เลเยอร์ Light ใน Photoshop ทำให้หลายคนนึกถึง Lightroom. แผงสไลเดอร์ดูคุ้นเหมือนย้ายงานปรับแสงมาทำต่อในโปรแกรมหลัก.
เลเยอร์ Light มีสไลเดอร์ชุดเดียวกับแผงโทน
Adobe ใส่เลเยอร์นี้ในอินเทอร์เฟซหลัก. สไลเดอร์มี Exposure Contrast Highlights Shadows Whites และ Blacks. หน้าตาใกล้แผงโทนใน Lightroom กับ Camera Raw ตามหน้าช่วยเหลือของ Adobe.
เลเยอร์นี้มาแทน Brightness/Contrast. ของเก่ายังเรียกจากเมนู Legacy ใน Properties ได้. ฟีเจอร์รองรับภาพ RGB แบบ 8-bit กับ 16-bit.
เอกสารทางการระบุว่าเลเยอร์จะพักเมื่อเปิด Highlights หรือ Shadows แล้วไปแก้ชั้นข้างใต้. ส่วน Exposure Contrast Whites และ Blacks ยังทำงานแบบไลฟ์.
การแก้ยังไม่ทำลายต้นฉบับ. ผู้ใช้ใส่เลเยอร์มาสก์เพื่อจำกัดบริเวณได้เหมือนเลเยอร์ปรับแต่งอื่น. แอ็กชันเดิมที่ผูกกับ Brightness/Contrast ยังทำงานต่อได้.
ผลทดสอบไม่เท่าการดึงแสงบนไฟล์ raw
Matt Kloskowski ทดสอบงานที่ Fstoppers นำมาเล่า. เมื่อดึง Highlights ของก้อนเมฆในเลเยอร์นี้ รายละเอียดออกมาเลอะและเทา. ฝั่ง Lightroom ยังเหลือสีและโครงของภาพ.
เมื่อดัน Shadows จนสุด ฝั่ง Photoshop กลายเป็นดำและบล็อกพิกเซล. ฝั่งไฟล์ raw ยังอ่านรายละเอียดได้แม้ภาพจะมีนอยส์. ถ้าขยับ Contrast กับ Exposure เพียงเล็กน้อย ผลอาจไม่ต่างชัด.
เลเยอร์นี้ไม่ได้ประมวลผลไฟล์ raw. มันทำงานบนพิกเซลในสแตกเลเยอร์. งานที่เหมาะคือไฟล์คอมโพสิต คอลลาจ หรือเลย์เอาต์โฆษณาที่ไม่มี raw อยู่ใต้ภาพ.
งานดึงไฮไลต์หรือเงาหนัก ลดนอยส์ และแก้เลนส์ ยังเหมาะกับ Lightroom หรือ Camera Raw. จากนั้นจึงส่งต่อเข้า Photoshop.
ตัวอย่าง PSD ที่ผู้ทดสอบแสดงมีเลเยอร์ปรับแสงชั้นเดียวและไฟล์เกือบ 400 เมกะไบต์. ไฟล์ raw ต้นทางต่ำกว่า 50 เมกะไบต์. นี่ไม่ใช่ตัวเลขสเปกโปรแกรม แต่เป็นต้นทุนเมื่อบันทึกทีละชั้นใน Photoshop.
หน้าตาที่คล้ายกันอาจทำให้เข้าใจผิดว่างานดึงแสงหนักให้ผลเท่ากัน. จะปรับแสงหนักใน Lightroom หรือใช้ ฟีเจอร์นี้ ตอนประกอบภาพใน Photoshop?
ที่มา: Fstoppers, Adobe Photoshop
อ่านเทคนิคการถ่ายและแต่งภาพเพิ่มเติมได้ในหมวด Photo ของ lnwGadget









