RODE DS3 คือแขนตั้งโต๊ะรุ่นใหม่จาก RØDE ที่ขยับพิกัดรับน้ำหนักขึ้นเป็น 1.5 กิโลกรัม จาก DS2 รุ่นเดิมที่รองรับสูงสุด 950 กรัม จุดเด่นคือฐานแบบถ่วงน้ำหนักที่วางบนโต๊ะได้เลยโดยไม่ต้องหนีบขอบโต๊ะ เปิดราคาที่ $109 หรือราว 3,900 บาท วางขายทั่วโลกแล้วในสีดำ
RODE DS3 ต่างจากรุ่นเดิมตรงไหน
ความต่างที่ชัดที่สุดของ RODE DS3 คือพิกัดรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากเดิม 950 กรัมมาเป็น 1.5 กิโลกรัม ตัวเลขนี้เปิดทางให้วางไมค์ XLR ตัวใหญ่แบบ broadcast กล้องมิเรอร์เลส หรือไฟดวงเล็กได้บนแขนเดียว โดยไม่ต้องกังวลว่าแขนจะย้วยลงระหว่างอัด ฐานถ่วงน้ำหนักทำให้ยกทั้งชุดไปวางจุดใหม่บนพื้นเรียบได้ทันที ต่างจากแขนแบบแคลมป์ที่ต้องคลายน็อตและหาขอบโต๊ะใหม่ทุกครั้ง
สเปกและระบบยึด
ตัวแขนใช้บอลเฮดพร้อมกลไกล็อกตรงกลาง ปรับมุมได้ลื่นและเงียบ ไม่มีเสียงเอี๊ยดแทรกเข้าไมค์ระหว่างขยับ ตัวเครื่องผลิตจากโลหะพร้อมฐานคอร์กสำหรับเพิ่มแรงเสียดทานบนโต๊ะ มีอะแดปเตอร์สำหรับเกลียว 3/8 นิ้ว 1/4 นิ้ว และ 5/8 นิ้วมาให้ในกล่อง ครอบคลุมทั้งไมค์ กล้อง และอุปกรณ์ไฟ พร้อมช่องเก็บสายในตัวสำหรับซ่อนสาย XLR ไม่ให้พาดหน้ากล้อง
เหมาะกับใคร
โต๊ะที่ต้องสลับอุปกรณ์หรือจัดมุมทำงานบ่อยจะได้ประโยชน์จาก DS3 มากที่สุด เพราะขยับทั้งชุดได้โดยไม่ต้องรื้อแคลมป์ เช่นเดียวกับโต๊ะกระจกหรือโต๊ะที่ขอบหนาเกินกว่าแคลมป์ทั่วไปจะหนีบได้ อีกกลุ่มที่น่าจะได้ใช้จริงคือสายสตรีมและพอดแคสต์ที่ต้องเก็บอุปกรณ์หลังจบงานทุกครั้ง เพราะยกฐานออกจากโต๊ะได้ในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องปรับตั้งใหม่ทั้งชุด ส่วนใครที่วางไมค์ไว้ประจำที่และไม่ได้ขยับบ่อย แขนแบบแคลมป์ยังประหยัดพื้นที่หน้าโต๊ะได้มากกว่า เพราะไม่ต้องเสียพื้นที่ให้ฐานถ่วงน้ำหนัก ส่วนสีขาวจะตามมาภายหลัง ขณะที่หน้า B&H ยังขึ้นสถานะ Coming Soon และตัวเลขราคาต่างจากประกาศของแบรนด์เล็กน้อย จึงควรรอเช็คราคาหน้าร้านไทยอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
โต๊ะทำงานถนัดแบบไหนมากกว่ากัน ฐานถ่วงน้ำหนักวางเฉยๆ หรือแคลมป์หนีบขอบโต๊ะ?
ที่มา: RØDE, 4K Shooters
วิธีเลือกแขนตั้งโต๊ะให้เหมาะกับอุปกรณ์
ก่อนเลือกแขนตั้งโต๊ะ ควรชั่งน้ำหนัก อุปกรณ์ทั้งชุด ไม่ใช่เฉพาะไมโครโฟน เพราะโช้กเมาท์ สาย อะแดปเตอร์ กล้อง และไฟเสริม ล้วนเพิ่มน้ำหนัก ที่แขนต้องรับจริง
ค่ารับน้ำหนักสูงสุด เป็นเพียงขีดจำกัด ผู้ใช้ควรเผื่อระยะ เพื่อให้การปรับตำแหน่ง ลื่นไหล และลดแรงกด ต่อข้อต่อเมื่อใช้งาน เป็นเวลานาน
ฐานถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับโต๊ะ ที่ไม่สามารถหนีบขอบได้ เช่น โต๊ะติดผนัง โต๊ะกระจก หรือโต๊ะที่มีขอบหนา อย่างไรก็ตาม ต้องมีพื้นที่วางฐาน เพียงพอ
แขนแบบหนีบโต๊ะ ใช้พื้นที่บนโต๊ะน้อยกว่า แต่ควรตรวจความหนา และความแข็งแรงของขอบโต๊ะ หากขันแน่นเกินไป อาจทิ้งรอย หรือทำให้วัสดุบางเสียหาย
การจัดตำแหน่งสำหรับงานเสียงและวิดีโอ
ไมโครโฟนควรอยู่ ใกล้ปากในระยะเหมาะสม โดยไม่บังหน้า และไม่ขวางจอภาพ การวางแขนจากด้านข้าง ช่วยให้พื้นที่ตรงหน้า เปิดโล่งมากขึ้น
ควรจัดสาย ให้มีระยะผ่อน ตามการเคลื่อนของแขน ไม่รั้งข้อต่อ และไม่เสียดสีกับโครง เพราะแรงดึงและเสียงกระทบ อาจส่งเข้าสู่ไมโครโฟนได้
หากใช้กับกล้อง ควรตรวจเกลียว และหัวบอล ให้ตรงกับอุปกรณ์ รวมถึงทดสอบว่า ฐานไม่ลื่น เมื่อปรับกล้องไปยังมุมสูง หรือต่ำสุด
การติดไฟขนาดเล็ก ควรดูทั้งน้ำหนัก และระยะยื่น เพราะอุปกรณ์ที่อยู่ไกลจากแกน จะสร้างแรงบิดมากกว่า แม้น้ำหนักรวมยังไม่เกินสเปก
ขั้นตอนติดตั้งให้มั่นคง
วางฐานบนพื้นผิว เรียบ แห้ง และไม่มีฝุ่น จากนั้นปรับแขน ในทิศทางที่ต้องใช้จริง ก่อนติดอุปกรณ์ เพื่อดูว่าฐานยังอยู่ ในพื้นที่ปลอดภัย
หลังติดตั้ง ควรขยับแขน ช้าๆ ครบทุกทิศทาง ตรวจเสียง ข้อต่อ และการสั่น หากฐานเริ่มยก หรือเคลื่อน ควรลดระยะยื่น และจัดน้ำหนักใหม่
ไม่ควรวาง ฐานใกล้ขอบโต๊ะ หรือทางเดินของสาย เพราะการกระแทก เพียงครั้งเดียว อาจทำให้อุปกรณ์เสียหาย ควรเก็บสาย ให้พ้นมือและเท้า
ผู้ใช้ที่เปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย ควรใช้ quick release ที่มีระบบล็อก และตรวจความแน่น ทุกครั้งก่อนปล่อยมือ เพื่อป้องกันอุปกรณ์หลุด จากหัวต่อ
การดูแลระยะยาว
ควรเช็ดฝุ่น ที่ข้อต่อและฐาน เป็นประจำ หลีกเลี่ยงน้ำยาที่ทำลาย ยางหรือสี และตรวจนอต หากใช้งานหนัก หรือปรับตำแหน่งบ่อย
