📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

7Artisans DREAM เลนส์ Cine Full-Frame T1.5 ชุด 35/50/75mm ตัวละ 9,990 บาท

7Artisans DREAM

7Artisans DREAM Cine T1.5 คือชุดเลนส์ภาพยนตร์ฟูลเฟรมที่เปิดราคาไทยตัวละ 9,990 บาท มีระยะ 35mm, 50mm และ 75mm โดยทุกตัวใช้ค่ารูรับแสง T1.5 และรองรับเมาท์ E, Z, L และ RF จุดเด่นอยู่ที่การจัดองค์ประกอบสำหรับงานโปรดักชัน ทั้ง focus throw 300 องศา เฟือง M0.8 หน้าเลนส์ 82mm และตำแหน่งเฟืองที่ตรงกันทั้งชุด ช่วยให้ผู้เริ่มขยับจากเลนส์ภาพนิ่งเข้าสู่งานวิดีโอเลือกชุดเลนส์ cine ได้ในงบที่เข้าถึงง่ายขึ้น

ชุดแรกครอบคลุมสามทางยาวโฟกัสที่แบ่งหน้าที่ได้ชัดเจน ตั้งแต่ 35mm สำหรับมุมกว้างขึ้น 50mm เป็นระยะหลัก และ 75mm สำหรับมุมที่แคบลง ทุกตัวมี image circle 43.5mm เพื่อครอบคลุมเซ็นเซอร์ Full-Frame เต็มพื้นที่ การมีเมาท์ให้เลือกตรงกับกล้องมิเรอร์เลสและกล้อง cinema รุ่นใหม่ช่วยลดความจำเป็นในการใช้ adapter และทำให้จัดชุดอุปกรณ์ตามระบบกล้องที่ใช้อยู่ได้โดยตรง

7Artisans DREAM Cine T1.5 มีระยะใดบ้าง

ระยะ 35mm T1.5 ใช้ม่านรูรับแสง 11 กลีบ โฟกัสใกล้สุด 0.7 เมตร และมีน้ำหนักราว 720 กรัมเมื่ออ้างอิงเมาท์ E โครงสร้างชิ้นเลนส์อยู่ที่ 10 ชิ้น 9 กลุ่ม ระยะนี้เป็นตัวเลือกที่เปิดพื้นที่ในเฟรมมากกว่าอีกสองตัว และน้ำหนักยังอยู่ในกลุ่มที่ผู้ผลิตวางให้เหมาะกับงานกิมบอลหรือถือมือ

ระยะ 50mm T1.5 ใช้ม่านรูรับแสง 10 กลีบ โฟกัสใกล้สุด 0.6 เมตร และมีน้ำหนักราว 805 กรัมเมื่ออ้างอิงเมาท์ E โครงสร้างชิ้นเลนส์ 9 ชิ้น 7 กลุ่ม ตัวนี้ถูกวางเป็นเลนส์หลักของชุดและมีรูยึด lens support จึงเหมาะกับการติดตั้งที่ต้องการรองรับตัวเลนส์บนริกอย่างเป็นระบบ

ระยะ 75mm T1.5 ใช้ม่านรูรับแสง 13 กลีบ โฟกัสใกล้สุด 0.85 เมตร และมีน้ำหนักราว 715 กรัมเมื่ออ้างอิงเมาท์ E โครงสร้างชิ้นเลนส์ 6 ชิ้น 6 กลุ่ม น้ำหนักเบากว่า 50mm และใกล้เคียงกับ 35mm จึงอยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับการติดตั้งบนกิมบอลหรือการถือมือเช่นกัน

ความต่างของระยะช่วยให้ผู้ถ่ายเลือกขนาดภาพโดยไม่ต้องเปลี่ยนแนวทางควบคุมเลนส์ เพราะทั้งสามตัวมีส่วนประกอบสำหรับงาน cine ในรูปแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตาม สเปกด้านออปติคอล จำนวนกลีบรูรับแสง ระยะโฟกัสใกล้สุด และน้ำหนักแตกต่างกัน ผู้ใช้ควรเลือกจากลักษณะช็อตและข้อจำกัดของริก ไม่ควรพิจารณาเพียงค่า T1.5 ที่เท่ากัน

รองรับเซ็นเซอร์ Full-Frame

เลนส์ทั้งสามตัวมี image circle 43.5mm ซึ่งระบุว่าครอบคลุมเซ็นเซอร์ Full-Frame เต็มพื้นที่ จุดนี้ทำให้ชุดเลนส์ใช้งานกับกล้องฟูลเฟรมในเมาท์ที่รองรับได้โดยไม่ต้องอาศัย adapter จากข้อมูลที่ประกาศ เมาท์ที่มีให้เลือกคือ Sony E, Nikon Z, Leica L และ Canon RF

