DJI Osmo Pocket 4 Pro ทำผลทดสอบ Dynamic Range ในแล็บของ CineD ได้สูงกว่า ARRI ALEXA 35 กล้อง Cinema ระดับเรือธงราคาหลักล้านบาท แต่ไม่ได้แปลว่าคุณภาพภาพโดยรวมดีกว่ากัน
DJI Osmo Pocket 4 Pro ทำตัวเลขอะไรได้บ้าง
ในโหมด D-Log2 ที่ ISO 1600 กล้องวัด dynamic range ได้ 16 stops ที่ SNR = 2 และ 17.2 stops ที่ SNR = 1 ขณะที่ ARRI ALEXA 35 เคยทำได้ 15.1 และ 16.3 stops ตามลำดับในการทดสอบชุดเดียวกัน ถือเป็นผล dynamic range สูงสุดที่แล็บ CineD เคยบันทึกมา สำหรับกล้องขนาดเท่าฝ่ามือราคาต่างจาก ALEXA 35 หลายสิบเท่า
เบื้องหลังคือเซนเซอร์ LOFIC
ผลลัพธ์นี้มาจากเซนเซอร์ LOFIC ในกล้องมุมกว้าง ซึ่งเก็บข้อมูลส่วนสว่างที่กำลังล้นไว้ระหว่างการรับภาพครั้งเดียว ช่วยเพิ่มรายละเอียดในส่วน highlight โดยไม่ทำให้ rolling shutter เพิ่มขึ้น และผลทดสอบยังพบว่า DJI ไม่ได้ใช้ noise reduction หนักเพื่อดันตัวเลขขึ้นมา
ข้อจำกัดที่ยังตามหลัง
ALEXA 35 ยังเหนือกว่าในการทดสอบ exposure latitude โดยทำได้ 12 stops ส่วน Pocket 4 Pro อยู่ที่ 10 stops และขยับเข้าใกล้ 11 stops ได้ แต่เริ่มเจอสีเพี้ยนและข้อจำกัดจากไฟล์ 10-bit จึงเป็นการชนะเฉพาะ dynamic range ในแล็บ ไม่ใช่ทุกด้านของคุณภาพภาพ ฝั่ง Insta360 Luna Ultra คู่แข่งโดยตรงในตลาดกล้องพกพา ใช้ noise reduction หนักจน CineD ไม่นำผล dynamic range ส่วนใหญ่เข้าฐานข้อมูล และทำ exposure latitude ได้เพียง 4-5 stops ต่ำที่สุดที่เคยทดสอบมา ทีมงานมองว่าเป็นปัญหาจากระบบประมวลผลภาพที่ยังอาจแก้ได้ผ่านการอัปเดต firmware
ตัวเลข dynamic range ที่สูงกว่า กับไฟล์ที่ดึงรายละเอียดกลับได้ทนกว่า จึงเป็นคนละเรื่องกัน และเป็นโจทย์ที่คนทำงานวิดีโอต้องชั่งน้ำหนักเองว่าแบบไหนสำคัญกับงานมากกว่ากัน สำหรับ DJI Osmo Pocket 4 Pro ประเด็นนี้จึงควรพิจารณาแยกกัน
ที่มา: CineD, Focus Check ep127
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ตัวเลข dynamic range ที่สูงกว่า กับไฟล์ที่ดึงรายละเอียดกลับได้ทนกว่า จึงเป็นคนละเรื่องกัน และเป็นโจทย์ที่คนทำงานวิดีโอต้องชั่งน้ำหนักเองว่าแบบไหนสำคัญกับงานมากกว่ากัน










