ประเด็น FCC ban DJI กำลังเป็นที่จับตาในวงการกล้องและโดรน หลัง FCC หน่วยงานกำกับดูแลการสื่อสารของสหรัฐฯ เสนอแบนบริษัทที่นำผลิตภัณฑ์ DJI มาเปลี่ยนชื่อและทำตลาดภายใต้แบรนด์อื่น ครอบคลุม 8 บริษัท ถือเป็นการยกระดับมาตรการกำกับดูแลอุปกรณ์จีนในตลาดสหรัฐฯ อีกขั้นหนึ่ง หลังจับตาประเด็นนี้มาต่อเนื่องหลายเดือน
เป้าหมายของ FCC ban DJI คือใคร
รายชื่อที่ถูกพาดพิงรวมถึงกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังโดรน Skyrover และกล้อง Xtra ซึ่งมีสินค้าอย่าง Xtra Muse ที่หน้าตาใกล้เคียงกับ Osmo Pocket 3 และเทคโนโลยีที่ถูกเชื่อมโยงกับ DJI โดยตรง FCC ระบุว่าการเปลี่ยนโลโก้หรือขายผ่านบริษัทตัวแทนไม่ควรเป็นช่องทางเลี่ยงกฎเกณฑ์การนำเข้าอุปกรณ์คลื่นวิทยุอีกต่อไป แม้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำตลาดในชื่อที่ฟังดูเป็นแบรนด์อิสระก็ตาม
บทลงโทษและขั้นตอนต่อไป
ก่อนหน้านี้ FCC เคยเสนอปรับบริษัทเหล่านี้รายละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากไม่ตอบคำขอข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์คลื่นวิทยุใน Covered List ล่าสุดขยับไปอีกขั้นด้วยการเสนอเพิกถอนสิทธิ์ย้อนหลัง แม้สินค้าบางรุ่นเคยผ่านการรับรองให้ขายในสหรัฐฯ แล้วก็ตาม มาตรการยังไม่มีผลทันที เพราะเปิดรับความคิดเห็นจากสาธารณะเป็นเวลา 30 วันก่อนพิจารณาบังคับใช้จริง ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานก่อนออกกฎบังคับของ FCC
กระทบใครบ้าง
ประเด็น FCC ban DJI จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับช่องทางจำหน่ายสินค้า หากข้อเสนอผ่าน บริษัทที่ถูกระบุจะไม่สามารถนำเข้า จัดจำหน่าย ทำตลาด หรือขายสินค้าคงเหลือได้ในสหรัฐฯ แต่สินค้าที่ผู้ใช้ซื้อไปแล้วยังใช้งานได้ตามปกติไม่ถูกเรียกคืน ผลกระทบจึงตกอยู่กับช่องทางขายที่พึ่งพาสินค้าสวมรอยเป็นหลัก มากกว่าผู้บริโภคทั่วไปที่ซื้อของแท้ผ่านตัวแทนจำหน่ายอยู่แล้ว มาตรการนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มที่สหรัฐฯ เข้มงวดกับอุปกรณ์เทคโนโลยีจากจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง ทั้งในกลุ่มโดรนและกล้องแอ็กชัน
มองว่ามาตรการนี้ควรพิจารณาจากผู้ผลิตเทคโนโลยีจริง หรือดูจากชื่อแบรนด์ที่อยู่บนสินค้า
ที่มา: PetaPixel, FCC, The Verge
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- มองว่ามาตรการนี้ควรพิจารณาจากผู้ผลิตเทคโนโลยีจริง หรือดูจากชื่อแบรนด์ที่อยู่บนสินค้า










