📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

Oyen U35 Bolt+ SSD USB4 80Gbps เร็วทะลุ 6,000 MB/s แต่มีจุดที่ต้องรู้

Oyen U35 Bolt

Oyen U35 Bolt+ USB4 80Gbps 4TB เป็น SSD พกพาที่ PetaPixel ยกให้เป็นไดรฟ์ภายนอกที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยทดสอบมา โดยวัดบน MacBook Pro M5 Max ได้ความเร็วอ่าน 6,064 MB/s และเขียน 6,278 MB/s มีเพียง SSD ภายใน MacBook Pro ที่ทำได้เร็วกว่า ราคาเริ่มต้นของรุ่น 4TB อยู่ที่ราว 31,800 บาท แต่ผลความเร็วสูงสุดต้องใช้เครื่องที่รองรับ USB4 80Gbps หรือ Thunderbolt 5 รุ่นใหม่จริง

ข้อจำกัดสำคัญคือความร้อน ตัวไดรฟ์ระบายความร้อนแบบ passive และไม่มีพัดลม เมื่อเขียนข้อมูลจนเต็ม 4TB ความเร็วเขียนลดลงเหลือ 2,244 MB/s หรือลดลง 63% และต้องพักให้เย็นพอสมควรกว่าจะกลับสู่ความเร็วเต็ม แม้ถูกลดความเร็ว ไดรฟ์ยังเล่นไฟล์ ProRes 422 HQ 8K และ 12K ได้ตามผลที่ต้นฉบับระบุ แต่ผู้ที่ย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ต่อเนื่องต้องพิจารณาข้อจำกัดนี้ก่อนซื้อ

Oyen U35 Bolt+ USB4 80Gbps 4TB เร็วแค่ไหน

ตัวเลขสูงสุดที่ PetaPixel วัดได้คืออ่าน 6,064 MB/s และเขียน 6,278 MB/s บน MacBook Pro M5 Max ความเร็วนี้เป็นผลจากชุดทดสอบที่ระบุ ไม่ควรถูกนำไปสรุปว่าเครื่องทุกตัวจะได้เท่ากัน เพราะพอร์ต ระบบ และอุณหภูมิมีผลต่อประสิทธิภาพ

ต้นฉบับเปรียบเทียบว่าไดรฟ์เร็วเกือบ 2 เท่าของ Glyph EX40 และแซง OWC Envoy Ultra มากกว่า 1,000 MB/s ข้อมูลนี้เป็นผลเปรียบเทียบจากแหล่งเดียวกัน ไม่ควรเพิ่มผลทดสอบอื่นหรือเปลี่ยนส่วนต่างโดยไม่มีข้อมูลยืนยัน

USB4 80Gbps คือหัวใจของความเร็ว

U35 Bolt+ ใช้มาตรฐาน USB4 80Gbps ซึ่งให้ระดับความเร็วใกล้กับ Thunderbolt 5 ตามคำอธิบายในต้นฉบับ และเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB ที่รองรับมาตรฐานดังกล่าว ผู้ใช้จึงต้องตรวจสเปกพอร์ตของคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ดูเพียงว่าหัวต่อมีรูปทรง USB-C

คำว่า USB4 มีหลายระดับความสามารถ เครื่องที่ไม่รองรับ 80Gbps จะไม่ดึงประสิทธิภาพสูงสุดของไดรฟ์ การซื้อ SSD เร็วมากโดยใช้กับพอร์ตเก่าอาจทำให้จ่ายเพิ่มโดยไม่ได้ความเร็วตามผลทดสอบบน M5 Max

ต้องใช้ USB4 หรือ Thunderbolt 5 รุ่นใหม่

ต้นฉบับย้ำว่าเครื่องที่ใช้ต้องรองรับ USB4 หรือ Thunderbolt 5 รุ่นใหม่จริง เพื่อให้ได้ความเร็วระดับที่ทดสอบ หากใช้เครื่องรุ่นเก่า ประสิทธิภาพอาจลดลงตามข้อจำกัดของพอร์ต แม้ตัว SSD เองรองรับ 80Gbps

