Saramonic SG MS1 ไมค์ Shotgun แบบ M-S Stereo ที่ใช้ตัวเดียวเก็บเสียงคนด้านหน้าและเสียงบรรยากาศรอบข้างได้พร้อมกัน ไม่ต้องพกไมค์แยกหลายตัวเหมือนเมื่อก่อน
Saramonic SG MS1 ไมค์ Shotgun ทำงานอย่างไร
เทคนิค M-S Stereo (Mid-Side) เป็นวิธีอัดเสียงที่วงการบรอดแคสต์และงานภาคสนามใช้กันมานาน ใช้ไมค์สองชุดทำงานร่วมกัน โดย Mid เน้นรับเสียงจากด้านหน้าตรงๆ เช่น เสียงพูดของ Subject ส่วน Side รับเสียงจากด้านซ้ายและขวา เมื่อนำสัญญาณทั้งสองมาถอดรหัสรวมกันจึงได้เสียงที่มีมิติกว้าง และปรับความกว้างของ Stereo ภายหลังในขั้นตอน Post-production ได้โดยไม่ต้องอัดใหม่ ต่างจากไมค์ Shotgun ทั่วไปที่ได้แค่เสียงตรงหน้าเพียงมิติเดียว
ฟอร์แมตบันทึกและการเชื่อมต่อ
ไมค์รองรับการบันทึกได้ทั้ง Stereo L/R ที่ถอดรหัสพร้อมใช้งานทันที, Raw M-S สำหรับปรับเสียงละเอียดภายหลัง และ Mono สำหรับงานที่ไม่ต้องการเสียง Stereo พร้อมช่องต่อ XLR, 3.5mm TRS และ USB-C ให้เลือกใช้ตามอุปกรณ์ปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นกล้อง Mirrorless มือถือ หรือเครื่องบันทึกเสียงแยก ตัวไมค์ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร หนัก 91 กรัม พกใส่กระเป๋าเลนส์ได้สบาย ใช้ไฟ Phantom 48V, USB-C หรือแบตเตอรี่ในตัวได้นานประมาณ 5 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับกองถ่ายขนาดเล็กเกือบทั้งวันโดยไม่ต้องพกแบตสำรอง
ราคา $350 หรือราว 12,600 บาทก่อนภาษี โดยยังไม่มีราคาไทย เหมาะกับครีเอเตอร์หรือทีมขนาดเล็กที่ต้องการลดจำนวนไมค์ที่ต้องพกพาระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะงานสารคดีและท่องเที่ยวที่เน้นความคล่องตัวมากกว่าการตั้งไมค์หลายจุด แต่สำหรับงานที่ต้องการคุมคุณภาพเสียงสูงสุดจริงจัง ชุดไมค์ Stereo แยกต่างหากยังให้ผลลัพธ์ที่ควบคุมได้ละเอียดกว่าอยู่ดี
โดยรวมแล้ว SG MS1 เหมาะกับคนทำคอนเทนต์คนเดียวหรือทีมเล็กที่อยากได้เสียงที่ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมิกซ์หลายแทร็ก มากกว่าจะแข่งกับชุดอัดเสียงระดับโปรดักชันใหญ่ที่มีคนดูแลเสียงแยกต่างหากอยู่แล้ว นี่คือบริบทที่ทำให้ Saramonic SG MS1 ไมค์ Shotgun น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้ใช้ดังกล่าว
ที่มา: Saramonic, Newsshooter
สรุปรูปแบบการบันทึกเสียง
ไมค์รุ่นนี้ใช้ระบบ Mid-Side โดยส่วน Mid เน้นเสียงจากด้านหน้า เช่น เสียงพูดของบุคคล ส่วน Side รับเสียงจากด้านซ้ายและขวา เมื่อนำสัญญาณมาถอดรหัสร่วมกันจะได้เสียง Stereo ที่มีมิติ และสามารถปรับความกว้างของเสียงภายหลังในขั้นตอน Post-production ได้ตามข้อมูลที่ระบุไว้ในบทความ
ผู้ใช้เลือกรูปแบบบันทึกได้ทั้ง Stereo L/R สำหรับไฟล์ที่ถอดรหัสพร้อมใช้งาน Raw M-S สำหรับปรับรายละเอียดภายหลัง และ Mono สำหรับงานที่ไม่ต้องการเสียง Stereo การเชื่อมต่อมีทั้ง XLR, 3.5mm TRS และ USB-C จึงเลือกใช้กับกล้อง Mirrorless โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องบันทึกเสียงแยกได้ตามอุปกรณ์ที่มี
ตัวไมค์ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร น้ำหนัก 91 กรัม และใช้ไฟ Phantom 48V ตามข้อมูลเดิม ก่อนบันทึกควรเลือกรูปแบบสัญญาณและช่องเชื่อมต่อให้ตรงกับอุปกรณ์ปลายทาง เพื่อเก็บทั้งเสียงบุคคลด้านหน้าและบรรยากาศโดยรอบตามรูปแบบงานที่ต้องการ










