ไมค์ไร้สายยุคนี้มีสองแนวหลักให้เลือกคือแบบคลิปที่มีไมค์อยู่ในตัวส่งเลย กับแบบที่ตัวส่งมีช่องให้ต่อไมค์ lavalier แยกออกมา หลายคนสงสัยว่าต่างกันแค่ไหนและควรเลือกแบบไหน เพราะทั้งสองแบบก็เก็บเสียงพูดได้เหมือนกัน ความจริงมันต่างกันที่ความสะดวก ความเนียน และความยืดหยุ่น ซึ่งเหมาะกับงานคนละแบบ บทความนี้อยากเทียบให้เห็นจุดเด่นและสิ่งที่ต้องแลกของแต่ละแบบแบบกลาง ๆ เพื่อให้เลือกได้ตรงกับสไตล์งานของเรา
แบบมีไมค์ในตัว
แบบมีไมค์ในตัวคือตัวส่งที่เป็นคลิปหนีบมีรูไมค์อยู่บนตัวเลย จุดเด่นคือความสะดวกและรวดเร็ว แค่หนีบที่ปกเสื้อก็พร้อมใช้ ไม่ต้องเดินสาย lav ให้ยุ่งยาก เหมาะกับครีเอเตอร์ วล็อกเกอร์ และงานที่ต้องการความเร็วในการเซ็ตอัป หรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนผู้พูดบ่อย สิ่งที่ต้องแลกคือตัวส่งจะเห็นชัดบนตัวผู้พูดเพราะมันคือไมค์ในตัว และตำแหน่งไมค์ถูกจำกัดอยู่ที่ตำแหน่งคลิป ทำให้ปรับระยะหรือซ่อนได้น้อยกว่า
แบบต่อ lav แยก
แบบต่อ lav แยกคือตัวส่งที่ซ่อนได้ในกระเป๋าหรือใต้เสื้อ แล้วเดินสายไมค์ lavalier เล็ก ๆ มาติดที่ตำแหน่งที่ต้องการ จุดเด่นคือความเนียนและความยืดหยุ่นในการวางไมค์ เราเลือกตำแหน่งไมค์ได้อิสระและซ่อนได้มิดชิดกว่า เหมาะกับงานสัมภาษณ์ที่ไม่อยากเห็นไมค์ งานที่ต้องการความเรียบร้อยของภาพ หรือการซ่อนไมค์ใต้เสื้อ สิ่งที่ต้องแลกคือเซ็ตอัปนานกว่าเพราะต้องเดินสายและจัดการสายให้เรียบร้อย และมีชิ้นส่วนเพิ่มที่ต้องดูแล
ใครเหมาะกับแบบไหน
เมื่อมองว่าใครเหมาะกับแบบไหน คนที่ทำคอนเทนต์เร็ว ๆ ถ่ายคนเดียว วล็อก หรืองานที่ความสะดวกสำคัญกว่าความเนียนสุด มักได้ประโยชน์จากแบบมีไมค์ในตัวที่หยิบใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ทำงานสัมภาษณ์จริงจัง งานที่ภาพต้องเรียบร้อยไม่เห็นไมค์ หรือต้องการคุมตำแหน่งไมค์อย่างประณีต แบบต่อ lav แยกก็ตอบโจทย์กว่า หลายคนที่ทำงานหลากหลายก็มีทั้งคู่ หรือเลือกระบบที่ตัวส่งมีไมค์ในตัวแต่ต่อ lav แยกได้ด้วย เพื่อความยืดหยุ่นในการสลับตามงาน
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ ไมค์ในตัวเด่นเรื่องสะดวกรวดเร็ว เหมาะกับงานเร็วและถ่ายคนเดียว แต่เห็นไมค์ชัดและปรับตำแหน่งได้น้อย ส่วนแบบต่อ lav แยกเด่นเรื่องเนียนและคุมตำแหน่งได้อิสระ เหมาะกับงานสัมภาษณ์และงานที่ภาพต้องเรียบร้อย แต่เซ็ตอัปนานกว่า เลือกจากว่างานเราเน้นความเร็วหรือความเนียน และถ้าอยากได้ทั้งคู่ก็มีระบบที่ทำได้ทั้งสองแบบ ลองดูว่างานส่วนใหญ่ของเราเป็นแนวไหน แล้วเลือกให้เข้ากับวิธีทำงานจริง