ก่อนซื้อควรเปิดหน้าสเปกของคอมพิวเตอร์และตรวจมาตรฐานพอร์ตอย่างละเอียด ไม่ควรสรุปจากชื่อ MacBook หรือ PC เพียงอย่างเดียว เพราะรุ่นและปีมีผลต่อความสามารถของการเชื่อมต่อ จุดนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญกว่าการดูตัวเลข 6,000 MB/s บนกล่อง

MacBook Pro M5 Max คือเครื่องทดสอบ

ผลอ่าน 6,064 MB/s และเขียน 6,278 MB/s มาจาก MacBook Pro M5 Max ตามข้อมูล PetaPixel การระบุเครื่องทดสอบช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าตัวเลขไม่ได้เป็นค่าคงที่สำหรับระบบทุกชนิด

หากใช้คอมพิวเตอร์คนละรุ่นควรคาดหวังผลตามข้อจำกัดของพอร์ตและระบบ ไม่ควรอ้างว่าทุกเครื่องได้ 6,278 MB/s โดยอัตโนมัติ การทดสอบของผู้ใช้เองกับไฟล์และ workflow จริงจะสะท้อนประสิทธิภาพที่นำไปใช้ได้มากกว่า

M2 Ultra ได้ความเร็วราวครึ่งเดียว

ต้นฉบับยก M2 Ultra เป็นตัวอย่างเครื่องรุ่นเก่าที่ได้ความเร็วราวครึ่งหนึ่ง ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าคอขวดอยู่ที่ระบบเชื่อมต่อได้ แม้ไดรฟ์เป็นรุ่นเดียวกันและมีความสามารถสูงกว่า

คำว่า “ราวครึ่งเดียว” ควรถูกคงไว้ ไม่ควรแปลงเป็นตัวเลขเฉพาะที่ต้นฉบับไม่ได้ให้ ผู้ใช้ M2 Ultra ควรพิจารณาว่าความเร็วระดับที่ได้ยังเพียงพอกับงานหรือไม่ ก่อนตัดสินใจจ่ายเพื่อเผื่ออัปเกรดเครื่องในอนาคต

อ่าน 6,064 MB/s

ความเร็วอ่านสูงสุดที่วัดได้คือ 6,064 MB/s บนชุดทดสอบที่ระบุ ประโยชน์ของการอ่านเร็วเห็นได้ในงานเปิดไฟล์ขนาดใหญ่ เล่นสื่อ และคัดลอกข้อมูลออกจากไดรฟ์ แต่ความเร็วปลายทางยังขึ้นกับอุปกรณ์อีกฝั่งด้วย

หากคัดลอกไปยังไดรฟ์ที่ช้ากว่า ความเร็วรวมจะถูกจำกัดโดยอุปกรณ์ปลายทาง การใช้ตัวเลขอ่านเพียงค่าเดียวจึงไม่พอสำหรับวาง workflow ควรดูทั้งพอร์ต สาย ไดรฟ์ต้นทาง และปลายทางร่วมกัน

เขียน 6,278 MB/s

ความเร็วเขียนสูงสุดอยู่ที่ 6,278 MB/s บน MacBook Pro M5 Max ซึ่งสูงกว่าค่าอ่านเล็กน้อยในผลทดสอบดังกล่าว ตัวเลขนี้เหมาะกับงานเขียนข้อมูลช่วงสั้นที่ไดรฟ์ยังไม่ร้อนและระบบรองรับเต็มที่

ไม่ควรใช้ค่าสูงสุดไปคำนวณเวลาย้ายไฟล์ขนาด 4TB แบบคงที่ เพราะต้นฉบับพบว่าความเร็วลดลงระหว่างการเขียนต่อเนื่องจนเต็มไดรฟ์ ผลในงานสั้นกับงานยาวจึงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

เร็วกว่า Glyph EX40 เกือบ 2 เท่า

PetaPixel ระบุว่า U35 Bolt+ เร็วเกือบ 2 เท่าของ Glyph EX40 ตามผลทดสอบของแหล่งเดียวกัน ข้อมูลนี้ช่วยวางตำแหน่งความเร็วของไดรฟ์ แต่ไม่ควรนำไปขยายเป็นผลในทุก workflow โดยไม่มีรายละเอียดระบบเปรียบเทียบเพิ่มเติม

