เทคโนโลยี KipperTie LCcineND
ต่างจาก VND แบบโพลาไรซ์เซอร์ทั่วไป ตัวฟิลเตอร์ใช้เทคโนโลยี Liquid Crystal จาก LC-Tec จึงเคลมว่าช่วยลดปัญหาลายเพี้ยนและสีเพี้ยนที่มักเจอในฟิลเตอร์ปรับค่าได้ เทคโนโลยีนี้เคยได้รางวัล Best of Show จากงาน NAB 2023 มาแล้ว และเป็นพื้นฐานให้ LCminiND ฟิลเตอร์ ND ไฟฟ้ารุ่นก่อนหน้าของ KipperTie ปรับได้ทั้งแบบ full, half, third, quarter stop รวมถึงโหมด fine สำหรับปรับละเอียดต่อเนื่อง กรอบทำจากอะลูมิเนียม CNC ใส่พอดีช่องเดียวของ matte box มาตรฐานสเปกและการควบคุม
ควบคุมได้หลายทาง ทั้งหมุนวงแหวนบนตัวฟิลเตอร์เอง ต่อ follow focus motor ผ่านเฟือง MOD0.8 หรือสั่งผ่านแอป iOS ทาง Bluetooth พร้อมจอ OLED บนเฟรมบอกสถานะ ชาร์จผ่าน USB-C ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จ ตัวฟิลเตอร์ไม่มี IR Cut ในตัว เพราะ KipperTie มองว่า IR ควรเลือกให้เหมาะกับเซนเซอร์แต่ละกล้องมากกว่า กองที่ใช้กล้องหลายรุ่นจึงต้องวางแผนเรื่อง IR เพิ่มเอง ในกล่องมาพร้อมถุงไมโครไฟเบอร์ เคสแข็ง และสาย USB สำหรับชาร์จเหมาะกับใคร
KipperTie LCcineND ราคา 1,750 ปอนด์ หรือประมาณ 2,340 ดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยราว ~฿81,000) แพงกว่าฟิลเตอร์ ND เดี่ยวหลายเท่า แต่ถ้าเทียบกับต้นทุนพกฟิลเตอร์ ND เดี่ยวเป็นชุด 6-7 แผ่น ตัวเลขอาจไม่ได้ต่างกันมากอย่างที่คิด เหมาะกับกองที่เปลี่ยนแสงบ่อย ใช้ matte box 4×5.65 นิ้วอยู่แล้ว และอยากตัดเวลาสลับ ND หน้าเซ็ต เริ่มส่งมอบช่วงครึ่งแรกของเดือนกันยายนนี้ คุ้มพอจะแทนชุดฟิลเตอร์ ND เดิมในกองได้ไหมสรุปสเปก LCcineND
ฟิลเตอร์มีขนาด 4×5.65 นิ้ว.
ช่วงความเข้มอยู่ที่ 1.5 ถึง 5 stop.
ราคาอยู่ที่ 1,750 ปอนด์.
ฟิลเตอร์ใช้เทคโนโลยี Liquid Crystal.
เฟืองควบคุมเป็นมาตรฐาน MOD0.8.
รองรับการควบคุมผ่านแอป iOS.
การเชื่อมต่อไร้สายใช้ Bluetooth.
เฟรมมีจอ OLED แสดงสถานะ.
ชาร์จพลังงานผ่าน USB-C.
ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 24 ชั่วโมง.
ที่มา: CineD, KipperTieสรุปเนื้อหาสำคัญ
- ฟิลเตอร์ใช้เทคโนโลยี Liquid Crystal.










