TRS และ TRRS คือหัวข้อหลักของบทความนี้ เนื้อหาด้านล่างเรียบเรียงตามข้อมูลต้นฉบับ เพื่อช่วยให้เข้าใจรายละเอียด วิธีใช้งาน และข้อควรรู้ได้ง่ายขึ้น
TRS และ TRRS: ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

TRS,TRRS คือสายสัญญาณแปลงเข้ากล้องและมือถือ
TRS 2 ขีด = เสียบเข้ากับกล้อง
TRRS 3 ขีด = เสียบเข้ากับมือถือ
- แอนดรอยด์สามารถเสียบเข้ากับมือถือได้เลย
- ไอโฟนต้องมีไลท์นิ่งเพื่อเป็นตัวแปลงจึงจะเสียบเข้ากับมือถือได้
TRS TO TRRS = ตัวแปลงสายที่เอาไว้เสียบเข้ากับมือถือ
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี
TRS กับ TRRS ต่างกันยังไง ดูจากขีดบนหัวแจ็คและการต่อใช้งานจริง
ชื่อ TRS และ TRRS มาจากส่วนประกอบของหัวแจ็ค คือ ปลาย (Tip) วงแหวน (Ring) และโคน (Sleeve) แต่ละส่วนคือหน้าสัมผัสที่ส่งสัญญาณคนละเส้น TRS มี 3 ส่วน ใช้ส่งเสียงสเตอริโอซ้ายขวาพร้อมกราวด์ ส่วน TRRS มี 4 ส่วน เพิ่มเส้นสำหรับไมโครโฟนเข้ามา มือถือจึงใช้หัวแบบนี้เพื่อให้หูฟังมีทั้งเสียงออกและไมค์ในเส้นเดียว และยังมีแบบ TS ที่มีขีดเดียว ใช้กับสัญญาณโมโน เช่น สายกีตาร์
วิธีดูง่ายที่สุดคือนับขีดสีดำ (ฉนวนคั่น) บนหัวแจ็ค 1 ขีดคือ TS 2 ขีดคือ TRS และ 3 ขีดคือ TRRS ขนาดหัวที่ใช้กับกล้องและมือถือส่วนใหญ่คือ 3.5 มม. ส่วนอุปกรณ์เครื่องเสียงขนาดใหญ่มักใช้ 6.35 มม.
ข้อควรรู้ก่อนต่อไมค์
- มือถือที่ไม่มีช่องหูฟัง ต้องใช้ตัวแปลงจากพอร์ตชาร์จเป็นช่อง 3.5 มม. ที่รองรับการรับเสียงไมค์ด้วย ตัวแปลงบางแบบส่งได้แค่เสียงออกหูฟังอย่างเดียว
- หัว TRRS มีการเรียงสายสองมาตรฐาน คือ CTIA และ OMTP มือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ใช้แบบ CTIA ถ้าต่อแล้วเสียงเบาผิดปกติหรือมีแต่เสียงซ่า อาจเป็นเพราะมาตรฐานไม่ตรงกัน
- ไมค์ไร้สายหลายรุ่นแถมสายมาให้ทั้ง TRS และ TRRS ควรแยกเก็บและติดป้ายไว้ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเสียบสาย TRS เข้ามือถือ มือถือจะมองไม่เห็นว่ามีไมค์ภายนอกแล้วไปบันทึกจากไมค์ในตัวเครื่องแทน โดยที่ผู้ถ่ายไม่รู้ตัว จึงควรอัดทดสอบแล้วฟังย้อนก่อนถ่ายจริงทุกครั้ง
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- TRS TO TRRS = ตัวแปลงสายที่เอาไว้เสียบเข้ากับมือถือ