ผู้ซื้อควรดูราคา ความจุ ความร้อน และพอร์ตควบคู่กับความเร็ว ไดรฟ์ที่ช้ากว่าอาจเพียงพอกับงานและเข้ากับเครื่องปัจจุบันมากกว่า การชนะ benchmark ไม่ได้หมายความว่าคุ้มที่สุดสำหรับทุกคน

แซง OWC Envoy Ultra มากกว่า 1,000 MB/s

ต้นฉบับระบุว่า Oyen แซง OWC Envoy Ultra มากกว่า 1,000 MB/s ในการเปรียบเทียบที่กล่าวถึง ส่วนต่างนี้เน้นความแรงช่วงสูงสุดของ USB4 80Gbps เมื่อใช้กับเครื่องที่รองรับ

อย่างไรก็ตาม U35 Bolt+ มีข้อจำกัดความร้อนเมื่อต้องเขียนต่อเนื่อง จึงควรแยกผล benchmark ระยะสั้นออกจากการใช้งานยาว การเลือกไดรฟ์ควรดูรูปแบบไฟล์และเวลาทำงานจริง ไม่ใช่ส่วนต่างค่าสูงสุดเพียงอย่างเดียว

มีเพียง SSD ภายใน MacBook Pro ที่เร็วกว่า

ในบริบทการทดสอบของ PetaPixel มีเพียง SSD ภายใน MacBook Pro ที่ทำความเร็วได้สูงกว่า U35 Bolt+ ตามต้นฉบับ ข้อความนี้อธิบายตำแหน่งของไดรฟ์ภายนอกในชุดทดสอบ ไม่ใช่การสำรวจ SSD ทุกตัวในตลาด

ผู้เขียนควรรักษาขอบเขตคำว่า “เท่าที่ PetaPixel เคยทดสอบ” และไม่เปลี่ยนเป็น “เร็วที่สุดในโลก” เพราะต้นฉบับไม่ได้ยืนยันการเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ทั้งหมด การระบุแหล่งและเงื่อนไขช่วยป้องกันความเข้าใจผิด

สาย USB4 ยาวประมาณหนึ่งฟุต

ในกล่องมีสาย USB4 ยาวประมาณหนึ่งฟุตตามข้อมูลต้นฉบับ ความยาวนี้เหมาะกับการวาง SSD ใกล้โน้ตบุ๊กและลดสายเกะกะ แต่ผู้ใช้ควรวางไดรฟ์ในตำแหน่งที่ระบายอากาศได้ เพราะตัวเครื่องใช้ passive cooling

หากเปลี่ยนไปใช้สายอื่น ต้องตรวจว่าสายนั้นรองรับมาตรฐานและความเร็วที่ต้องการ สายที่เป็น USB-C เหมือนกันภายนอกอาจรองรับข้อมูลต่างระดับ การใช้สายแถมช่วยลดตัวแปรในการทดสอบครั้งแรก

สายรองรับกำลัง 240 วัตต์

สายที่แถมรองรับ 240 วัตต์ตามข้อมูลต้นฉบับ ตัวเลขนี้เป็นสเปกของสายและไม่ควรถูกตีความว่า SSD ใช้หรือจ่ายไฟ 240 วัตต์ตลอดเวลา จุดสำคัญคือสายรองรับทั้งการเชื่อมต่อความเร็วสูงและกำลังตามที่ระบุ

ผู้ใช้ควรแยกความสามารถด้านข้อมูลกับกำลังไฟออกจากกัน การที่สายรองรับ 240 วัตต์ไม่ได้ทำให้พอร์ตคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องส่งกำลังเท่ากัน และไม่เปลี่ยนข้อจำกัดความเร็วของพอร์ตเก่า

ระบายความร้อนแบบ passive ไม่มีพัดลม

U35 Bolt+ ใช้การระบายความร้อนแบบ passive ล้วนและไม่มีพัดลม ข้อดีคือไม่มีชิ้นส่วนพัดลมตามข้อมูลเดิม แต่ความร้อนสะสมทำให้ความเร็วลดลงเมื่อเขียนข้อมูลต่อเนื่องจำนวนมาก

