รีวิว Light Lens Lab 11873 โดย Chris Niccolls จาก PetaPixel พบว่าเลนส์ M-mount 35mm f/1.4 รุ่นนี้ถ่ายทอดแนวคิดของ Leica Summilux 35mm f/1.4 ASPH รุ่นคลาสสิกในราคาประมาณ 1,400 ดอลลาร์ หรือราว ฿49,000 ตามการคำนวณค่าเงินในบทความ ตัวเลนส์หนัก 270 กรัม ใช้ไดอะแฟรม 10 กลีบ ปรับรูรับแสงทีละครึ่งสตอป ใช้กระจก lanthanide และโครงสร้าง double-aspherical ผู้รีวิวระบุว่ารุ่นนี้คมขึ้นและแก้ขอบสีได้ดีกว่า Leica ต้นแบบ แต่ยังคง flare รุ้ง โบเก้แบบ soap bubble และ glow เมื่อเปิด f/1.4
รีวิว Light Lens Lab 11873 สรุปผลจาก PetaPixel
ข้อสรุปในต้นฉบับคือเลนส์ให้ประสบการณ์ใกล้เคียง Leica ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการคาแรกเตอร์ภาพมากกว่าการวัดความคมแบบเลนส์โมเดิร์นทุกด้าน โดยเฉพาะงาน street กลางคืนที่ใช้ glow และ flare เป็นส่วนหนึ่งของภาพ
ผลด้านความคม flare โบเก้ glow และความรู้สึกของวงแหวนทั้งหมดเป็นข้อสังเกตจาก Chris Niccolls ในรีวิว PetaPixel ไม่ใช่ผลทดสอบของ lnwGadget และไม่ควรถูกเหมารวมว่าจะเหมือนกันบนกล้อง เซนเซอร์ หรือสภาพแสงทุกแบบ
จำลอง Leica Summilux 35mm f/1.4 ASPH
Light Lens Lab พัฒนา 11873 โดยอ้างอิง Leica Summilux 35mm f/1.4 ASPH รุ่นที่มีชื่อเสียงในตลาดสะสม บทความใช้คำว่าเลนส์จำลองเพื่ออธิบายการนำโครงสร้างและประสบการณ์จากต้นแบบกลับมาทำใหม่ ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ Leica
เลนส์ Leica ต้นฉบับมีราคาตลาดมือสองตั้งแต่หลักหลายแสนไปจนถึงหลักล้านตามข้อมูลบทความ ขณะที่รุ่น Light Lens Lab ลดระดับราคาให้ผู้ใช้ M-mount เข้าถึงลักษณะภาพใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น แต่ผลด้านมูลค่าสะสมและความหายากไม่ควรถูกเปรียบเทียบเหมือนสินค้าเดียวกัน
ทางยาวโฟกัส 35mm และรูรับแสง f/1.4
ระยะ 35mm เป็นมุมภาพที่ใช้ได้ทั้ง street, documentary และการถ่ายบุคคลพร้อมสภาพแวดล้อมบนระบบ M-mount รูรับแสงกว้างสุด f/1.4 ช่วยทำงานในแสงน้อยและสร้างระยะชัดตื้น พร้อมเปิดคาแรกเตอร์ glow ที่ผู้รีวิวกล่าวถึง
เมื่อเปิด f/1.4 ผู้ใช้ต้องโฟกัสอย่างละเอียด เพราะเลนส์เป็นระบบ rangefinder แบบแมนนวลและระยะชัดบางลง คาแรกเตอร์ที่ได้อาจเป็นเหตุผลหลักในการเลือก แต่ผู้ที่ต้องการภาพสะอาดสม่ำเสมอควรดูตัวอย่างหลาย aperture ก่อนตัดสินใจ
M-mount สำหรับ Leica และ rangefinder
ตัวเลนส์ใช้ M-mount สำหรับกล้อง Leica และระบบ rangefinder ที่รองรับเมาท์เดียวกัน การใช้งานพึ่งการโฟกัสแมนนวลและกลไก rangefinder coupling ตามความเข้ากันได้ของบอดี้ ไม่ได้มี autofocus แบบเลนส์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่
ผู้ใช้ที่นำไปผ่านอะแดปเตอร์กับกล้องมิเรอร์เลสควรตรวจความเข้ากันได้และวิธีโฟกัสแยกจากประสบการณ์บน Leica M บทความต้นฉบับมุ่งที่ M-mount และไม่ได้รายงานผลบนอะแดปเตอร์ทุกระบบ จึงไม่ควรเติมข้อสรุปเพิ่ม
น้ำหนัก 270 กรัม
