Lexar Muse SSD คือเอสเอสดีพกพาที่แบรนด์เปิดที่งาน IFA 2026 โดยเคลมว่าบางสุดในโลก ตัวเครื่องขนาด 80 x 48 x 3.8 มม. ขอบบางเพียง 1 มม. จุดหนาสุด 3.8 มม.
ไม่มีพอร์ต USB-C บนตัวเครื่อง ใช้จุด PogoPin กับสายแม่เหล็ก SnapLink ที่ให้มาแทน ปลายอีกด้านยังเป็น USB-C ราคาไทยและราคาสากลยังไม่มีประกาศ ณ วันที่ 4 กันยายน 2026
Lexar Muse SSD ตัดพอร์ตออกเพื่อให้บางลง
การลดความหนาทำให้พอร์ตปกติวางไม่ลง Lexar จึงย้ายจุดต่อไปที่พินแม่เหล็ก สายเฉพาะรุ่นนี้เป็นทั้งข้อแลกและจุดเสี่ยง ถ้าสายหายหรือชำรุด ตัวเครื่องจะต่อกับโน้ตบุ๊กหรือมือถือไม่ได้ทันทีจนกว่าจะหาสายสำรองของแบรนด์
ส่วนปลอกแม่เหล็กที่สวมตอนพก ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศอาจเพิ่มความหนาเมื่อประกอบแล้ว จึงไม่ใช่แผ่นบาง 1 มม. ตลอดเวลาที่อยู่ในกระเป๋า
สเปกอ่านเขียนและความจุที่เปิดมา
แบรนด์ระบุว่าอ่านได้สูงสุด 1,050 MB/s และเขียนสูงสุด 1,000 MB/s
รองรับการบันทึก Apple ProRes 4K สูงสุด 120p บน iPhone Pro รุ่นที่รองรับ ความจุมี 512GB และ 1TB
เริ่มวางขายไตรมาส 4 ปี 2026 โดยกำหนดอาจต่างกันตามภูมิภาค ตัวเลขความเร็วเป็นค่าสูงสุดจากผู้ผลิต ยังไม่มีผลวัดอิสระในวันเปิดตัว
งานที่ ไดรฟ์รุ่นนี้ ชูคือพกบางกับถ่าย ProRes ออกนอกเครื่องบนไอโฟนที่รองรับ คนที่ไม่อยากพกสายเฉพาะหรือใช้ SSD สลับเครื่องบ่อยอาจยังเลือกตัวมีพอร์ต USB-C หนาขึ้นตามเดิม
คู่เทียบในชั้นพกพาทั่วไปยังเป็นเอสเอสดีความหนาหลายมิลลิเมตรที่ใช้สายมาตรฐาน
ไม่มีราคาเป็นกรอบเทียบบาทในรอบนี้ ใครจะรอของเข้าไทยควรยึดสเปก ความจุ และการหากสายสำรองได้ง่ายเป็นตัวตัดสินก่อน
ไม่ใช่คำว่าบางสุดในโลกเพียงอย่างเดียว เพราะคำนั้นเป็นเคลมของแบรนด์ ไม่ใช่ผลวัดจากห้องแล็บอิสระ
ความเร็วระดับนี้เพียงพอสำหรับโปรไฟล์วิดีโอที่แบรนด์ยกมา แต่ไฟล์โปรเจกต์ตัดต่อหนักหรือสำรองหลายกล้องพร้อมกันยังควรดูผลวัดจริงก่อนตัดสิน
จะเลือกขอบบาง 1 มิลลิเมตรที่ต้องพกสายเฉพาะ หรือ SSD ที่หนาขึ้นแต่ใช้ USB-C แบบปกติ?
ที่มา: Lexar (ข่าวประชาสัมพันธ์), PetaPixel
อ่านต่อ: PexarBolt Ultra ด็อกสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน









