กดชัตเตอร์ไม่ทัน ก็ยังได้ภาพก่อนหน้านั้นกลับมา นี่คือสิ่งที่ฟีเจอร์ Pre-capture กล้อง ทำได้ และตอนนี้กล้องหลายค่ายใส่มาให้แล้ว แต่แต่ละรุ่นเก็บย้อนหลังได้ไม่เท่ากัน
Pre-capture กล้อง ทำงานอย่างไร
กล้องเริ่มเก็บภาพต่อเนื่องลงบัฟเฟอร์ชั่วคราวตั้งแต่กดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่ง พอกดเต็ม กล้องจึงบันทึกภาพช่วงก่อนหน้านั้นย้อนหลังลงการ์ด Tim Coleman จาก TechRadar ทดลองใช้กับการถ่ายนก และพบว่าช่วยเก็บจังหวะนกบินที่ปกติอาจกดไม่ทัน ส่วนกีฬาและจังหวะทำประตูก็เป็นตัวอย่างการใช้งานที่บทความยกขึ้นมา
แต่ละค่ายเรียกชื่อต่างกัน
Canon ใช้ชื่อ Pre-continuous Shooting ส่วน Sony และ Nikon ใช้ Pre-capture, OM System ใช้ Pro Capture, Panasonic ใช้ Pre-Burst และ Fujifilm ใช้ Pre-shot ES หลักการใกล้กัน แต่ระยะย้อนหลังและเงื่อนไขต่างกันตามรุ่น ก่อนเลือกกล้องจึงควรเช็คสเปกของรุ่นนั้นโดยตรง
EOS R8 Mark II กับ Sony A7 V ย้อนได้แค่ไหน
Canon EOS R8 Mark II ถ่ายต่อเนื่องสูงสุด 40fps และเก็บย้อนหลัง 20 ภาพ หรือประมาณ 0.5 วินาที โดยต้องใช้ Electronic shutter กับโหมด Continuous H+ เท่านั้น
Sony A7 V ถ่ายสูงสุด 30fps และตั้งระยะย้อนหลังได้ตั้งแต่ 0.03 ถึง 1 วินาที แต่จำนวนภาพที่ได้จริงเปลี่ยนตามการตั้งค่าและสภาพการถ่าย ใครถ่ายนก สัตว์ป่า หรือกีฬา ที่จังหวะสำคัญเกิดเร็วกว่าที่นิ้วจะตามทัน Pre-capture กล้อง คือฟีเจอร์ที่ควรเปิดลองใช้ดู
ถ้าดูแค่ตัวเลข R8 Mark II ได้เปรียบเรื่องความเร็วที่ 40fps ทำให้ในช่วงครึ่งวินาทีมีภาพให้เลือกถี่กว่า ส่วน A7 V ได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่น เพราะตั้งให้ย้อนนานถึง 1 วินาทีได้ เหมาะกับเหตุการณ์ที่คาดเดาจังหวะยาก ขณะที่ถ้ารู้จังหวะคร่าวๆ อยู่แล้ว ตั้งสั้นลงก็ช่วยไม่ให้ได้ภาพซ้ำเยอะเกินจนต้องมานั่งคัดทีหลัง พูดง่ายๆ คือเลือกระหว่างความถี่ของเฟรมกับระยะเวลาที่ย้อนได้
ที่มา: TechRadar, Canon, Sony










