📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

เลนส์ Anamorphic เลือก Auto Focus หรือ Manual Focus ดี? แตกต่างกันอย่างไรในงานวิดีโอ

ถ้าพูดถึงงานภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด “เลนส์ Anamorphic” คือคำตอบของภาพสัดส่วนกว้าง (Widescreen) แฟลร์แนวยาวที่ดูแพง และโบเก้รูปไข่ที่เป็นเอกลักษณ์

ในอดีต เลนส์ชนิดนี้ถูกผูกขาดไว้กับระบบ Manual Focus (MF) เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจนเรามีเลนส์ Anamorphic แบบ Auto Focus (AF) ให้ใช้งานกันแล้วในราคาที่จับต้องได้ สำหรับสายผลิตคอนเทนต์ที่กำลังลังเล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อให้คุณเลือกอาวุธคู่กายได้ตรงกับสไตล์การทำงานที่สุดครับ

1. เสน่ห์และข้อจำกัดของ “การโฟกัส” ในเลนส์ Anamorphic

ก่อนจะไปเลือกชนิดของโฟกัส ต้องเข้าใจธรรมชาติของชิ้นแก้ว Anamorphic ก่อนครับ เลนส์ชนิดนี้มีการบีบอัดภาพ (Squeeze) ทางแนวนอน ทำให้เวลาที่เราเปลี่ยนจุดโฟกัสจากหน้าไปหลัง (Focus Pulling) ตัวภาพจะเกิดอาการยืดหด หรือที่เรียกว่า Anamorphic Mumps ซึ่งอาการนี้ในงานภาพยนตร์ถือเป็น “Art Direction” อย่างหนึ่งที่สร้างความรู้สึกสมจริง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ระบบมอเตอร์ Auto Focus ทำงานได้ยากกว่าเลนส์ทรงกลม (Spherical) ปกติมาก

2. เลนส์ Anamorphic แบบ Manual Focus (MF) ความคลาสสิกที่ควบคุมได้ดั่งใจ

นี่คือมาตรฐานของวงการโปรดักชัน ตัวเลนส์มักจะมาพร้อมเฟืองเกียร์ (Cine Gears) สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ Follow Focus

จุดเด่น

  • ฟีลลิงในการทำงาน วงแหวนโฟกัสมักจะมีความหนืดที่พอดี ให้ความรู้สึกเป็นมืออาชีพเมื่ออยู่หน้าเซ็ต
  • Artistic Control การหมุนโฟกัสมือช่วยให้คุณคุมจังหวะความช้า-เร็วของการเปลี่ยนระยะชัดได้อย่างนุ่มนวล สร้างอารมณ์ร่วม (Cinematic Feel) ได้ดีเยี่ยม
  • ความแม่นยำ 100% เมื่อเซ็ตมาร์กเกอร์จุด A ไปจุด B ไว้แล้ว ไม่มีคำว่าโฟกัสวืดหรือหลุดไปจับฉากหลัง

ข้อสังเกต

  • ต้องการการฝึกฝนและทักษะการกะระยะ (Focus Peaking ในกล้องคือเพื่อนแท้ของคุณ)
  • ทำงานคนเดียวลำบาก (Solo Creator) หากต้องถือ Gimbal เดินถ่ายด้วยและหมุนโฟกัสไปด้วย
  • เหมาะกับใคร? งานโฆษณา, มิวสิกวิดีโอ, งานที่มีการบล็อกกิ้ง (Blocking) ชัดเจน หรือการถ่ายช็อตที่ควบคุมได้ เช่น การแพนกล้องถ่ายรถสปอร์ตที่จอดนิ่งๆ เพื่อเน้นเล่นแสงแฟลร์

3. เลนส์ Anamorphic แบบ Auto Focus (AF) ปฏิวัติวงการ ปลดล็อกอิสระให้คนทำงานคนเดียว

เทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนเลนส์เฉพาะทางให้กลายเป็นเลนส์ที่หยิบใช้งานได้ทุกวัน

จุดเด่น

  • น้ำหนักและความคล่องตัว มักจะออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าเลนส์ Cine แบบดั้งเดิม
  • Run & Gun สบาย ตอบโจทย์สาย Vlog หรือคนที่ต้องทำงานคนเดียว แค่ประกบกล้องขึ้น Gimbal แล้วปล่อยให้ระบบ Face/Eye Tracking ของกล้องจัดการที่เหลือ
  • ลดความผิดพลาด ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ (เช่น เดินตามถ่ายตัวแบบในที่แสงน้อย) มอเตอร์ AF ในปัจจุบันฉลาดและไว้ใจได้มากขึ้น

ข้อสังเกต

  • Focus Breathing ที่ควบคุมไม่ได้: เวลาที่มอเตอร์ AF มีการขยับหาโฟกัส (Hunting) แม้เพียงเล็กน้อย อาการยืดหดของภาพ Anamorphic จะดูขัดตาและไม่เป็นธรรมชาติทันที
  • ขาดอารมณ์ร่วมในการเปลี่ยนจุดโฟกัสแบบนุ่มนวล เพราะมอเตอร์มักจะตัดสลับจุดโฟกัสแบบฉับไว (Digital feel)

เหมาะกับใคร? Solo Creator, งาน Event, สายท่องเที่ยวที่ต้องการ Footage ที่มีคาแรกเตอร์ Anamorphic แต่ไม่มีเวลามานั่งหมุนโฟกัสเอง หรือการถ่าย Tracking ช็อตรถวิ่งที่ต้องใช้ความไวสูง

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
DZOFILM Arcana 75mm T2.1 Full-frame 1.5x Hybrid Anamorphic Cine Lens สำหรับ PL Mount เลนส์เทเลโฟโต้พอร์ตเทรตและแฟชั่นระดับโปร

DZOFILM Arcana 75mm T2.1 Full-frame 1.5x Hybrid Anamorphic Cine Lens สำหรับ PL Mount เลนส์เทเลโฟโต้พอร์ตเทรตและแฟชั่นระดับโปร

Next
เลนส์ Anamorphic 1.33x, 1.5x และ 2x ต่างกันอย่างไร? เลือก Squeeze Factor แบบไหนให้ตอบโจทย์งานวิดีโอ

เลนส์ Anamorphic 1.33x, 1.5x และ 2x ต่างกันอย่างไร? เลือก Squeeze Factor แบบไหนให้ตอบโจทย์งานวิดีโอ

You May Also Like