ผู้ใช้ควรวางไดรฟ์ในพื้นที่เปิด ไม่ปิดทับหรือวางบนพื้นผิวที่กักความร้อน อย่างไรก็ตาม บทความไม่ได้มีผลทดสอบอุณหภูมิหรืออุปกรณ์เสริมระบายความร้อน จึงไม่ควรเพิ่มคำแนะนำที่อ้างผลลัพธ์เกินข้อมูล

เมื่ออุ่นขึ้นความเร็วตกลง

ต้นฉบับระบุว่าเมื่อไดรฟ์อุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อย ความเร็วก็ลดลงทันที ข้อสังเกตนี้มาจากการทดสอบของ PetaPixel และเป็นข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาสำหรับงานเขียนต่อเนื่อง

ไม่ควรสรุปอุณหภูมิที่เริ่มลดความเร็ว เพราะต้นฉบับไม่ได้ให้ตัวเลของศา ผู้ใช้ควรยึดผลที่ยืนยัน คือความเร็วเขียนลดลงเมื่อเขียนจนเต็ม 4TB และต้องพักให้เย็นก่อนกลับมาทำงานเต็มสปีด

เขียนเต็ม 4TB เหลือ 2,244 MB/s

เมื่อเขียนข้อมูลจนเต็มความจุ 4TB ความเร็วเขียนลดลงเหลือ 2,244 MB/s ตามผลทดสอบเดิม ตัวเลขนี้สะท้อน performance ระหว่างงานหนักต่อเนื่อง ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของทุกการเขียนไฟล์

ผู้ใช้ที่โอนไฟล์สั้นอาจไม่ได้เจอสถานการณ์เดียวกับการเขียนเต็มไดรฟ์ ส่วนทีมที่สำรองฟุตเทจจำนวนมากควรนำ 2,244 MB/s ไปพิจารณาร่วมกับเวลาพัก การวาง workflow จาก 6,278 MB/s เพียงอย่างเดียวจะมองข้ามข้อจำกัดหลัก

ความเร็วเขียนลดลง 63%

การลดจากค่าสูงสุดไปเหลือ 2,244 MB/s คิดเป็นการลดลง 63% ตามที่ต้นฉบับระบุ ต้องรักษาตัวเลขนี้ไว้และไม่เปลี่ยนเป็นเปอร์เซ็นต์อื่น ความต่างชัดเจนพอให้ผู้ใช้สายโอนข้อมูลยาวพิจารณาก่อนซื้อ

แม้ลดลงมาก ค่า 2,244 MB/s ยังเป็นความเร็วระดับสูงสำหรับหลายงาน แต่คำว่าเพียงพอขึ้นกับไฟล์และระบบปลายทาง ทีมควรทดสอบกับโปรเจกต์จริง ไม่ควรนำผลเล่นไฟล์ชนิดหนึ่งไปแทนทุก codec หรือทุก workflow

ต้องพักให้เย็นก่อนกลับมาเต็มสปีด

หลังไดรฟ์ร้อนและลดความเร็ว ต้องพักให้เย็นนานพอสมควรกว่าจะกลับสู่ความเร็วเต็มตามต้นฉบับ ข้อมูลไม่ได้ระบุเวลาพักเป็นนาที จึงไม่ควรเติมระยะเวลาเฉพาะ

สำหรับงานที่มี deadline ควรเผื่อรอบการโอนและหลีกเลี่ยงการวางแผนแบบต่อเนื่องโดยหวังความเร็วสูงสุดตลอดวัน การมีไดรฟ์สำรองหรือแบ่งงานอาจช่วย workflow แต่บทความไม่ได้ทดสอบแนวทางเหล่านี้ จึงควรถือเป็นการวางแผนทั่วไปเท่านั้น

ยังเล่น ProRes 422 HQ 8K ได้

แม้ความเร็วถูกลดเต็มที่ ไดรฟ์ยังเล่นไฟล์ ProRes 422 HQ 8K ได้ตามผลที่ต้นฉบับระบุ ข้อมูลนี้แสดงว่าความเร็วหลัง throttle ยังรองรับไฟล์ที่ทดสอบ แต่ไม่ควรขยายไปถึงการรับรองทุกเฟรมเรตหรือทุกจำนวนสตรีม

