กระเป๋าคือด่านแรกที่ปกป้องของราคาแพงในนั้น แต่มันกลับเป็นของที่เราดูแลกระเป๋ากล้องกันน้อยที่สุด ผมเองก็เคยเป็น ใช้ไปเรื่อย ๆ จนวันนึงซิปฝืดแล้วพัง อีกใบสายเริ่มเปื่อย โฟมข้างในยุบจนกล้องขยับได้ กว่าจะรู้ตัวก็สภาพแย่ไปแล้ว ทั้งที่ถ้าดูแลนิดหน่อยมันอยู่กับเราได้อีกยาว
ทำความสะอาดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะทรายตามซอก
เรื่องแรกคือทำความสะอาดสม่ำเสมอ กระเป๋าที่พาออกภาคสนามมันสะสมฝุ่น ทราย ความชื้น พวกนี้ถ้าปล่อยไว้ผ้าจะเสื่อมแล้วมีกลิ่นอับ ผมจะปัดหรือดูดฝุ่นเป็นระยะ โดยเฉพาะเม็ดทรายที่ชอบไปตกค้างตามซอก เพราะมันนี่แหละที่จะย้อนกลับไปขูดอุปกรณ์เรา แล้วถ้าวันไหนกระเป๋าเปียก ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนเก็บเสมอ ไม่งั้นเชื้อรากับกลิ่นมาเยือนแน่
ซิปกับสายคือจุดที่พังบ่อยที่สุด
เรื่องซิปกับสายเป็นจุดที่พังบ่อยสุด ซิปที่มีฝุ่นทรายเข้าไปจะฝืด แล้วพอฝืนรูดก็พังเลย เจอติดให้ค่อย ๆ ทำความสะอาดให้มันลื่นก่อน อย่าฝืน ส่วนสายสะพายกับหูจับที่รับน้ำหนักเยอะ ๆ หมั่นเช็กว่ายังแข็งแรง ไม่มีรอยเปื่อยรอยจะขาด ลองคิดดูว่าถ้าสายขาดตอนกระเป๋าเต็มไปด้วยอุปกรณ์คือหายนะแค่ไหน
โฟมกับตัวคั่นคือส่วนที่รับแรงกระแทกแทนอุปกรณ์
เรื่องสุดท้ายคือโฟมกับตัวคั่น อันนี้คนลืมกันเยอะเพราะมันอยู่ข้างในไม่ค่อยเห็น แต่มันคือส่วนที่รับแรงกระแทกแทนอุปกรณ์เราโดยตรง ใช้ไปนาน ๆ โฟมมันยุบตัวได้ ตัวคั่นก็เสื่อม พอถึงจุดนั้นต่อให้กระเป๋าข้างนอกยังดูใหม่เอี่ยม มันก็ปกป้องได้ไม่เต็มที่แล้ว ผมจะคอยกดเช็กว่าโฟมยังคืนตัวรองรับได้ดีไหม แล้วจัดตัวคั่นให้พอดีกับของเสมอ ถ้าเสื่อมมากก็เสริมหรือเปลี่ยน
จะว่าไปพวกนี้มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำแป๊บเดียว แต่มันคือสิ่งที่ทำให้ด่านแรกของเรายังทำหน้าที่ได้จริงทุกครั้งที่ออกไปทำงาน