การเลือกเมาท์ตรงกับบอดี้ช่วยให้จุดเชื่อมต่อเป็นไปตามรูปแบบของเลนส์แต่ละรุ่น แต่ผู้ใช้ยังควรตรวจเมาท์ของกล้องให้ถูกต้องก่อนสั่งซื้อ เพราะเลนส์หนึ่งตัวไม่ได้เปลี่ยนเมาท์ไปมาระหว่าง E, Z, L และ RF ด้วยตัวเอง รายการเมาท์หมายถึงมีเวอร์ชันให้เลือก ไม่ใช่เลนส์ตัวเดียวที่ติดตั้งได้ทุกระบบ

รูรับแสง T1.5 เท่ากันทั้งชุด

ค่า T1.5 ถูกใช้ร่วมกันในเลนส์ทั้งสามระยะ ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกเปิดรับแสงกว้างในทุกระยะของชุด ค่าที่ระบุเป็น T-stop ตามแนวทางเลนส์ cine ไม่ใช่ค่า f-stop ในชื่อรุ่น การมีค่าสูงสุดเท่ากันช่วยให้วางแผนการเปิดรูรับแสงเมื่อเปลี่ยนระยะได้ง่ายขึ้น แต่สี คอนทราสต์ และลักษณะโบเก้ยังอาจแตกต่างเพราะสูตรเลนส์กับจำนวนกลีบรูรับแสงไม่เหมือนกัน

วงแหวนรูรับแสงเป็นแบบ de-clicked จึงหมุนปรับ iris ได้ต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะคลิกแบบเลนส์ภาพนิ่ง คุณสมบัตินี้เหมาะกับงานที่ต้องปรับแสงระหว่างการถ่าย โดยการเคลื่อนไหวของวงแหวนไม่ถูกแบ่งเป็นขั้น อย่างไรก็ตาม การปรับจริงควรทำร่วมกับอุปกรณ์และผู้ควบคุมตามรูปแบบของกองถ่าย

จำนวนกลีบรูรับแสงแยกเป็น 11 กลีบใน 35mm, 10 กลีบใน 50mm และ 13 กลีบใน 75mm ความต่างนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าชุดเลนส์เป็น matched set เชิงออปติคอล ผู้ใช้ที่ต้องตัดสลับระยะและต้องการความต่อเนื่องของภาพอย่างเข้มงวดควรดูฟุตเทจตัวอย่างก่อนตัดสินใจ

Focus Throw 300 องศา

เลนส์ทุกระยะให้ focus throw 300 องศา ทำให้ช่วงการหมุนวงแหวนโฟกัสยาวกว่าการควบคุมแบบรวดเร็วของเลนส์ภาพนิ่ง จุดประสงค์คือเพิ่มพื้นที่สำหรับกำหนดระยะโฟกัสอย่างละเอียดเมื่อ pull focus ผู้ช่วยกล้องสามารถใช้การหมุนในช่วงกว้างเพื่อควบคุมจุดโฟกัสตามการเคลื่อนที่ของตัวแบบได้แม่นยำขึ้น

ความยาวของ focus throw มีผลต่อวิธีทำงาน ผู้ใช้ที่หมุนด้วยมือจะต้องเผื่อการเคลื่อนที่ของข้อมือมากขึ้น ส่วนการใช้ follow focus ช่วยถ่ายทอดการหมุนผ่านเฟืองให้เป็นระบบ การตั้งมาร์กระยะและซ้อมการเคลื่อนไหวก่อนถ่ายจึงเหมาะกับลักษณะของเลนส์ cine มากกว่าการหมุนหาโฟกัสแบบฉับไว

ระยะโฟกัสใกล้สุดไม่เท่ากัน โดย 35mm อยู่ที่ 0.7 เมตร, 50mm อยู่ที่ 0.6 เมตร และ 75mm อยู่ที่ 0.85 เมตร ผู้ถ่ายควรเผื่อระยะระหว่างกล้องกับตัวแบบตามเลนส์ที่ใช้ โดยเฉพาะเมื่อจัดช็อตระยะใกล้ เพราะการเปลี่ยนจาก 50mm ไป 75mm อาจต้องขยับตำแหน่งเพื่อรักษาการโฟกัสตามข้อจำกัดที่ระบุ

