📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

คำแนะนำในการใช้ฟิลเตอร์ ND ที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพท่องเที่ยวและ Landscape

การถ่ายภาพท่องเที่ยวและ Landscape เป็นการบันทึกความงดงามของธรรมชาติและสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งบางครั้งสภาพแสงอาจแรงเกินไปจนทำให้ควบคุมค่าแสงได้ยาก การใช้ ฟิลเตอร์ ND (Neutral Density Filter) จะช่วยให้เราสามารถ ควบคุมแสงที่เข้าสู่เลนส์ได้ดีขึ้น, ลดความสว่างลง และสร้างเอฟเฟกต์ภาพที่นุ่มนวล เช่น การทำ Long Exposure, น้ำตกไหลเป็นเส้นสวย หรือท้องฟ้าที่มีการเคลื่อนไหวอย่างละมุน

ดังนั้น การเลือกฟิลเตอร์ ND ให้เหมาะกับ การถ่ายภาพท่องเที่ยวและภาพแลนด์สเคป จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ภาพที่มีมิติ สวยงาม และมีความตั้งใจในการนำเสนอมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับแสงแรงกลางวัน หรือการถ่ายภาพที่ต้องควบคุมสปีดชัตเตอร์ให้นานขึ้น เช่น ถ่ายทะเลแบบ Long Exposure, ถ่ายภูเขา, หรือ ถ่ายน้ำตกในทริปท่องเที่ยว

1. ถ่ายภาพน้ำตกฟุ้ง ๆ ระหว่างท่องเที่ยว แนะนำ ND Filter 6 Stop ขึ้นไป

หนึ่งในภาพยอดนิยมของการถ่ายภาพท่องเที่ยวคือ ภาพน้ำตกฟุ้งนุ่มแบบ Long Exposure การใช้ ND Filter 6 Stop ขึ้นไป จะช่วยลดความเร็วชัตเตอร์ลงได้มาก ทำให้เราสามารถถ่ายให้เส้นน้ำไหลดู ฟุ้ง นุ่ม ละมุน และมีความต่อเนื่องเหมือนลายเส้นในภาพวาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างอารมณ์ภาพแบบละเมียดละไมในทริปท่องเที่ยวธรรมชาติ

โดยปกติแล้ว การใช้ ND Filter จะใช้กี่สต็อปก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแสง แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน ช่วงกลางวันควรใช้ ND 10 Stop เพราะจะทำให้เปิดม่านชัตเตอร์ได้นาน แม้อยู่ในแดดแรงก็ยังสามารถเปิดได้ราว ๆ 10 วินาที ให้เส้นน้ำตกออกมานุ่มสวยแบบมืออาชีพ แต่ถ้าช่วงแสงเริ่มลดลง เช่น มีเมฆเยอะหรือเป็นช่วงเย็น ลดมาใช้ ND 6 Stop จะทำให้ถ่ายง่ายขึ้น ปรับสปีดได้เร็วกว่า และให้ภาพที่สมดุลขึ้นโดยไม่ต้องเร่งเปิดชัตเตอร์นานเกินไป

2. ในกรณีที่ถ่ายวิดีโอสลับกับภาพนิ่งด้วย แนะนำใช้ VND + CPL ใช้ลดแสงและตัดแสงสะท้อนได้ด้วย

สำหรับคนที่ต้อง ถ่ายวิดีโอสลับกับภาพนิ่ง ระหว่างทริปท่องเที่ยว ทางเลือกที่ลงตัวที่สุดคือการใช้ VND Filter (Variable ND Filter) เพราะสามารถปรับลดแสงได้หลากหลายระดับ ทำให้ควบคุมค่า Shutter Speed ได้สะดวกมากในวิดีโอ โดยส่วนใหญ่จะเป็นช่วง VND 1–5 Stop ที่ใช้งานง่ายและครอบคลุมสถานการณ์ส่วนใหญ่

ฟิลเตอร์หลายรุ่นยังมาพร้อม CPL (Circular Polarizer) ในตัว ซึ่งช่วย ตัดแสงสะท้อน จากพื้นผิวต่าง ๆ เช่น น้ำ ใบไม้ ผิวกระจก หรือแม้แต่เพิ่มมิติของท้องฟ้า ทำให้ภาพดูมีคอนทราสต์และสีสันสวยมากขึ้น เมื่อรวม VND + CPL จึงได้ทั้งการลดแสงและการตัดแสงสะท้อนในแผ่นเดียว ใช้ได้ดีทั้งกับ ภาพนิ่ง และ วิดีโอเที่ยวธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์บ่อย ๆ

ฟิลเตอร์ประเภทนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายท่องเที่ยวที่ต้องการอุปกรณ์ใช้งานเอนกประสงค์ ได้ทั้งภาพนิ่งที่ใสคมชัด และวิดีโอที่โทนสวย ลื่นไหล และควบคุมแสงได้แม่นยำ

3. ถ้าหากต้องการถ่ายวิดีโอท่องเที่ยว ถ่ายภาพ และเน้น ​Portrait จะมี VND 1-5 Stop + Mist Filter 1/4 

สำหรับผู้ที่ต้องการทั้ง ถ่ายวิดีโอท่องเที่ยว, ถ่ายภาพนิ่ง, และยังให้ความสำคัญกับ งาน Portrait, การเลือกใช้ VND 1–5 Stop ร่วมกับ Mist Filter 1/4 ถือเป็นตัวเลือกที่ครบที่สุดในแผ่นเดียว

การใช้ VND 1–5 Stop ช่วยให้ควบคุมปริมาณแสงได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับการถ่ายวิดีโอในสภาพแสงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแดดแรงหรือแสงอ่อนช่วงเย็น ขณะเดียวกัน Mist Filter 1/4 จะช่วยกระจายแสงให้ นุ่มนวล ฟุ้งสวย ทำให้ผิวดูละมุนขึ้น และยังช่วยสร้างบรรยากาศแบบ Cinematic ให้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

สำหรับใครที่สนใจ ฟิลเตอร์ K&F ก็สามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายครับ

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
ถ่ายวิดีโอสินค้าให้สวยขึ้นด้วย Variable ND True Color Filter

ถ่ายวิดีโอสินค้าให้สวยขึ้นด้วย Variable ND True Color Filter

Next
คำแนะนำในการใช้ K&F Mist Filter กับ DJI Pocket 3

คำแนะนำในการใช้ K&F Mist Filter กับ DJI Pocket 3

You May Also Like