การถ่ายนอกสถานที่มีเสน่ห์แต่ก็มาพร้อมศัตรูตัวฉกาจของเสียงคือลม แค่ลมพัดเบา ๆ ผ่านหัวไมค์ก็ทำให้เกิดเสียงครืดครางที่กลบเสียงพูดจนใช้ไม่ได้ หลายคนถ่ายงานสวยมาแต่เสียงเสียเพราะลม ทั้งที่ป้องกันได้ด้วยอุปกรณ์และเทคนิคง่าย ๆ ผมอยากชวนมาดูวิธีลดเสียงลมและเสียงรบกวนเมื่อถ่ายนอกสถานที่ เพราะเสียงที่สะอาดทำให้งานดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที และส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เตรียมล่วงหน้าได้
อุปกรณ์กันลม
อุปกรณ์พื้นฐานที่สุดคือตัวกันลม ไมค์ส่วนใหญ่มาพร้อมฟองน้ำกันลมที่ช่วยลดเสียงลมเบา ๆ ได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับถ่ายนอกสถานที่ที่ลมแรง ฟองน้ำอย่างเดียวมักไม่พอ ควรใช้ตัวกันลมแบบขนที่หลายคนเรียกว่าตุ๊กตากันลมหรือเดดแคต ซึ่งช่วยกระจายลมก่อนถึงหัวไมค์ได้ดีกว่ามาก การมีตัวกันลมแบบขนติดกระเป๋าไว้สำหรับงานเอาต์ดอร์เป็นการลงทุนเล็ก ๆ ที่ช่วยกันเสียงเสียได้มหาศาล เพราะเสียงลมที่อัดมาแล้วแก้ทีหลังยากมาก
ตำแหน่งและการวางไมค์
นอกจากอุปกรณ์ ตำแหน่งและการวางไมค์ก็มีผล พยายามวางไมค์ให้มีร่างกายหรือเสื้อผ้าช่วยบังทิศทางลมบ้าง และถ้าเป็นไปได้ให้ผู้พูดหันหลังให้ลมเพื่อให้ตัวคนเป็นกำแพงกันลมให้ไมค์ การเลือกจุดถ่ายที่มีที่กำบังลมธรรมชาติอย่างกำแพงหรือต้นไม้ก็ช่วยได้มาก บางครั้งแค่ขยับมุมถ่ายเล็กน้อยให้พ้นทางลมก็เปลี่ยนเสียงจากใช้ไม่ได้เป็นใช้ได้ การสังเกตทิศทางลมก่อนถ่ายเป็นนิสัยที่ดีของคนทำงานเอาต์ดอร์
ตั้งค่าตัดเสียงความถี่ต่ำ
อีกตัวช่วยคือการตั้งค่าตัดเสียงความถี่ต่ำหรือโลว์คัตในกล้องหรือตัวรับ เพราะเสียงลมส่วนใหญ่อยู่ในย่านความถี่ต่ำ การเปิดฟิลเตอร์ตัดความถี่ต่ำช่วยลดเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาได้โดยไม่กระทบเสียงพูดมากนัก แต่ต้องใช้อย่างพอดีเพราะถ้าตัดมากไปเสียงพูดอาจบางลง ทางที่ดีคือใช้ร่วมกับตัวกันลมทางกายภาพ ไม่ใช่พึ่งฟิลเตอร์อย่างเดียว และตรวจฟังด้วยหูฟังระหว่างถ่ายเพื่อให้แน่ใจว่าเสียงสะอาดพอ
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ลมคือศัตรูหลักของเสียงตอนถ่ายนอกสถานที่ ป้องกันด้วยตัวกันลมแบบขนสำหรับลมแรง วางไมค์ให้มีอะไรบังลมและให้ผู้พูดหันหลังให้ลม เลือกจุดที่มีที่กำบัง และใช้ฟิลเตอร์ตัดความถี่ต่ำช่วยอย่างพอดี เสียงลมที่อัดมาแล้วแก้ทีหลังยากมาก เพราะฉะนั้นการป้องกันที่หน้างานคือทางที่ดีที่สุด เตรียมอุปกรณ์และสังเกตทิศทางลมก่อนถ่าย แล้วเสียงงานเอาต์ดอร์ของเราจะสะอาดและฟังดูเป็นมืออาชีพ