ปัญหาเสียงที่เจอบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งคือเสียงเบาเกินไปจนต้องมาดันในขั้นตัดต่อแล้วมีเสียงซ่า หรือเสียงดังเกินจนแตกใช้ไม่ได้ ทั้งสองอย่างนี้แก้ได้ตั้งแต่หน้างานด้วยการตั้งเกนให้พอดี ซึ่งหลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าแก้ทีหลังได้ ความจริงเสียงที่อัดมาพอดีตั้งแต่แรกคุณภาพดีกว่าการมาแก้ทีหลังมาก ผมอยากชวนมาดูหลักการตั้งเกนและระดับเสียงไมค์ไร้สายให้พอดี เพื่อให้ได้เสียงที่สะอาดและพร้อมใช้โดยไม่ต้องลุ้น
เกนคืออะไร ทำไมต้องเผื่อหัวเสียง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเกนคือการขยายความแรงของสัญญาณเสียง ถ้าตั้งเกนต่ำเกินเสียงจะเบา พอเอาไปดันให้ดังขึ้นทีหลังก็จะดึงเสียงรบกวนพื้นหลังขึ้นมาด้วย แต่ถ้าตั้งเกนสูงเกินเสียงก็จะแตกเมื่อผู้พูดเสียงดัง และเสียงที่แตกแล้วกู้กลับไม่ได้ เป้าหมายคือตั้งให้อยู่ตรงกลางที่เสียงชัดแต่ยังมีพื้นที่เผื่อไว้สำหรับจังหวะที่ผู้พูดเสียงดังขึ้นกะทันหัน พื้นที่เผื่อนี้เรียกว่าหัวเสียงและเป็นกุญแจสำคัญของการตั้งเกนที่ดี
วิธีตั้งเกนในทางปฏิบัติ
วิธีตั้งในทางปฏิบัติคือให้ผู้พูดลองพูดด้วยระดับเสียงปกติที่จะใช้จริง แล้วดูมิเตอร์วัดระดับเสียงในกล้องหรือตัวรับ ปรับเกนให้ระดับเสียงขึ้นมาอยู่ในช่วงที่ชัดเจนแต่ไม่ชนเพดานสูงสุด โดยทั่วไปให้เผื่อระยะจากจุดสูงสุดไว้พอสมควรเพื่อรองรับจังหวะที่เสียงพีคขึ้น ถ้าผู้พูดมีช่วงที่หัวเราะหรือเน้นเสียงดัง ให้ลองทดสอบจังหวะนั้นด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าไม่แตก การตั้งจากการพูดจริงแม่นกว่าการเดา
ฟีเจอร์ช่วยในรุ่นใหม่
ไมค์ไร้สายรุ่นใหม่หลายตัวมีฟีเจอร์ช่วยอย่างการบันทึกแบบช่วงเสียงกว้างที่เก็บได้ทั้งเสียงเบาและดังโดยไม่แตก ซึ่งให้พื้นที่แก้ในขั้นตัดต่อมากขึ้น แต่ถึงมีฟีเจอร์นี้ก็ยังควรตั้งเกนให้เหมาะ เพราะการเริ่มจากเสียงที่ดีตั้งแต่แรกเป็นพื้นฐานที่ดีกว่าเสมอ และในรุ่นที่ไม่มีฟีเจอร์นี้ การตั้งเกนพอดีคือสิ่งเดียวที่กันเสียงเสีย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะรุ่นไหน การฝึกตั้งเกนให้เป็นคือทักษะที่ติดตัวและใช้ได้กับทุกระบบ
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ตั้งเกนไมค์ไร้สายให้เสียงชัดแต่เผื่อหัวเสียงไว้สำหรับจังหวะที่ดังขึ้น อย่าตั้งต่ำจนต้องมาดันแล้วได้เสียงซ่า และอย่าตั้งสูงจนแตก วิธีที่แม่นคือให้ผู้พูดพูดจริงแล้วดูมิเตอร์ปรับให้อยู่ในช่วงที่ดีโดยไม่ชนเพดาน ฟีเจอร์รุ่นใหม่ช่วยได้แต่ไม่แทนการตั้งเกนที่ดี ฝึกตั้งให้เป็นแล้วเสียงงานของเราจะสะอาดและพร้อมใช้ตั้งแต่หน้างาน ไม่ต้องมาลุ้นแก้ทีหลังซึ่งมักได้ผลไม่ดีเท่า