เฟือง M0.8 และตำแหน่งตรงกัน

เฟืองควบคุมใช้มาตรฐาน M0.8 สำหรับเชื่อมกับ follow focus และอุปกรณ์งาน cine จุดที่ทีมโปรดักชันให้ความสำคัญคือตำแหน่งเฟืองตรงกันทั้งชุด เมื่อสลับระหว่าง 35mm, 50mm และ 75mm จึงลดความจำเป็นในการเลื่อนชุดขับเฟืองใหม่ทุกครั้ง ทั้งนี้การติดตั้งจริงยังควรตรวจระยะประกบและความแน่นของอุปกรณ์ก่อนถ่าย

ตำแหน่งเฟืองที่สอดคล้องกันช่วยให้ขั้นตอนเปลี่ยนเลนส์บนริกทำได้ต่อเนื่อง ผู้ช่วยกล้องสามารถถอดระยะเดิม ใส่ระยะใหม่ และนำ follow focus กลับเข้าตำแหน่งเดิมได้ง่ายขึ้น ประโยชน์จะเห็นชัดในงานที่ต้องเปลี่ยนขนาดภาพหลายครั้งและต้องการลดเวลาปรับอุปกรณ์ระหว่างช็อต

วงแหวนโฟกัสกับวงแหวน iris ต่างมีบทบาทในงาน cine การมีเฟืองมาตรฐานทำให้วางระบบควบคุมได้เหมาะกับทีม ทั้งการใช้มือหมุน อุปกรณ์ follow focus หรือการจัดผู้ช่วยกล้องแยกหน้าที่ ผู้ใช้ใหม่ควรทำความคุ้นเคยกับทิศทางการหมุนและช่วง 300 องศาก่อนเริ่มงานจริง

ฟิลเตอร์หน้า 82mm เท่ากัน

หน้าเลนส์ขนาด 82mm ถูกใช้ร่วมกันทั้งสามระยะ ทำให้เลือกฟิลเตอร์แบบเกลียวขนาดเดียวสำหรับชุดได้ การมีขนาดเท่ากันลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเมื่อเปลี่ยนเลนส์ และช่วยจัดกระเป๋าให้เป็นระบบมากขึ้น ผู้ใช้ควรตรวจรูปแบบฟิลเตอร์และการติดตั้งให้เหมาะกับงานของตน

นอกจากขนาดฟิลเตอร์ตรงกัน ตำแหน่งเฟืองที่ตรงกันยังช่วยให้สลับเลนส์โดยไม่ต้องขยับ matte box หรือ follow focus ใหม่ตามข้อมูลในบทความต้นทาง การรักษาตำแหน่งอุปกรณ์เหล่านี้ลดขั้นตอนปรับริก โดยเฉพาะเมื่อกล้องติดบนขาตั้ง กิมบอล หรือระบบที่มีชิ้นส่วนหลายชิ้น

แม้ขนาดหน้าเลนส์เหมือนกัน ผู้ใช้ยังต้องระวังน้ำหนักที่ต่างกัน โดย 50mm หนักราว 805 กรัม ขณะที่ 35mm ราว 720 กรัม และ 75mm ราว 715 กรัมเมื่ออ้างอิงเมาท์ E การเปลี่ยนเลนส์บนกิมบอลอาจต้องตรวจสมดุลอีกครั้ง ไม่ควรถือว่าตำแหน่งเฟืองเท่ากันแล้วสมดุลน้ำหนักจะเหมือนกันทั้งหมด

บอดี้โลหะและน้ำหนักแต่ละระยะ

เลนส์ใช้บอดี้โลหะทั้งตัว ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางอุปกรณ์สำหรับงานโปรดักชัน น้ำหนักของแต่ละระยะอยู่ระหว่างประมาณ 715-805 กรัมตามข้อมูลอ้างอิงเมาท์ E ผู้ใช้เมาท์อื่นควรตรวจข้อมูลของเวอร์ชันที่เลือกอีกครั้ง เพราะตัวเลขในบทความระบุฐานอ้างอิงไว้ที่ E-mount

35mm และ 75mm ถูกวางให้มีน้ำหนักเบากว่า 50mm เหมาะกับงานกิมบอลและถือมือมากกว่าในบริบทของชุด ส่วน 50mm มีรูยึด lens support สำหรับการรองรับบนริก การเลือกใช้ควรดูทั้งมุมภาพและรูปแบบการติดตั้ง ไม่ใช่น้ำหนักอย่างเดียว