เลนส์หนัก 270 กรัมตามข้อมูลต้นฉบับ ทำให้ชุดกล้อง M มีขนาดกะทัดรัดสำหรับการพกเดินถ่าย น้ำหนักดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางเลนส์ street ที่ต้องการความคล่องตัวและไม่เพิ่มภาระมากเกินไปบนบอดี้ rangefinder
ตัวเลข 270 กรัมควรตรวจตามรุ่นวัสดุ เพราะบทความยังกล่าวถึงเวอร์ชันไทเทเนียมเป็นอีกตัวเลือก แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขน้ำหนักแยก เนื้อหานี้จึงไม่สรุปว่าไทเทเนียมหนักหรือเบากว่าเท่าใด
ไดอะแฟรม 10 กลีบ
รูรับแสงใช้ไดอะแฟรม 10 กลีบ ซึ่งมีส่วนต่อรูปทรงช่องรับแสงและลักษณะโบเก้เมื่อหรี่ลง ผู้รีวิวกล่าวถึงโบเก้แบบ soap bubble เป็นคาแรกเตอร์หนึ่งของเลนส์ แต่ผลจริงขึ้นกับฉากหลัง ระยะ และค่า aperture
จำนวนกลีบไม่สามารถรับรองรูปทรงโบเก้ในทุกสถานการณ์ได้ บทความไม่ได้ให้ภาพเปรียบเทียบทุกค่า จึงควรดูตัวอย่างจากรีวิวต้นฉบับและประเมินว่าลักษณะวงโบเก้เหมาะกับงานหรือไม่
วงแหวนรูรับแสงครึ่งสตอป
วงแหวนรูรับแสงปรับทีละครึ่งสตอป ช่วยให้ผู้ใช้รับรู้ตำแหน่งเป็นขั้นและควบคุม exposure ได้ละเอียดกว่าการปรับเต็มสตอปเพียงอย่างเดียว รูปแบบนี้เหมาะกับการถ่ายภาพนิ่งแบบแมนนวลที่ต้องการสัมผัสทางกล
สำหรับวิดีโอ การมี click เป็นช่วงอาจไม่เหมาะกับการเปลี่ยน exposure ต่อเนื่องระหว่างบันทึก บทความไม่ได้ระบุโหมด clickless จึงไม่ควรอ้างว่าสามารถปิดเสียงคลิกได้ ผู้ใช้ควรเลือกค่าก่อนเริ่มช็อต
กระจก lanthanide และ double-aspherical
โครงสร้างใช้กระจก lanthanide และชิ้นเลนส์แบบ double-aspherical ตามข้อมูลต้นฉบับ พร้อมจำนวนชิ้นเลนส์เท่ากับต้นแบบ Leica ที่นำมาอ้างอิง จุดนี้สะท้อนความพยายามจำลองแนวคิดออปติคัลภายในข้อกำหนดของ Light Lens Lab
บทความไม่ได้ระบุสูตรเลนส์เป็นแผนผังหรือค่าดัชนีของกระจก จึงไม่ควรเพิ่มรายละเอียดทางวัสดุที่ไม่มีข้อมูล จำนวนชิ้นเท่ากันก็ไม่ได้หมายความว่าวัสดุ การเคลือบ และผลภาพเหมือนกันทุกด้าน
งานประกอบตามความเห็นของผู้รีวิว
Chris Niccolls มองว่างานประกอบและสีตัวเลนส์ทำได้ใกล้กับ Leica ต้นแบบมาก จนต้องสังเกตตัวอักษรจีนใต้กระบอกจึงเห็นความแตกต่างได้ง่ายขึ้น ข้อสังเกตนี้เป็นความเห็นจากตัวอย่างที่ผู้รีวิวได้รับ ไม่ใช่การตรวจทุกล็อตการผลิต
ผู้ซื้อควรดูผิว วงแหวน เมาท์ และการจัดศูนย์ของเลนส์ตัวจริงเมื่อได้รับสินค้า เพราะงานประกอบอาจมีความแปรผันระหว่างชิ้น บทความไม่ได้ให้ข้อมูลอัตราความผิดพลาดหรือการควบคุมคุณภาพ จึงไม่ควรสร้างข้อสรุปดังกล่าว
สัมผัสวงแหวนใกล้เคียงต้นแบบ
รีวิวระบุว่าสัมผัสขณะหมุนวงแหวนโฟกัสและรูรับแสงให้ความรู้สึกใกล้เคียง Leica ของจริง ประสบการณ์ทางกลเป็นส่วนสำคัญของเลนส์ M-mount เพราะผู้ใช้ควบคุมทั้งโฟกัสและ aperture ด้วยมือ
คำว่าใกล้เคียงเป็นการประเมินส่วนบุคคล ไม่ใช่ค่าความหนืดหรือแรงบิดที่วัดเป็นตัวเลข ผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับสัมผัสควรทดลองเลนส์จริงหากทำได้ และตรวจว่าการหมุนสม่ำเสมอตลอดระยะโฟกัส
