📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

NANLUX Matrix 10000 ไฟ LED 10,000W เปิดตัวที่ Cine Gear 2026

NANLUX Matrix 10000

NANLUX Matrix 10000 Four-Light Frame คือระบบกำแพงแสงที่ NANLUX นำมาโชว์ในงาน Cine Gear 2026 โดยนำไฟ Matrix 2500 จำนวน 4 ตัวมาติดบนเฟรมเดียวเพื่อให้กำลังรวม 10,000W ไม่ใช่ไฟรุ่นใหม่ที่มีกำลัง 10,000W ในบอดี้เดียว แต่เป็นวิธีต่อ fixture ขนาด 2,500W หลายตัวให้กลายเป็น source ขนาดใหญ่สำหรับเลียนแสงแดดในกองถ่ายขนาดใหญ่

Matrix 2500 มีทั้งรุ่น 2500B แบบ bi-color และ 2500C แบบ full-color แต่ละตัวมีหัวไฟ 4 ดวงในบอดี้ขนาด 40 × 40 × 23.5 ซม. รุ่น 2500B ให้ความสว่าง 103,000 lux ส่วน 2500C ให้ 67,900 lux ที่ระยะ 3 เมตรผ่าน Fresnel FL-MT25 มุม 16 องศา ทั้งคู่มีค่า CRI/TLCI เฉลี่ย 98 หรี่ไฟละเอียดถึง 0.1% และใช้บอดี้แมกนีเซียมอัลลอยมาตรฐาน IP66

NANLUX Matrix 10000 Four-Light Frame ทำงานอย่างไร

ระบบใช้ Four-Light Frame สำหรับติด Matrix 2500 จำนวน 4 ตัวเข้าด้วยกัน กำลังของแต่ละ fixture คือ 2,500W เมื่อนำมารวมจึงได้ 10,000W ตามชื่อที่ใช้เรียกกำแพงแสง จุดประสงค์คือสร้างแหล่งแสงขนาดใหญ่และมี output สูงสำหรับกองที่ต้องการจำลองแสงแดด

คำว่า Matrix 10000 จึงควรถูกอธิบายในฐานะ configuration ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ไฟชิ้นเดียว ผู้ซื้อสามารถเริ่มจาก Matrix 2500 ตัวเดียวแล้วเพิ่มจำนวนตามงบ ส่วนเฟรมสำหรับ 4 ตัวเป็นออปชันแยกตามต้นฉบับ ไม่ได้รวมกับไฟทุกชุดโดยอัตโนมัติ

นำมาโชว์ใน Cine Gear 2026

NANLUX นำ configuration 10,000W มาแสดงในงาน Cine Gear 2026 ตามข้อมูลต้นฉบับ สถานะนี้คือการนำระบบที่ประกอบจาก Matrix 2500 มาโชว์ให้เห็นวิธีขยาย source ไม่ควรเขียนว่าเป็นไฟ 10,000W บอดี้ใหม่ที่เปิดขายแยก

ข้อมูลราคาและกำหนดส่งในบทความอ้างถึง Matrix 2500B กับ 2500C รายตัว ส่วน Four-Light Frame เป็นออปชันแยก ผู้เขียนไม่ควรเติมราคาเฟรมหรือวันขายที่ต้นฉบับไม่ได้ยืนยัน

Matrix 2500 หนึ่งตัวมีกำลัง 2,500W

fixture แต่ละตัวให้กำลัง 2,500W ตามต้นฉบับ ตัวเลขนี้เป็นพื้นฐานของการรวม 4 ตัวเป็น 10,000W ผู้ใช้ควรวางแผนระบบไฟฟ้าและการติดตั้งตามกำลังรวมของชุดจริง ไม่ควรดูเพียงกำลังของตัวเดียว

งานที่ใช้หลายตัวพร้อมกันต้องพิจารณาแหล่งจ่าย สาย และการกระจายโหลดร่วมกับทีมไฟ บทความไม่ได้ให้รายละเอียดวงจรหรือแรงดัน จึงไม่ควรเพิ่มคำแนะนำเชิงไฟฟ้าที่ไม่มีข้อมูลจากผู้ผลิต