เมื่อนำบอดี้โลหะ เลนส์ กล้อง และอุปกรณ์หน้าเลนส์มารวมกัน ทีมควรคำนวณน้ำหนักทั้งชุดตามขีดจำกัดของกิมบอลหรือระบบรองรับ การที่เลนส์ถูกเรียกว่าเหมาะกับกิมบอลไม่ได้หมายความว่าทุกกิมบอลจะรับน้ำหนักของริกทั้งหมดได้โดยไม่ต้องปรับสมดุล

ใช้งานสัมภาษณ์ มิวสิควิดีโอ และหนังสั้น

สามระยะช่วยจัดชุดสำหรับงานสัมภาษณ์ มิวสิควิดีโอ หรือหนังสั้นได้ในกระเป๋าเดียว 35mm ใช้เมื่ออยากเห็นพื้นที่มากขึ้น 50mm เป็นระยะหลักที่ยืดหยุ่น และ 75mm ช่วยเลือกมุมที่แคบลง การมี T1.5 และระบบควบคุมเหมือนกันทำให้ทีมเปลี่ยนบทบาทของเลนส์โดยยังใช้แนวทางการทำงานชุดเดิม

งานสัมภาษณ์อาจใช้ระยะต่างกันตามขนาดห้อง ระยะกล้อง และองค์ประกอบฉาก งานมิวสิควิดีโออาจเปลี่ยนระยะเพื่อสร้างความหลากหลายของภาพ ส่วนหนังสั้นสามารถจัดลำดับช็อตด้วยสามมุมมองพื้นฐาน การใช้งานเหล่านี้เป็นตัวอย่างจากบทความ ไม่ได้จำกัดว่าเลนส์ต้องใช้กับงานประเภทดังกล่าวเท่านั้น

ชุดเลนส์มาพร้อมเคสโฟมเซาะร่องสำหรับพกพา ช่วยจัดวางเลนส์ทั้งสามตัวเป็นชุด การเก็บในช่องเฉพาะลดการเคลื่อนที่ระหว่างเดินทาง และช่วยให้ตรวจนับอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น

ไม่ได้เคลมว่าเป็น matched set เชิงออปติคอล

ข้อมูลสำคัญคือ 7Artisans ไม่ได้เคลมว่าชุดนี้เป็น matched set เชิงออปติคอล เพราะสูตรเลนส์ทั้งสามระยะแตกต่างกัน 35mm ใช้ 10 ชิ้น 9 กลุ่ม, 50mm ใช้ 9 ชิ้น 7 กลุ่ม และ 75mm ใช้ 6 ชิ้น 6 กลุ่ม ความต่างของโครงสร้างทำให้ผลลัพธ์อาจไม่ได้สอดคล้องกันทุกด้านแม้ชื่อซีรีส์และค่า T1.5 จะเหมือนกัน

จำนวนกลีบรูรับแสงยังต่างกันที่ 11, 10 และ 13 กลีบตามลำดับ จึงอาจเห็นความต่างของสี คอนทราสต์ และโบเก้เมื่อตัดสลับข้ามระยะ ผู้ที่ต้องการความต่อเนื่องด้านออปติคอลอย่างจริงจังควรรอดูฟุตเทจตัวอย่างและรีวิวที่ถ่ายภายใต้แสงกับการตั้งค่าเดียวกันก่อนตัดสินใจ

คำว่าไม่ได้เป็น matched set ไม่ได้แปลว่าเลนส์ใช้ร่วมกันไม่ได้ ทีมควรทดสอบเลนส์ทั้งสามกับกล้องและแสงจริงของงาน เพื่อตรวจสี คอนทราสต์ และลักษณะโบเก้ก่อนถ่าย

ราคาไทยตัวละ 9,990 บาท

ราคาไทยของ 35mm, 50mm และ 75mm อยู่ที่ตัวละ 9,990 บาทเท่ากัน ส่วนชุดสามตัวราคา 28,990 บาท ตัวเลขนี้ทำให้ผู้ซื้อเปรียบเทียบระหว่างการเริ่มด้วยระยะเดียวกับการรับทั้งชุดได้ชัดเจน หากงานใช้เพียงมุมภาพหลักอาจเริ่มจากระยะที่ตอบโจทย์ที่สุด แต่ถ้าต้องสลับระยะบ่อย ชุดสามตัวให้ระบบหน้าเลนส์และเฟืองที่สอดคล้องกัน

ผู้เริ่มจากเลนส์ภาพนิ่งควรพิจารณางบสำหรับอุปกรณ์รอบข้างด้วย เช่น follow focus, lens support, matte box หรือระบบรองรับตามริกที่ใช้อยู่ แม้ราคาเลนส์เข้าถึงง่าย แต่ประสบการณ์แบบ cine มาจากการจัดระบบควบคุมและการทำงานร่วมกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลนส์เพียงชิ้นเดียว