มีเวอร์ชันไทเทเนียม
Light Lens Lab มีตัวเลือกตัวเลนส์เวอร์ชันไทเทเนียมสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุและรูปลักษณ์ระดับพรีเมียมขึ้นตามข้อมูลบทความ แต่ต้นฉบับไม่ได้ให้ราคา น้ำหนัก หรือสีของเวอร์ชันดังกล่าวเป็นตัวเลข
ผู้ซื้อจึงควรตรวจหน้า product และรายการตัวเลือกก่อนสั่ง ไม่ควรนำราคา 1,400 ดอลลาร์ของรุ่นที่บทความกล่าวถึงไปใช้เป็นราคาไทเทเนียมโดยอัตโนมัติ รุ่นวัสดุต่างกันอาจมีราคาและสถานะสต็อกไม่เหมือนกัน
ปรับ optic ให้เข้ากับเซนเซอร์สมัยใหม่
ต้นฉบับอธิบายว่า Light Lens Lab ปรับ optical design ให้ทำงานกับเซนเซอร์สมัยใหม่ และ Chris Niccolls พบว่าภาพคมขึ้นพร้อมแก้ขอบสีได้ดีกว่า Leica เดิมตามการทดสอบของรีวิว จุดนี้แสดงว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำลองทุกข้อบกพร่องแบบตรงตัว
อย่างไรก็ตาม บทความไม่ได้ให้กราฟความคมหรือค่าขอบสีเป็นตัวเลข จึงไม่ควรระบุว่าเหนือกว่ากี่เปอร์เซ็นต์หรือทุกส่วนของเฟรม ผลควรอ่านเป็นข้อสังเกตจากกล้องและตัวอย่างที่ผู้รีวิวใช้
flare รุ้งเป็นส่วนหนึ่งของคาแรกเตอร์
ผู้รีวิวพบ flare สีรุ้งเมื่อมีแสงเข้าหน้าเลนส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะที่เชื่อมกับเลนส์ต้นแบบ คาแรกเตอร์นี้อาจใช้สร้างภาพเชิงอารมณ์ แต่ก็อาจรบกวนคอนทราสต์หากผู้ถ่ายต้องการผลลัพธ์สะอาด
ตำแหน่งและความเข้มของ flare ขึ้นกับมุมแสง แหล่งกำเนิด ฮูด และฟิลเตอร์ บทความไม่ได้รับรองว่าจะเกิดรูปแบบเดียวกันทุกครั้ง ผู้ใช้ควรทดลองขยับกล้องและควบคุมแสงแทนการคาดหวัง flare แบบตายตัว
โบเก้แบบ soap bubble
โบเก้แบบ soap bubble เป็นอีกคาแรกเตอร์ที่ PetaPixel กล่าวถึง โดยวงแสงนอกโฟกัสอาจมีขอบเด่นและให้บรรยากาศคล้ายเลนส์วินเทจ ผู้ที่ต้องการฉากหลังมีบุคลิกอาจมองเป็นจุดเด่น ขณะที่ผู้ที่ต้องการโบเก้เรียบอาจไม่ชอบ
ผลโบเก้เปลี่ยนตามระยะตัวแบบ ฉากหลัง aperture และตำแหน่งแสง จึงไม่ควรสรุปจากชื่อเพียงอย่างเดียว การดูภาพตัวอย่างหลายระยะช่วยให้เข้าใจว่าคาแรกเตอร์เข้ากับงาน street, portrait หรือกลางคืนของผู้ใช้หรือไม่
glow เมื่อเปิด f/1.4
เมื่อเปิดกว้างสุด f/1.4 ผู้รีวิวพบ glow หรือความฟุ้งรอบรายละเอียดบางส่วน ทำให้ภาพมีบรรยากาศแบบเลนส์เก่าและลดความแข็งของไฮไลต์ คาแรกเตอร์นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่บทความมองว่าเหมาะกับการถ่าย street กลางคืน
glow ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นข้อดีสำหรับทุกงาน หากต้องการรายละเอียดคมและคอนทราสต์สูง ผู้ใช้อาจต้องหรี่ aperture หรือเลือกเลนส์ที่มีลุคโมเดิร์นกว่า บทความไม่ได้ให้จุดที่ glow หายเป็นค่า f-stop ตายตัว
ไม่มี 6-bit coding และไม่ส่ง EXIF
ข้อจำกัดสำคัญคือเลนส์ไม่มี 6-bit coding จึงไม่ส่งข้อมูลเลนส์เข้า EXIF ของกล้องตามที่บทความระบุ ผู้ใช้จะไม่ได้ข้อมูลระบุเลนส์หรือค่าบางส่วนโดยอัตโนมัติ และอาจต้องบันทึกข้อมูลเองหากต้องการจัดหมวดภาพภายหลัง