มีหัวไฟ 4 ดวงในหนึ่งบอดี้

Matrix 2500 แต่ละตัวประกอบด้วยหัวไฟ 4 ดวงในบอดี้เดียวตามข้อมูลเดิม การจัดหัวแบบ matrix เป็นพื้นฐานให้หลาย fixture ต่อกันได้โดยรักษาระยะห่างของแหล่งกำเนิดแสง

เมื่อประกบตัวข้างกัน ระยะห่างของหัวไฟระหว่าง fixture ถูกออกแบบให้เท่ากับระยะหัวภายในตัวเดียว จุดนี้ช่วยให้ลำแสงต่อเนื่องและลดการเห็นรอยต่อใน array ตามคำอธิบายต้นฉบับ

ขนาด 40 × 40 × 23.5 ซม.

บอดี้ Matrix 2500 มีขนาด 40 × 40 × 23.5 ซม. ตามต้นฉบับ ตัวเลขนี้มีผลต่อการขนส่ง การติดบนเฟรม และการวางหลายตัวเป็นกำแพงแสง ผู้ใช้ควรคำนวณพื้นที่ของ fixture ทั้ง 4 ตัวและอุปกรณ์ยึดร่วมกัน

ขนาดบอดี้ไม่ได้รวมมิติของ Four-Light Frame หรืออุปกรณ์เสริมที่บทความไม่ได้ระบุ จึงไม่ควรสรุปขนาดรวมของ Matrix 10000 โดยการเดา ทีมควรดูเอกสารเฟรมอย่างเป็นทางการก่อนวาง truss

Matrix 2500B เป็น Bi-Color

รุ่น 2500B เป็นไฟ bi-color ใช้ light engine Nebula B4 และปรับอุณหภูมิสีได้ตั้งแต่ 2,700K ถึง 6,500K ตามข้อมูลต้นฉบับ เหมาะกับงานที่ต้องการ output สูงและปรับระหว่างโทนอุ่นกับ daylight

2500B ไม่ใช่ full-color ผู้ใช้ที่ต้องการสีและช่วง CCT กว้างกว่าให้ดู 2500C ซึ่งใช้ Nebula C8 การเลือกรุ่นสำหรับ array ควรตรงกับงาน ไม่ควรนำความสามารถของ C ไปอ้างกับ B

Matrix 2500C เป็น Full-Color

รุ่น 2500C เป็น full-color ใช้ light engine Nebula C8 แบบ 8 สี รองรับ CCT 1,000K ถึง 20,000K ตามต้นฉบับ ช่วงกว้างและการควบคุมสีเหมาะกับกองที่ต้องสร้างบรรยากาศนอกเหนือจาก bi-color

ระบบ 8 สีเป็นข้อมูลของ light engine ไม่ควรถูกขยายเป็นจำนวนเอฟเฟกต์หรือโหมดที่ต้นฉบับไม่ได้ให้ ผู้ใช้ควรตรวจหน้าผลิตภัณฑ์และคู่มือสำหรับรายละเอียดการควบคุมสีเพิ่มเติม

2500B ให้ 103,000 Lux

Matrix 2500B ให้ความสว่าง 103,000 lux ตามข้อมูลเดิม เมื่อวัดที่ระยะ 3 เมตรผ่านเลนส์ Fresnel FL-MT25 มุม 16 องศา เงื่อนไขระยะและเลนส์ต้องถูกกล่าวร่วมกับตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบอย่างถูกต้อง

ไม่ควรนำ 103,000 lux ไปอ้างเป็น output ของ fixture แบบไม่มี Fresnel หรือวัดคนละระยะ และไม่ใช่ตัวเลขของ 2500C การจัด array 4 ตัวอาจเปลี่ยนรูปทรงและการกระจาย แต่บทความไม่ได้ให้ผล lux รวมของ Matrix 10000