ผู้ใช้ควรตรวจรายละเอียดโปรเจกต์ของตน เช่น จำนวนเลเยอร์ เอฟเฟกต์ และระบบตัดต่อ เพราะการเล่นไฟล์จริงขึ้นกับมากกว่าความเร็วไดรฟ์ การยืนยันในบทความจำกัดอยู่ที่ประเภทไฟล์และผลที่ระบุเท่านั้น

ยังเล่น ProRes 422 HQ 12K ได้

ต้นฉบับยังระบุว่าสามารถเล่น ProRes 422 HQ 12K ได้แม้ไดรฟ์ถูกลดความเร็วเต็มที่ นี่เป็นผลจากชุดทดสอบเดิม ไม่ควรถูกเปลี่ยนเป็นการยืนยันว่าตัดต่อ 12K ทุกโปรเจกต์ได้ลื่นภายใต้ทุกเงื่อนไข

คำว่า “เล่นไฟล์” แตกต่างจากการตัดต่อหลายเลเยอร์พร้อมเอฟเฟกต์ ผู้ใช้สายโปรดักชันควรทดสอบไฟล์จริงกับคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ของตนก่อนกำหนดเป็นไดรฟ์หลัก

เหมาะกับงานไฟล์สั้น

ต้นฉบับมองว่าไดรฟ์ตอบโจทย์คนทำงานไฟล์สั้นที่ต้องการความเร็วสูงสุด เพราะการโอนช่วงสั้นมีโอกาสใช้ประสิทธิภาพก่อนความร้อนสะสมมาก งานลักษณะนี้จึงได้ประโยชน์จากตัวเลขอ่านและเขียนเหนือ 6,000 MB/s มากกว่า

ความหมายของไฟล์สั้นขึ้นกับขนาดและรูปแบบงาน บทความไม่ได้กำหนดจำนวน GB หรือเวลา ผู้ใช้ควรดู pattern การโอนของตน หากมักย้ายหลาย TB ต่อเนื่อง ควรให้น้ำหนักกับผลหลัง throttle มากกว่า benchmark สูงสุด

งานย้ายฟุตเทจก้อนใหญ่ต้องระวัง

ผู้ที่ต้องย้ายฟุตเทจก้อนใหญ่ต่อเนื่องนาน ๆ เป็นกลุ่มที่ควรพิจารณาความร้อนอย่างจริงจัง เพราะผลเขียนเต็ม 4TB แสดงการลดความเร็ว 63% และต้องพักไดรฟ์ให้เย็นก่อนกลับมาเต็มสปีด

การประเมินควรใช้เวลารวมทั้งการโอนและการพัก ไม่ใช่คำนวณจาก 6,278 MB/s ตลอดกระบวนการ หากงานต้องรับข้อมูลจากกองถ่ายทั้งวัน ความสม่ำเสมออาจสำคัญกว่าค่าสูงสุดช่วงแรก

ราคา 4TB ราว 31,800 บาท

ราคาเริ่มต้นของรุ่น 4TB อยู่ที่ราว 31,800 บาทตามต้นฉบับ คำว่า “ราว” ควรถูกคงไว้ เพราะราคาอาจเปลี่ยนตามค่าเงิน ร้าน และตลาด ผู้ซื้อควรตรวจราคาจำหน่ายล่าสุดก่อนตัดสินใจ

บทความมองว่าราคาคุ้มเมื่อเทียบกับ LaCie Thunderbolt 5 และ OWC Envoy Ultra ที่แพงกว่าชัดเจนในช่วงตลาด SSD ราคาเพิ่ม แต่ความคุ้มยังขึ้นกับว่าคอมพิวเตอร์รองรับ 80Gbps และงานใช้ความเร็วสูงสุดจริงหรือไม่

เปรียบเทียบกับ LaCie Thunderbolt 5

LaCie Thunderbolt 5 ถูกกล่าวถึงในฐานะตัวเลือกที่แพงกว่า Oyen อย่างชัดเจนตามต้นฉบับ แต่ไม่มีราคาหรือผลทดสอบเฉพาะในบทความนี้ จึงไม่ควรเติมตัวเลขหรือสรุปว่าไดรฟ์ใดชนะทุกด้าน

ผู้ซื้อควรเปรียบเทียบความเร็วต่อเนื่อง ความร้อน ความจุ และความเข้ากันได้ด้วย ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเมื่อ Oyen มีข้อจำกัด passive cooling ที่ยืนยันแล้ว