การไม่มี coding ไม่ได้ทำให้เลนส์ถ่ายภาพไม่ได้ แต่มีผลต่อเวิร์กโฟลว์ข้อมูลและการแก้เลนส์อัตโนมัติในบางระบบ บทความไม่ได้ยืนยันว่าบอดี้ใดสามารถเลือก profile ด้วยมือ จึงควรตรวจคู่มือกล้องที่ใช้งาน
LoCA สีม่วงและเขียวยังเห็นตอนเปิดกว้าง
แม้รีวิวมองว่าแก้ขอบสีดีขึ้นจากต้นแบบ แต่ยังพบ longitudinal chromatic aberration หรือ LoCA สีม่วงและเขียวชัดเมื่อเปิดรูรับแสงกว้าง อาการนี้เกิดบริเวณหน้าและหลังระนาบโฟกัสตามสภาพฉากที่มีคอนทราสต์สูง
PetaPixel ระบุว่าการแก้ LoCA ใน post ทำได้ยากกว่าเลนส์สมัยใหม่ทั่วไป ข้อนี้เป็นผลจากรีวิว ไม่ใช่การทดสอบของเรา ผู้ใช้ควรดูตัวอย่างขอบโลหะ ไฮไลต์ และตัวอักษรในภาพก่อนตัดสินใจว่ารับได้หรือไม่
ราคา 1,400 ดอลลาร์หรือราว 49,000 บาท
ราคาที่บทความระบุคือประมาณ 1,400 ดอลลาร์ ส่วนราว ฿49,000 เป็นตัวเลขคาดการณ์จากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ราคาขายทางการในประเทศไทย ภาษี ค่าขนส่ง และตัวเลือกวัสดุอาจทำให้ยอดจริงต่างออกไป
ต้นฉบับระบุว่ายังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ ผู้สนใจจึงควรตรวจราคา สต็อก การรับประกัน และเงื่อนไขนำเข้ากับร้านก่อนสั่ง ไม่ควรใช้ 49,000 บาทเป็นราคาตายตัว
Thypoch Simera 35mm f/1.4 เป็นทางเลือก
บทความยก Thypoch Simera 35mm f/1.4 เป็นอีกทางเลือก M-mount สำหรับผู้ที่ต้องการลุคสะอาดและโมเดิร์นกว่า การเปรียบเทียบนี้ชี้ว่าการเลือกเลนส์ 35mm ไม่ได้มีเพียงราคา แต่ขึ้นกับคาแรกเตอร์ที่ผู้ถ่ายต้องการ
ต้นฉบับไม่ได้เปรียบเทียบสเปก ราคา หรือผลทดสอบแบบหัวข้อต่อหัวข้อ จึงไม่ควรสรุปว่า Simera ดีกว่าหรือแย่กว่าทุกด้าน ผู้ใช้ควรดูภาพจากทั้งสองรุ่นในฉากคล้ายกันก่อนเลือก
ตรวจข้อมูล Light Lens Lab และรีวิวต้นฉบับ
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ตรวจได้จาก หน้า Light Lens Lab 11873 ทางการ ส่วนข่าวเลนส์และการถ่ายภาพอื่นติดตามได้ใน หมวด Photo ของ lnwGadget สำหรับผลด้านภาพควรอ่านรีวิว PetaPixel ของ Chris Niccolls ซึ่งเป็นที่มาหลัก
การแยกหน้าสเปกผู้ผลิตออกจากความเห็นผู้รีวิวช่วยป้องกันการนำคาแรกเตอร์จากตัวอย่างหนึ่งไปเหมารวมกับทุกการใช้งาน ผู้ซื้อควรพิจารณาทั้งภาพตัวอย่าง สัมผัสวงแหวน และข้อจำกัด EXIF กับ LoCA ก่อนตัดสินใจ
สรุปก่อนเลือก Light Lens Lab 11873
เลนส์ M-mount 35mm f/1.4 หนัก 270 กรัม ใช้ไดอะแฟรม 10 กลีบ ปรับครึ่งสตอป มีกระจก lanthanide และ double-aspherical พร้อมเวอร์ชันไทเทเนียมเป็นตัวเลือก ราคาประมาณ 1,400 ดอลลาร์หรือราว ฿49,000 จากการแปลงค่าเงิน
Chris Niccolls พบว่ารุ่นนี้คมและแก้ขอบสีดีกว่า Leica ต้นแบบ แต่ยังมี flare รุ้ง soap-bubble bokeh, glow ที่ f/1.4 และ LoCA สีม่วงเขียว ขณะเดียวกันไม่มี 6-bit coding จึงไม่ส่ง EXIF ผลทั้งหมดเป็นข้อสังเกตจากรีวิว PetaPixel
ที่มา: PetaPixel รีวิวโดย Chris Niccolls และ Light Lens Lab