2500C ให้ 67,900 Lux

Matrix 2500C ให้ 67,900 lux ที่ระยะ 3 เมตรผ่าน FL-MT25 มุม 16 องศาตามต้นฉบับ ตัวเลขต่ำกว่า 2500B แต่แลกกับความสามารถ full-color และช่วงอุณหภูมิสีที่กว้างกว่า

การเลือก B หรือ C จึงไม่ควรดู lux เพียงอย่างเดียว 2500B เน้น output bi-color ส่วน 2500C เน้นความยืดหยุ่นด้านสี กองควรเลือกตามบทบาทของแสงและการควบคุมที่ต้องใช้

Fresnel FL-MT25 มุม 16 องศา

ผลความสว่างของทั้งสองรุ่นอ้างผ่านเลนส์ Fresnel FL-MT25 ที่มุม 16 องศา เลนส์ช่วยรวมลำแสงให้เข้มขึ้นในเงื่อนไขทดสอบ จึงเป็นส่วนสำคัญของตัวเลข lux ที่รายงาน

ผู้ใช้ไม่ควรเปรียบเทียบกับไฟที่ใช้ reflector หรือมุมกว้างคนละแบบโดยตรง บทความไม่ได้ให้ค่า output ที่มุมอื่น การวางแผนกองควรตรวจ photometrics จากผู้ผลิตตาม modifier ที่ใช้จริง

ค่า CRI/TLCI เฉลี่ย 98

ทั้ง 2500B และ 2500C ให้ค่า CRI/TLCI เฉลี่ย 98 ตามข้อมูลต้นฉบับ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลด้านความแม่นยำสีของไฟ แต่คำว่า “เฉลี่ย” ต้องถูกคงไว้และไม่ควรสรุปว่าได้ 98 ในทุก CCT หรือทุกสี

ผู้ใช้ควรทดสอบกับกล้องและ source อื่นในฉาก การมีค่าดัชนีสูงช่วยงานสี แต่ไม่แทน camera test โดยเฉพาะ array ขนาดใหญ่ที่มีหลาย fixture ต้องตั้งค่าให้ตรงกัน

หรี่ไฟละเอียดถึง 0.1%

ระบบหรี่ได้ละเอียดถึง 0.1% ตามต้นฉบับ ช่วยควบคุม output ในระดับต่ำเมื่อใช้ fixture กำลัง 2,500W หรือ array 10,000W โดยไม่ต้องขยับไฟตลอดเวลา

บทความไม่ได้ระบุ curve หรือผล flicker ในทุกค่า ผู้ใช้ควรทดสอบเฟรมเรตและ shutter ที่ใช้งานจริง ไม่ควรเติมการรับรองด้าน flicker ที่ไม่มีอยู่ในต้นฉบับ

บอดี้แมกนีเซียมอัลลอย

ตัวไฟใช้บอดี้แมกนีเซียมอัลลอยตามข้อมูลเดิม วัสดุช่วยสร้างโครง fixture สำหรับงานโปรดักชันและการติดตั้งหลายตัว แต่บทความไม่ได้ระบุน้ำหนัก จึงไม่ควรเพิ่มตัวเลขจากแหล่งอื่น

การยก 4 ตัวขึ้นเฟรมหรือ truss ต้องใช้ระบบ rigging ตามคู่มือและทีมที่มีความรู้ ไม่ควรประเมิน load จากขนาดบอดี้เพียงอย่างเดียว ควรตรวจน้ำหนักอย่างเป็นทางการก่อนติดตั้ง

มาตรฐาน IP66

Matrix 2500 มีระดับกันน้ำและฝุ่น IP66 ตามต้นฉบับ เหมาะกับกองที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมนอกสตูดิโอ แต่ไม่ควรตีความว่าสามารถจุ่มน้ำหรือไม่ต้องป้องกันจุดเชื่อมต่อและระบบไฟฟ้า

Four-Light Frame, สาย และอุปกรณ์ rigging อาจมีมาตรฐานแตกต่างกัน ผู้ใช้ควรยึดข้อกำหนดของทุกชิ้น ไม่ใช่ใช้ IP66 ของตัวไฟแทนอุปกรณ์ทั้งระบบ

