📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

เลนส์ Anamorphic 1.33x, 1.5x และ 2x ต่างกันอย่างไร? เลือก Squeeze Factor แบบไหนให้ตอบโจทย์งานวิดีโอ

เวลาเราเลือกซื้อเลนส์ Anamorphic สิ่งแรกที่จะเห็นแปะอยู่บนชื่อเลนส์คือตัวเลข 1.33x, 1.5x (หรือ 1.6x) และ 2x ตัวเลขนี้เราเรียกว่า “Squeeze Factor” (อัตราการบีบอัดภาพ) ครับ

หลักการทำงานของเลนส์ Anamorphic คือมันจะ “บีบ” ภาพแนวกว้างให้แคบลงเพื่อยัดลงไปในเซนเซอร์กล้อง และเมื่อเรานำไฟล์มาตัดต่อในโปรแกรมอย่าง DaVinci Resolve เราจะต้องสั่ง “ยืดภาพ” (Desqueeze) กลับคืนมาให้สัดส่วนถูกต้อง ซึ่งตัวเลข Squeeze Factor นี่แหละครับ คือตัวกำหนดว่าภาพสุดท้ายของคุณจะดูกว้างแค่ไหน และมี “คาแรกเตอร์” ชัดเจนเพียงใด

1. Anamorphic 1.33x “จุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยและใช้งานง่ายที่สุด”

นี่คือ Squeeze Factor ระดับเริ่มต้นที่แบรนด์เลนส์จีนนิยมทำออกมาตีตลาดในช่วงแรก ๆ

  • เหมาะกับใคร สาย Vlog, คอนเทนต์ท่องเที่ยว, หรือคนที่เพิ่งเริ่มเข้าวงการ Anamorphic และยังใช้กล้องที่ถ่ายวิดีโอแบบ 16:9 ทั่วไป เป็นเลนส์ที่ให้ความรู้สึก Cinematic แบบไม่ตะโกนจนเกินไป
  • สัดส่วนภาพที่ได้ ออกแบบมาเพื่อเซนเซอร์กล้องวิดีโอสัดส่วน 16:9 มาตรฐาน เมื่อนำภาพมายืดออก 1.33 เท่า จะได้อัตราส่วนประมาณ 2.35:1 (หรือ 2.4:1) ซึ่งเป็นสัดส่วน Widescreen มาตรฐานที่เห็นขอบดำบน-ล่างกำลังสวยพอดี
  • คาแรกเตอร์ภาพ โบเก้ (Bokeh) จะเป็นรูปวงรีแบบเบาๆ แฟลร์ (Flare) ไม่ได้เส้นยาวหรือสว่างจัดจ้านจนแย่งซีนตัวแบบ

2. Anamorphic 1.5x (และ 1.6x) “จุดสมดุลใหม่ (The Sweet Spot) ของยุคนี้”

ปัจจุบัน แบรนด์อย่าง Sirui หรือแบรนด์อื่นๆ มักจะดันเลนส์มาที่ระดับ 1.5x หรือ 1.6x ซึ่งถือเป็นจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับเทคโนโลยีกล้องในยุคปัจจุบันครับ

  • เหมาะกับใคร สายมิวสิกวิดีโอ, หนังสั้น, หรือการถ่ายสิ่งที่ต้องการเน้นความกว้างและสรีระที่ดูดุดัน เช่น เวลาจัดแสงถ่ายรถสปอร์ตหน้ากว้างๆเลนส์ 1.5x จะดึงมิติของซุ้มล้อและเส้นสายตัวถังออกมาได้ลึกและดูแบนกว้างเหมือนรถในหนังแข่งรถเลยครับ
  • สัดส่วนภาพที่ได้ หากนำไปถ่ายบนเซนเซอร์ 16:9 ภาพที่ยืดออกมาจะกว้างมากๆ (ประมาณ 2.66:1) ซึ่งบางครั้งกว้างเกินไปจนจัดคอมโพสยาก แต่เลนส์ระยะนี้จะ แสดงพลังสูงสุดเมื่อถ่ายด้วยโหมด Open Gate (3:2 หรือ 4:3) ซึ่งกล้องยุคใหม่ๆ หลายรุ่นรองรับ เมื่อยืดภาพแล้วจะได้สัดส่วนประมาณ 2.4:1 ที่สวยงามเป๊ะ

3. Anamorphic 2x “จิตวิญญาณฮอลลีวูดขนานแท้”

นี่คือมาตรฐานดั้งเดิมของเลนส์ถ่ายภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูด เป็นความสุดทางของ Anamorphic ที่แลกมาด้วยความท้าทายในการใช้งาน

  • เหมาะกับใคร งานโปรดักชันสเกลใหญ่, ตากล้องสายซีเรียสที่มีกล้องรองรับเซนเซอร์ 4:3 และหลงใหลในความสมบูรณ์แบบของภาพยนตร์ยุคคลาสสิก
  • สัดส่วนภาพที่ได้ บังคับว่าต้องใช้กับกล้องที่เซนเซอร์เป็น 4:3 เท่านั้น (หากเอาไปถ่ายบน 16:9 ภาพจะกว้างระดับ 3.55:1 ซึ่งกว้างเกินจนแทบใช้งานจริงไม่ได้)
  • คาแรกเตอร์ภาพ บีบอัดขั้นสุด! โบเก้จะเรียวยาวเหมือนเม็ดข้าวหรือที่เรียกว่า “Waterfall Bokeh” แฟลร์จะพุ่งยาวทะลุขอบจอ การบิดเบี้ยวของขอบภาพ (Distortion) จะเห็นชัดเจน สร้างความรู้สึกดิบและมีเอกลักษณ์สูงมาก
  • คาแรกเตอร์ภาพ โบเก้เป็นรูปวงรีที่ยืดชัดเจน (Oval Bokeh) สวยงามสะดุดตา แฟลร์เส้นยาวและคมชัด ให้กลิ่นอายแบบภาพยนตร์ที่คนดูสัมผัสได้ทันที

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
เลนส์ Anamorphic เลือก Auto Focus หรือ Manual Focus ดี? แตกต่างกันอย่างไรในงานวิดีโอ

เลนส์ Anamorphic เลือก Auto Focus หรือ Manual Focus ดี? แตกต่างกันอย่างไรในงานวิดีโอ

Next
วิธีเลือกเลนส์ Auto Focus ถ่ายรับงานวิดีโอสำหรับกล้อง Panasonic L-Mount

วิธีเลือกเลนส์ Auto Focus ถ่ายรับงานวิดีโอสำหรับกล้อง Panasonic L-Mount

You May Also Like