Core Image RAW 9 คือการอัปเกรดเครื่องประมวลผลไฟล์ RAW ครั้งใหญ่ที่สุดของ Apple ในรอบ 9 ปี ที่เปิดตัวในงาน WWDC 2026 พร้อม API ตัวใหม่ CIRAWFilter งานนี้แทบไม่ได้อยู่บนเวที keynote แต่เป็นหนึ่งในของที่คนทำงานกับไฟล์ RAW รอมานาน และจะมาพร้อม iOS 27, iPadOS 27, macOS 27 และ visionOS 27
Core Image RAW 9 เปลี่ยนอะไร
นี่คือระบบเบื้องหลังการเปิดและประมวลผลไฟล์ RAW และ ProRAW บน iPhone, iPad และ Mac รวมถึงแอปอย่าง Photos และ Pixelmator Pro จุดเปลี่ยนหลักคือ Apple รวมขั้นตอน demosaic กับ noise reduction ที่เดิมแยกทำคนละสเตป เข้าเป็นโมเดล AI เดียว รันบน Neural Engine ของชิป Apple แบบ on-device ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ DxO ใช้ใน DeepPrime 3 ข้อแลกเปลี่ยนคือกินทรัพยากรมากกว่ารุ่นเดิม นักพัฒนาต้องชั่งน้ำหนักตอนเอาไปใช้ในแอป
คุณภาพที่ดีขึ้นและการรองรับกล้อง
Apple เคลมว่าได้รายละเอียดและสีที่แม่นขึ้น noise น้อยลง และคุณภาพไฟล์ RAW โดยรวมดีขึ้น ทีมพัฒนาอย่าง David Hayward บอกว่าเป็นการอัปเดตใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ RAW Engine 8 ในปี 2017 ปัจจุบันรองรับกล้องแล้ว 784 รุ่น ครอบคลุมถึงเซนเซอร์ X-Trans ของ Fujifilm X-T5 ที่ตีความยากเป็นพิเศษ และนักพัฒนาบน Mac ที่ลองใน beta ถึงกับเรียกมันว่าเป็น noise reduction ตัวใหม่ที่เก่งกว่า DxO
เหมาะกับใคร
ใครที่ถ่าย ProRAW บน iPhone หรือแต่งไฟล์ RAW บน Mac จะได้คุณภาพดีขึ้นทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้อง เปลี่ยนเลนส์ หรือเปลี่ยน workflow จุดที่ยังต้องรอดูคือ Apple จะตามรองรับกล้องรุ่นใหม่ได้เร็วขึ้นมั้ย เพราะที่ผ่านมา Adobe มักอัปเดตการรองรับกล้องก่อนเสมอ สำหรับสายที่ทำงานกับไฟล์ RAW เป็นประจำ Core Image RAW 9 ถือเป็นอัปเดตที่น่าจับตา และเป็นการใช้ความได้เปรียบของ Apple Silicon มาบีบช่องว่างกับซอฟต์แวร์เฉพาะทางได้น่าสนใจ
ที่มา: PetaPixel