ตัวไฟเป็น All-in-One

Matrix 2500 รวมชุดควบคุมและ power adapter ไว้ในบอดี้ตามข้อมูลต้นฉบับ จึงต่อสายไฟเส้นเดียวเพื่อเริ่มใช้งานโดยไม่ต้องลาก ballast แยก จุดนี้ลดจำนวนกล่องรอบ fixture และช่วยการจัด array

การไม่มี ballast แยกไม่ได้ลดกำลังไฟรวมของชุด 4 ตัว ผู้ใช้ยังต้องวางแหล่งจ่ายตาม 2,500W ต่อ fixture และ 10,000W เมื่อเปิดทั้ง array ไม่ควรใช้ความสะดวกด้านสายแทนการวางระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย

Nebula C8 มี 8 สี

light engine Nebula C8 ใน 2500C ใช้ระบบ 8 สีตามต้นฉบับ ช่วยให้เป็นไฟ full-color และรองรับช่วง CCT 1,000-20,000K ข้อมูลนี้เป็นสเปกของรุ่น C เท่านั้น

ผู้เขียนไม่ควรนำ Nebula C8 ไปอ้างกับ 2500B ซึ่งใช้ Nebula B4 การแยกรุ่นช่วยป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องสีและช่วงอุณหภูมิ

Nebula B4 ครอบคลุม 2700-6500K

2500B ใช้ Nebula B4 และปรับ CCT ได้ 2,700-6,500K ตามต้นฉบับ จุดนี้ตอบโจทย์การจำลอง tungsten ไปถึง daylight โดยยังเน้น output ของ bi-color

ช่วง B4 แคบกว่า C8 แต่รุ่น B ให้ค่า lux สูงกว่าในเงื่อนไข Fresnel เดียวกัน กองควรตัดสินจาก output กับความยืดหยุ่นด้านสี ไม่ควรมองว่ารุ่นหนึ่งแทนอีกรุ่นได้ทุกงาน

ควบคุมจากหน้าเครื่อง

ผู้ใช้สามารถควบคุม Matrix 2500 จากหน้าเครื่องได้ตามข้อมูลต้นฉบับ เหมาะกับการตั้ง fixture เดี่ยวหรือการปรับค่าหน้างานโดยไม่ต้องเชื่อมระบบภายนอก

เมื่อใช้ 4 ตัวเป็น array การควบคุมทีละเครื่องอาจใช้เวลา จึงมีตัวเลือกรีโมตและโปรโตคอลสำหรับกองขนาดใหญ่ตามที่ระบุ แต่ควรตั้ง address และตรวจ fixture ทุกตัวก่อนเริ่มถ่าย

NANLINK App เป็นตัวเลือกควบคุมระยะไกลที่ต้นฉบับระบุ ช่วยปรับค่าจากอุปกรณ์โดยไม่ต้องเข้าถึงตัวไฟบนเฟรมหรือ truss ทุกครั้ง

บทความไม่ได้ระบุระยะการเชื่อมต่อหรือจำนวน fixture สูงสุด จึงไม่ควรเพิ่มตัวเลข ผู้ใช้ควรทดลองระบบจริงและเตรียมวิธีควบคุมสำรองก่อนงานใหญ่

รองรับ DMX/RDM

ระบบรองรับ DMX/RDM สำหรับการควบคุมในกองและสตูดิโอที่มี lighting console ผู้ใช้สามารถรวม Matrix 2500 เข้า workflow เดิมได้ตามมาตรฐานที่ระบุ

การตั้ง channel และ profile ต้องอ้างคู่มือของรุ่น B หรือ C บทความไม่ได้ให้จำนวน channel จึงไม่ควรเพิ่มข้อมูล ผู้ควบคุมควรตรวจการสื่อสารทุก fixture ก่อนยกขึ้น rig

รองรับ LumenRadio CRMX

LumenRadio CRMX เป็นอีกตัวเลือกควบคุมที่ต้นฉบับกล่าวถึง เหมาะกับกองที่ต้องลดสายสัญญาณและใช้ระบบ wireless lighting อยู่แล้ว