หากพบเสียงดัง ระยะคลอน หรือการค้างในบางมุม ควรหยุดใช้งาน และตรวจคู่มือ ไม่ควรฝืนข้อต่อ เพราะอาจทำให้กลไกภายใน เสียหายมากขึ้น
ดูอุปกรณ์เสียงประเภทอื่น เพิ่มเติมได้ที่ หมวดไมโครโฟนของ lnwGadget เพื่อวางชุดไมค์ แขนตั้งโต๊ะ และอุปกรณ์เสริม ให้เข้ากัน
รายละเอียดเกลียว ขนาด และอุปกรณ์ในกล่อง ควรตรวจจาก หน้าผลิตภัณฑ์ของ RODE ก่อนซื้อ เพราะข้อมูลจำหน่าย อาจแตกต่างตามประเทศ
สรุปการใช้งาน
จุดเด่นของแขนประเภทนี้ คือย้ายตำแหน่งได้ โดยไม่ต้องหนีบโต๊ะ เหมาะกับสตูดิโอ พอดแคสต์ ไลฟ์ และโต๊ะทำงาน ที่ต้องการความยืดหยุ่น
การเลือกที่เหมาะสม ควรพิจารณา น้ำหนักจริง ระยะยื่น พื้นที่ฐาน และชนิดหัวต่อร่วมกัน เมื่อจัดสมดุลถูกต้อง จะช่วยให้อุปกรณ์ปลอดภัย และใช้งานสะดวกขึ้น
เช็กลิสต์ก่อนเริ่มบันทึกเสียง
เปิดโปรแกรมบันทึก แล้วตรวจระดับเสียง ในตำแหน่งที่นั่งจริง จากนั้นขยับแขน ไปยังจุดใช้งาน เพื่อฟังว่า ข้อต่อหรือสาย สร้างเสียงรบกวนหรือไม่
ทดลองพิมพ์คีย์บอร์ด แตะโต๊ะ และเลื่อนเมาส์ หากแรงสั่น ส่งถึงไมค์มาก ควรเพิ่มโช้กเมาท์ ปรับตำแหน่งฐาน หรือใช้แผ่นรอง ที่ช่วยลดการสั่น
ตั้งแขนให้ไมค์ อยู่ในตำแหน่งเดิม ได้ง่ายทุกครั้ง อาจใช้เครื่องหมายเล็กๆ บนโต๊ะ เพื่อช่วยจัดฐาน และระยะไมค์ ให้คงที่ระหว่างหลายตอน
ในงานวิดีโอ ควรตรวจเฟรมจริง ว่าแขนและสาย ไม่เข้าภาพ รวมถึงระวังเงา จากไฟสตูดิโอ ที่อาจตกบนฉากหลัง หรือใบหน้าของผู้พูด
การใช้ร่วมกับอุปกรณ์หลายแบบ
เมื่อติดเว็บแคม หรือกล้องขนาดเล็ก ควรตั้งค่ามุมภาพ หลังปรับระดับโต๊ะและเก้าอี้ เพราะความสูงของผู้ใช้ มีผลต่อมุมกล้อง มากกว่างานไมโครโฟน
เมื่อติดไฟ ควรเลือกอุปกรณ์ ที่มีน้ำหนักสมดุล และใช้สายไฟ ที่ยืดหยุ่น ไม่ควรปล่อยอะแดปเตอร์หนัก ห้อยจากแขน เพราะจะเพิ่มแรงดึง ที่ข้อต่อ
หากต้องสลับ ระหว่างไมค์ กล้อง และไฟ ควรติดป้าย หรือแยกหัวแปลง ให้ชัดเจน วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยง ใช้เกลียวผิดขนาด และประหยัดเวลาเตรียมงาน
สำหรับโต๊ะที่ใช้งานร่วมกัน หลายคน ควรกำหนดตำแหน่งเก็บแขน เมื่อไม่ใช้ เพื่อไม่ให้ขวางจอ ทางเดิน หรือพื้นที่วางอุปกรณ์อื่น