เปรียบเทียบกับ OWC Envoy Ultra

OWC Envoy Ultra ถูกใช้ทั้งเป็นคู่เทียบความเร็วและราคา U35 Bolt+ แซงมากกว่า 1,000 MB/s ในผลที่กล่าวถึงและมีราคาต่ำกว่าชัดเจนตามต้นฉบับ แต่รายละเอียดการระบายความร้อนหรือผลเขียนเต็มของ OWC ไม่ได้อยู่ในบทความนี้

จึงควรจำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่ข้อมูลที่มี ไม่ควรสรุปประสิทธิภาพระยะยาวของคู่แข่งโดยไม่มีผลทดสอบ การเลือกอาจเปลี่ยนได้ตามเครื่อง สาย และลักษณะงานของผู้ใช้

อาจรอดูไดรฟ์รุ่นใหม่จาก Glyph

ต้นฉบับแนะนำว่าผู้ที่ยังไม่รีบอาจรอดูไดรฟ์รุ่นใหม่จาก Glyph ที่กำลังจะวางขายเพื่อเปรียบเทียบอีกครั้ง แต่ไม่มีชื่อรุ่น ราคา หรือผลทดสอบ จึงไม่ควรเติมข้อมูลคาดการณ์

การรอมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการดูการแข่งขันในตลาด USB4 80Gbps ส่วนผู้ที่ต้องใช้ทันทีควรตัดสินจาก Oyen และอุปกรณ์ที่มีอยู่จริง โดยคำนึงถึงความร้อนกับพอร์ตเป็นหลัก

ตรวจพอร์ตและสายก่อนซื้อ

ก่อนซื้อควรตรวจว่าคอมพิวเตอร์รองรับ USB4 80Gbps หรือ Thunderbolt 5 รุ่นใหม่ และใช้สายที่รองรับความเร็วดังกล่าว สายแถมยาวประมาณหนึ่งฟุตรองรับ 240 วัตต์ตามข้อมูลต้นฉบับ

ติดตาม ข่าวอุปกรณ์โปรดักชันของ lnwGadget และตรวจรายละเอียดจาก หน้าผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของ Oyen Digital เพื่อยืนยันความจุ ราคา และข้อกำหนดล่าสุด

สรุป Oyen U35 Bolt+

U35 Bolt+ เป็น SSD USB4 80Gbps ที่ PetaPixel วัดบน MacBook Pro M5 Max ได้อ่าน 6,064 MB/s และเขียน 6,278 MB/s เร็วเกือบ 2 เท่าของ Glyph EX40 และแซง OWC Envoy Ultra มากกว่า 1,000 MB/s รุ่น 4TB ราคาเริ่มราว 31,800 บาท พร้อมสาย USB4 ยาวประมาณหนึ่งฟุตรองรับ 240 วัตต์

ข้อจำกัดคือ passive cooling ไม่มีพัดลม เมื่อเขียนเต็ม 4TB ความเร็วลดเหลือ 2,244 MB/s หรือ 63% และต้องพักให้เย็น แม้ยังเล่น ProRes 422 HQ 8K และ 12K ได้ตามผลเดิม ผู้ใช้ไฟล์สั้นได้ประโยชน์จากความเร็วสูงสุดมากกว่า ส่วนงานโอนยาวควรตัดสินจากความเร็วหลัง throttle และเครื่องต้องรองรับพอร์ตรุ่นใหม่จริง

ที่มา: PetaPixel

Prev
Viltrox AF 90mm F2.2 EVO รีวิว เลนส์พอร์เทรต APS-C 135mm-equiv ราคา 12,900 บาท
Viltrox AF 90mm

Viltrox AF 90mm F2.2 EVO รีวิว เลนส์พอร์เทรต APS-C 135mm-equiv ราคา 12,900 บาท

Next
Sony จดทะเบียน WW308784 ลือเป็น Sony RX100 VIII กล้องคอมแพ็กต์เลนส์ติดตายตัวใหม่
Sony RX100 VIII

Sony จดทะเบียน WW308784 ลือเป็น Sony RX100 VIII กล้องคอมแพ็กต์เลนส์ติดตายตัวใหม่

You May Also Like