ประสิทธิภาพไร้สายขึ้นกับสภาพแวดล้อมและการตั้งค่า ผู้ใช้ควรทดสอบระยะจริงและเตรียมแผนสำรอง ไม่ควรถือว่าการรองรับ CRMX รับประกันการเชื่อมต่อทุกสถานที่

รองรับ Art-Net และ sACN

Matrix 2500 รองรับ Art-Net/sACN ตามข้อมูลเดิม ช่วยควบคุมไฟผ่านเครือข่ายใน virtual production, สตูดิโอ และระบบขนาดใหญ่ที่มี fixture หลายตัว

การใช้เครือข่ายต้องวาง IP, universe และ infrastructure ตามระบบของกอง ต้นฉบับไม่ได้ให้รายละเอียด configuration จึงควรอ้างคู่มือก่อนใช้งานจริง

ระบายความร้อนจากหน้าไปหลัง

ระบบระบายความร้อนเป่าอากาศจากหน้าไปหลังตามข้อมูลต้นฉบับ ช่วยให้ fixture ทำงานต่อเนื่องนานได้ในแนวทางที่แบรนด์ออกแบบ และลดการรบกวนทิศทางอื่นรอบ array

ผู้ใช้ควรเว้นพื้นที่ทางลมและไม่ปิดช่องระบายเมื่อประกบหลายตัว บทความไม่ได้มีผลวัดอุณหภูมิหรือเสียง จึงไม่ควรเติมคำรับรองที่ไม่มีข้อมูล

พัดลม 4 โหมด

ตัวไฟมีโหมดพัดลม 4 แบบตามต้นฉบับ จำนวนนี้ต้องคงไว้ ไม่ควรเพิ่มหรือลด รายละเอียดหนึ่งในนั้นคือ Smart Mode ซึ่งปรับความเร็วตามอุณหภูมิ

โหมดต่าง ๆ ช่วยให้กองสมดุลระหว่างการระบายความร้อนและเสียง แต่บทความไม่ได้แจกแจงชื่อครบทั้ง 4 โหมด ผู้ใช้ควรดูคู่มือสำหรับการเลือกที่เหมาะกับงาน

Smart Mode ปรับตามอุณหภูมิ

Smart Mode ปรับความเร็วพัดลมตามอุณหภูมิเพื่อลดเสียงระหว่างการอัดเสียงตามต้นฉบับ คุณสมบัตินี้เหมาะกับกองที่วางไฟใกล้ไมค์และต้องการให้ระบบจัดสมดุลอัตโนมัติ

ต้นฉบับไม่ได้มีค่าเดซิเบลหรือผลเสียง จึงไม่ควรยืนยันว่าเงียบสนิท ผู้บันทึกเสียงควรทดสอบตำแหน่งจริงและเลือกโหมดตามระยะไมค์กับ fixture

ระยะห่างหัวไฟทำให้ลำแสงต่อเนื่อง

จุดออกแบบสำคัญคือระยะห่างหัวไฟระหว่าง fixture ที่ติดกันถูกทำให้เท่ากับระยะหัวภายในบอดี้เดียว เมื่อนำหลายตัวมาต่อจึงสร้าง pattern ที่ต่อเนื่องและลดการเห็นรอยต่อของ array

ข้อมูลนี้อธิบายเหตุผลที่ Matrix 2500 เหมาะกับการทำกำแพงแสง แต่บทความไม่ได้มีภาพวัดความสม่ำเสมอหรือเปอร์เซ็นต์ falloff ผู้ใช้ควรดูตัวอย่างจากการติดตั้งจริง

ต่อขึ้น Truss เป็น Matrix ใหญ่กว่าได้

นอกจาก Four-Light Frame ระบบยังสามารถนำขึ้น truss และต่อเป็น matrix ใหญ่กว่าได้ตามต้นฉบับ ความสามารถนี้เหมาะกับกองขนาดใหญ่และ virtual production ที่ต้องการ source กว้างหรือกำลังสูงกว่า 10,000W

