดมีมากกว่ากัน สิ่งที่ยืนยันได้คือมีอาการในทั้งคู่ และเป็นข้อจำกัดที่ผู้ใช้ควรรู้ควบคู่กับข้อดีของแต่ละรุ่น การรักษาขอบเขตของข้อมูลเช่นนี้ช่วยให้การสรุปผลตรงกับการทดสอบโดยไม่ขยายความเกินหลักฐาน
ความต่างของราคาแลกกับอะไร
ส่วนต่างจากประมาณ 999 ดอลลาร์สหรัฐไปถึงประมาณ 3,900 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับความคมที่สูงกว่า รูรับแสง T1.3 ซึ่งกว้างกว่า T1.9 และงานประกอบระดับมืออาชีพของ Canon จุดแข็งทั้งสามอย่างสอดคล้องกับงาน commercial ที่ต้องการภาพคม สะอาด และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของเลนส์
ในทางกลับกัน เงินที่จ่ายเพิ่มไม่ได้ทำให้ Canon สร้างลุค anamorphic ได้ ตัวเลนส์ยังเป็น spherical จึงไม่มี flare แนวนอนยาวและโบเก้ยืดแบบ Sirui หากสิ่งเหล่านี้คือภาพปลายทางที่ทีมต้องการ การเลือก Canon เพราะราคาแพงกว่าไม่ได้ตอบโจทย์เดียวกัน และอาจทำให้ต้องหาเครื่องมืออื่นมาสร้างลักษณะภาพเพิ่มเติม
การมองเลนส์สองตัวเป็นคนละเครื่องมือจึงตรงกับผลทดสอบมากที่สุด Sirui ไม่จำเป็นต้องชนะด้านความคมเพื่อพิสูจน์ความคุ้ม เพราะจุดขายคือคาแรกเตอร์และราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ขณะที่ Canon ไม่จำเป็นต้องมีลุค anamorphic เพื่อพิสูจน์ตำแหน่งของตน เพราะเด่นในเรื่องความคม ความไว และบอดี้ที่ผู้ใช้ระดับมืออาชีพให้คุณค่า
เลือก Sirui เมื่อใด
Sirui เหมาะเมื่อโจทย์เริ่มจากความต้องการภาพ anamorphic งบราวหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และต้องการ flare แนวนอนกับโบเก้ยืดตามที่ปรากฏในการทดสอบ ผู้ใช้ยอมรับได้ว่าความคมจะไม่เท่า Canon โดยเฉพาะบริเวณขอบภาพและช่วงหรี่รูรับแสง แต่ยังได้รายละเอียดในระดับใช้งานตามข้อสรุปเดิม
ความสามารถปรับ back focus โดยไม่ต้องใช้ shim และสลับเมาท์ EF กับ PL ที่บ้านเป็นเหตุผลเสริมสำหรับทีมที่ต้องปรับเลนส์ให้เข้ากับชุดงานหลายแบบ ผู้ใช้ควรพิจารณา focus breathing ที่พบในการทดสอบด้วย โดยเฉพาะหากช็อตมีการดึงโฟกัสที่ชัดเจน
หากต้องการติดตามเนื้อหาอุปกรณ์ภาพเพิ่มเติม สามารถดูบทความในหมวด Photo ของ lnwGadget ได้ ลิงก์นี้เป็นข้อมูลภายในเว็บไซต์เพื่อช่วยให้ผู้อ่านดูการทดสอบและข่าวอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่เปลี่ยนข้อสรุปของการเปรียบเทียบเลนส์สองตัวในบทความนี้
เลือก Canon เมื่อใด
Canon เหมาะเมื่อความคม ความไว และความแข็งแรงของงานประกอบเป็นลำดับแรก รูรับแสง T1.3 เปิดได้กว้างกว่า Sirui T1.9 และผลทดสอบแสดงความคมที่เหนือกว่าตั้งแต่เปิดสุด ยิ่งหรี่ถึง T5.6 ยิ่งเห็นความต่าง โดยเฉพาะรายละเอียดบริเวณขอบภาพและเส้นผม
แนวทางนี้ตรงกับงาน commercial ที่ต้องการภาพคมและสะอาดตามบทสรุปเดิม ผู้ใช้ต้องยอมรับว่าเลนส์ spherical ตัวนี้จะไม่สร้าง flare แนวนอนและโบเก้ยืดแบบ anamorphic และยังพบ focus breathing ในการทดสอบเช่นเดียวกัน ราคาที่สูงกว่าจึงควรถูกประเมินจากข้อได้เปรียบที่มีจริง ไม่ใช่คาดหวังว่าจะชนะทุกหัวข้อ
หากต้องการตรวจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมจากผู้ผลิต สามารถดูเว็บไซต์ Sirui อย่างเป็นทางการ ได้ ลิงก์นี้เป็นแหล่งข้อมูลจากแบรนด์โดยตรง ส่วนรายละเอียดผลเทียบในบทความยังคงอ้างอิงจากการทดสอบของ Christopher Frost และบทสรุปจาก Fstoppers ตามที่ระบุในเนื้อหาเดิม
สรุปความคุ้มของเลนส์สองแนวทาง
Sirui 75mm Anamorphic ราคาราว 999 ดอลลาร์สหรัฐ ให้ภาพแบบ anamorphic ผ่าน squeeze 1.5x มี flare แนวนอน โบเก้ยืด ลักษณะนุ่ม และในการทดสอบพบขอบสีตรงไฮไลต์น้อยกว่า สามารถปรับ back focus ได้เองโดยไม่ใช้ shim และสลับเมาท์ EF กับ PL ได้ที่บ้าน ข้อแลกเปลี่ยนคือความคมไม่เท่า Canon และมี focus breathing
Canon CN-E 50mm T1.3 ราคาราว 3,900 ดอลลาร์สหรัฐ เด่นด้านความคม รูรับแสงที่กว้างกว่า และงานประกอบระดับมืออาชีพ ผลต่างของรายละเอียดเห็นชัดขึ้นเมื่อหรี่ถึง T5.6 แต่ตัวเลนส์ไม่ให้ลุค anamorphic และยังพบ focus breathing ในการทดสอบเช่นเดียวกัน
คำตอบว่าตัวใดคุ้มกว่าจึงขึ้นกับภาพปลายทาง หากต้องการฟีลภาพยนตร์และคาแรกเตอร์ในงบราวสามหมื่นบาท Sirui เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจตามบทสรุปเดิม หากต้องการงาน commercial ที่คม สะอาด พร้อมความไว T1.3 และบอดี้ระดับโปร Canon ยังมีตำแหน่งชัดเจน ทั้งสองตัวไม่ใช่คำตอบเดียวกัน แต่เป็นเครื่องมือคนละประเภทที่มีข้อดีและข้อจำกัดของตนเอง
ที่มาเดิมของข่าว: Christopher Frost, Fstoppers