การเลือกซื้อแยกหรือเป็นชุดควรดูเมาท์ให้ตรงกันทุกตัว และตรวจว่าระยะทั้งสามจำเป็นต่อรูปแบบงานหรือไม่ ผู้ที่มี 50mm เป็นมุมหลักอาจเริ่มจากตัวที่มีรูยึด lens support ส่วนทีมที่ใช้กิมบอลและต้องการมุมกว้างหรือแคบขึ้นสามารถพิจารณา 35mm กับ 75mm ตามน้ำหนักและองค์ประกอบภาพ

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกซื้อ

ข้อแรกคือเมาท์กล้อง ต้องเลือกเวอร์ชัน E, Z, L หรือ RF ให้ตรงกับระบบ ข้อสองคือความครอบคลุม image circle 43.5mm สำหรับ Full-Frame ข้อสามคือระยะโฟกัสใกล้สุดที่แตกต่างกัน และข้อสี่คือน้ำหนักของแต่ละตัวซึ่งมีผลต่อริก โดยเฉพาะกิมบอลและงานถือมือ

ข้อถัดมาคือความต้องการด้านการจับคู่ภาพ หากงานตัดสลับหลายระยะและกำหนดสีหรือโบเก้อย่างเข้มงวด ควรดูฟุตเทจตัวอย่างก่อน เพราะผู้ผลิตไม่ได้เคลม matched set เชิงออปติคอล สูตรเลนส์และจำนวนกลีบรูรับแสงไม่เท่ากัน การทดสอบจริงจึงให้คำตอบได้ดีกว่าการเทียบจากค่า T1.5 เพียงตัวเดียว

สุดท้ายควรดูขั้นตอนควบคุมโฟกัส Focus throw 300 องศาให้พื้นที่ปรับละเอียด แต่ต้องใช้เวลาและพื้นที่หมุนมากกว่าเลนส์ภาพนิ่ง การมี follow focus ที่รองรับเฟือง M0.8 และการซ้อมมาร์กระยะช่วยให้ใช้ประโยชน์จากการออกแบบได้เต็มที่

สรุปชุดเลนส์สำหรับงาน cine

ซีรีส์ DREAM เริ่มด้วย 35mm, 50mm และ 75mm T1.5 ครอบคลุม Full-Frame ด้วย image circle 43.5mm มีเมาท์ E, Z, L และ RF ทุกตัวใช้ focus throw 300 องศา วงแหวน iris แบบ de-clicked เฟือง M0.8 ฟิลเตอร์หน้า 82mm และบอดี้โลหะ ตำแหน่งเฟืองกับขนาดหน้าเลนส์ตรงกันเพื่อช่วยลดขั้นตอนปรับอุปกรณ์เมื่อสลับระยะ

สเปกเฉพาะระยะยังต้องนำมาพิจารณา 35mm หนักราว 720 กรัม โฟกัสใกล้สุด 0.7 เมตรและมี 11 กลีบ, 50mm หนักราว 805 กรัม โฟกัสใกล้สุด 0.6 เมตรและมี 10 กลีบ ส่วน 75mm หนักราว 715 กรัม โฟกัสใกล้สุด 0.85 เมตรและมี 13 กลีบ ตัวเลขน้ำหนักอ้างอิงเมาท์ E

ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลแบรนด์เพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ทางการของ 7Artisans และติดตามบทความอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องใน หมวดเลนส์ของ lnwGadget ก่อนเลือกซื้อควรพิจารณาความต่างเชิงออปติคอล ฟุตเทจตัวอย่าง เมาท์ และรูปแบบริกร่วมกับราคา 9,990 บาทต่อตัวหรือ 28,990 บาทสำหรับชุดสามตัว

ที่มา: PetaPixel, 7Artisans

Prev
7Artisans 35mm f/2.8 เลนส์ Leica M/L39 Full-Frame น้ำหนัก 88 กรัม ราคา 11,900 บาท
7Artisans 35mm

7Artisans 35mm f/2.8 เลนส์ Leica M/L39 Full-Frame น้ำหนัก 88 กรัม ราคา 11,900 บาท

Next
Meike AF 56mm f/1.7 Air เลนส์พอร์ตเทรต APS-C น้ำหนัก 190 กรัม ราคา 4,990 บาท
Meike 56mm f/1.7 Air

Meike AF 56mm f/1.7 Air เลนส์พอร์ตเทรต APS-C น้ำหนัก 190 กรัม ราคา 4,990 บาท

You May Also Like