การขยายจำนวน fixture เพิ่มกำลังไฟ น้ำหนัก และความซับซ้อน ผู้ใช้ต้องใช้ระบบ rigging และจ่ายไฟที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ บทความไม่ได้กำหนดจำนวนสูงสุด จึงไม่ควรเติมเพดานที่ไม่มีข้อมูล

เหมาะกับ Rental House

Rental house สามารถลงทุนทีละ Matrix 2500 แล้วเพิ่มเฟรมหรือจำนวนไฟตามความต้องการของลูกค้า ระบบโมดูลาร์ช่วยปล่อยเช่าเป็นตัวเดี่ยวหรือจัด array สำหรับกองใหญ่ได้

การจัดคลังต้องแยกรุ่น B กับ C รวมถึง Fresnel, เฟรม และอุปกรณ์ควบคุม ราคาและกำหนดส่งที่ต้นฉบับระบุเป็นข้อมูลช่วงเปิดตัว ผู้ให้เช่าควรตรวจเรตล่าสุดก่อนวางแผนลงทุน

เหมาะกับ Virtual Production

Virtual production เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต้นฉบับระบุ เนื่องจากต้องการระบบไฟกำลังสูง ควบคุมผ่านเครือข่าย และปรับสีได้ โดยเฉพาะรุ่น 2500C ที่ใช้ Nebula C8 และรองรับ Art-Net/sACN

การใช้ร่วมกับจอ LED และกล้องต้องผ่านการทดสอบสี flicker และ sync ของกองจริง บทความไม่ได้มีผลทดสอบ virtual production จึงไม่ควรยืนยัน performance นอกเหนือจากการรองรับระบบควบคุม

เหมาะกับการเลียนแสงแดด

กำแพง 10,000W ถูกออกแบบเพื่อสร้าง source กำลังสูงสำหรับเลียนแสงแดดในกองถ่ายใหญ่ตามต้นฉบับ การต่อ 4 ตัวช่วยเพิ่มพื้นที่และ output มากกว่าการใช้ fixture เดี่ยว

การจำลองแสงแดดยังต้องใช้ตำแหน่ง มุม Fresnel และ modifier ที่เหมาะสม ไม่ควรสรุปว่าเปิดไฟ 4 ตัวแล้วได้แสงธรรมชาติโดยอัตโนมัติ ทีมไฟควรออกแบบตามฉากและกล้อง

ราคา Matrix 2500B ราว 6,580 ดอลลาร์

ราคาเปิดตัวของ 2500B อยู่ที่ราว 6,580 ดอลลาร์ต่อตัวตามต้นฉบับ คำว่า “ราว” และสถานะราคาเปิดตัวต้องถูกคงไว้ ไม่ควรเพิ่มราคาไทยหรือราคาเฟรมที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

หากใช้ 4 ตัว ต้นฉบับสรุปว่าต้นทุนกำแพง 10,000W แตะหลักล้านบาท แต่ไม่ได้ให้ยอดเงินบาทที่แน่นอน ผู้ซื้อควรคำนวณจากเรตและอุปกรณ์ในช่วงที่ตัดสินใจจริง

ราคา Matrix 2500C ราว 7,280 ดอลลาร์

ราคาเปิดตัวของ 2500C อยู่ที่ราว 7,280 ดอลลาร์ต่อตัวตามข้อมูลเดิม รุ่น C แพงกว่ารุ่น B และแลกกับระบบ full-color, Nebula C8 และช่วง CCT 1,000-20,000K

ราคาเป็นเรตต่างประเทศตามต้นฉบับ ไม่ควรเติมค่าขนส่ง ภาษี หรือราคาไทยโดยไม่มีประกาศ ผู้ซื้อควรตรวจตัวแทนและสิ่งที่รวมในชุดก่อนเปรียบเทียบกับรุ่น B

เริ่มส่ง Q3 2026 ตามข้อมูลเปิดตัว

ต้นฉบับระบุว่า Matrix 2500 เริ่มส่งใน Q3 2026 ข้อมูลนี้ควรถูกเขียนเป็นกำหนดตามช่วงเปิดตัว ไม่ใช่การยืนยันว่าทุกตลาดได้รับสินค้าในวันเดียวกัน และไม่ควรเติมวันที่เฉพาะที่ไม่มีข้อมูล

ผู้สนใจควรตรวจสถานะจาก NANLUX หรือตัวแทนในภูมิภาคอีกครั้ง Four-Light Frame เป็นออปชันแยกและบทความไม่ได้ระบุวันส่งของเฟรมโดยเฉพาะ

Four-Light Frame เป็นออปชันแยก

เฟรมสำหรับติด 4 fixture ไม่ได้รวมมากับ Matrix 2500 ทุกตัวตามต้นฉบับ ผู้ซื้อที่ต้องการสร้าง Matrix 10000 ต้องวางงบทั้งไฟ 4 ตัวและเฟรมแยก รวมถึงระบบ rigging กับจ่ายไฟ

บทความไม่มีราคาเฟรม จึงไม่ควรเติมตัวเลขหรือประมาณการ ผู้ที่เริ่มจากตัวเดียวสามารถขยายภายหลังเมื่อมีงบและงานที่ต้องการ source ใหญ่ขึ้น

ตรวจข้อมูลจาก NANLUX ก่อนลงทุน

ก่อนซื้อควรยืนยันรุ่น B หรือ C, Fresnel FL-MT25, เฟรม, flight case, อุปกรณ์ควบคุม และกำหนดส่งในภูมิภาค โดยรักษาข้อมูลหลักที่ยืนยันในต้นฉบับคือ 2,500W ต่อตัว, 4 ตัวรวม 10,000W และเฟรมเป็นออปชัน

ติดตาม ข่าวไฟและอุปกรณ์โปรดักชันของ lnwGadget และดูข้อมูลจาก เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ NANLUX เพื่อยืนยันสเปก ราคา และสถานะการจำหน่ายล่าสุด โดยไม่เติมวันขายหรือราคาไทยที่ยังไม่มีประกาศ

สรุป NANLUX Matrix 10000

Matrix 10000 คือ Matrix 2500 จำนวน 4 ตัวบน Four-Light Frame รวมกำลัง 10,000W แต่ละตัวมีหัวไฟ 4 ดวง ขนาด 40 × 40 × 23.5 ซม. รุ่น 2500B ให้ 103,000 lux และ 2500C ให้ 67,900 lux ที่ 3 เมตรผ่าน FL-MT25 16 องศา ทั้งคู่มี CRI/TLCI เฉลี่ย 98, dim 0.1%, IP66 และ all-in-one ไม่มี ballast แยก

2500B ใช้ Nebula B4 ช่วง 2,700-6,500K ราคาเปิดตัวราว 6,580 ดอลลาร์ ส่วน 2500C ใช้ Nebula C8 8 สี ช่วง 1,000-20,000K ราคาเปิดตัวราว 7,280 ดอลลาร์ เริ่มส่งตามข้อมูลเปิดตัวใน Q3 2026 ส่วน Four-Light Frame แยกขาย ระบบเหมาะกับ rental, virtual production และกองใหญ่ที่ต้องการจำลองแสงแดด

ที่มา: Newsshooter (Cine Gear 2026)

Prev
Sony RIALTO 65 บล็อกเซนเซอร์ 65mm Large Format สำหรับ VENICE 2 คาดปี 2027
Sony RIALTO 65

Sony RIALTO 65 บล็อกเซนเซอร์ 65mm Large Format สำหรับ VENICE 2 คาดปี 2027

Next
SmallRig SSD 5-in-1 แม่เหล็กพกพา backup ไฟล์ + verify ในตัว ราคาเริ่ม ฿9,440
SmallRig SSD

SmallRig SSD 5-in-1 แม่เหล็กพกพา backup ไฟล์ + verify ในตัว ราคาเริ่ม ฿9,440

You May Also Like