Laowa Aksen คือซีรีส์เลนส์ Ultra Macro ใหม่ที่เปลี่ยนกำลังขยายได้ในตัวโดยไม่ต้องโฟกัสใหม่ มีสองรุ่นคือ Aksen 45mm f/2.8 1-5x และ Aksen 17.5mm f/1.7 5-10x รองรับเซนเซอร์ Full-frame ทั้งคู่ ราคาเริ่มต้น 27,000 บาท ที่ lnwGadget
จุดเด่น: Laowa Aksen กับระบบ Parfocal
จุดขายหลักของ Laowa Aksen คือระบบ Parfocal ที่ยังรักษาโฟกัสไว้ได้ขณะหมุนเปลี่ยนกำลังขยาย ต่างจากเลนส์ Macro ทั่วไปที่ต้องขยับตำแหน่งกล้องแล้วโฟกัสใหม่ทุกครั้งที่ซูมเข้า-ออก กระบอกเลนส์เป็นแบบ Internal Zoom ไม่ยืดหดออกมาให้เสียสมดุล ช่วยให้จัดกล้องบนขาตั้งและจัดแสงรอบวัตถุได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะงานที่ต้องถ่ายหลายเฟรมแล้วมาต่อภาพ (focus stacking) ซึ่งต้องการความนิ่งของกรอบภาพตลอดการถ่าย ยิ่งกำลังขยายสูงเท่าไหร่ ระยะชัดลึกก็ยิ่งบางลง การรักษาโฟกัสไว้ขณะซูมจึงช่วยประหยัดเวลาตั้งกล้องได้มาก
สเปกสองรุ่น
รุ่น 1-5x มีระยะห่างจากวัตถุคงที่ 40.35mm ทำงานสะดวกในงานทั่วไป ส่วนรุ่น 5-10x อยู่ที่ 22.48mm และมาพร้อมระบบรับแสง Coaxial ส่องตรงผ่านแนวเลนส์เพื่อลดเงาบนวัตถุขนาดเล็กที่มักเกิดจากการยิงไฟด้านข้าง ทั้งคู่เป็น Manual Focus ปรับรูรับแสงด้วยวงแหวนที่ตัวเลนส์ มีให้เลือกทั้งบอดี้ Photo รองรับเมาท์ E, Z, RF, L และบอดี้ Cine ใช้เมาท์ PL ที่เปลี่ยนท้ายเมาท์ได้ตามระบบกล้องที่ใช้งาน รุ่น Cine ราคาเริ่มต้น 54,000 บาทก่อนภาษี เมื่อคิดเรทประมาณ 36 บาทต่อดอลลาร์
เหมาะกับใคร
สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบ Aksen 45mm ลักษณะงานเป็นประเด็นที่ควรพิจารณา Laowa Aksen เหมาะกับช่างภาพที่ถ่ายรายละเอียดขนาดเล็กเป็นประจำ เช่น อัญมณี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกา หรือแมลง เพราะไม่ต้องเสียเวลาโฟกัสใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนกำลังขยายระหว่างถ่าย รุ่น 1-5x จัดงานง่ายกว่าและเหมาะกับงานโปรดักชันทั่วไปที่ต้องการความคล่องตัวสูง ส่วนรุ่น 5-10x เหมาะกับงานที่ต้องขยายสุดขีดอย่างจิวเวลรีหรือแมโครระดับไมโครสโคปที่รายละเอียดเล็กมาก
ถ้าถ่ายรายละเอียดขนาดเล็กเป็นประจำ จะเลือก Aksen รุ่นไหนไปใช้งาน?
ที่มา: Laowa, Newsshooter
เปรียบเทียบ Aksen 45mm และ Aksen 17.5mm
Aksen 45mm f/2.8 ให้กำลังขยาย 1-5x และมีระยะห่างจากวัตถุคงที่ 40.35mm จึงเหมาะกับงานที่ต้องจัดกล้องบนขาตั้งและวางไฟรอบวัตถุ รุ่นนี้รองรับเซนเซอร์ Full-frame และใช้ระบบ Internal Zoom กระบอกเลนส์จึงไม่ยืดหรือหดเมื่อเปลี่ยนกำลังขยาย
Aksen 17.5mm f/1.7 ให้กำลังขยาย 5-10x และมีระยะห่างจากวัตถุ 22.48mm รุ่นนี้มีระบบรับแสง Coaxial สำหรับส่องตรงผ่านแนวเลนส์ ระบบดังกล่าวช่วยลดเงาที่เกิดกับวัตถุขนาดเล็กเมื่อใช้แสงจากด้านข้าง
การโฟกัสและการควบคุมเลนส์
เลนส์ทั้งสองรุ่นเป็น Manual Focus ผู้ใช้ปรับรูรับแสงด้วยวงแหวนบนตัวเลนส์ ระบบ Parfocal ช่วยรักษาโฟกัสระหว่างการเปลี่ยนกำลังขยาย จึงไม่ต้องตั้งโฟกัสใหม่ทุกครั้งเหมือนเลนส์ Macro ทั่วไป
เมื่อใช้กำลังขยายสูง ระยะชัดลึกจะบางลง การวางกล้องให้นิ่งจึงสำคัญ โดยเฉพาะการถ่ายหลายเฟรมเพื่อทำ focus stacking ระบบ Internal Zoom ช่วยให้สมดุลของชุดกล้องไม่เปลี่ยนระหว่างการถ่าย
เมาท์และรูปแบบตัวเลนส์
บอดี้ Photo มีตัวเลือกเมาท์ E, Z, RF และ L ส่วนบอดี้ Cine ใช้เมาท์ PL และเปลี่ยนท้ายเมาท์ได้ตามระบบกล้อง รุ่น Cine มีราคาเริ่มต้น 54,000 บาทก่อนภาษี ขณะที่ราคาเริ่มต้นของซีรีส์อยู่ที่ 27,000 บาทตามข้อมูลในบทความ
เลือกกำลังขยายให้ตรงงาน
รุ่น 1-5x เหมาะกับงานโปรดักชันทั่วไปที่ต้องการความคล่องตัว เช่น การถ่ายอัญมณี นาฬิกา ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือแมลง รุ่น 5-10x เหมาะกับงานที่ต้องการขยายรายละเอียดขนาดเล็กมาก เช่น งานจิวเวลรีหรือภาพระดับไมโครสโคป
ทั้งสองรุ่นใช้แนวทางเดียวกันคือเปลี่ยนกำลังขยายภายในตัวเลนส์ รักษาโฟกัสด้วยระบบ Parfocal และรองรับการจัดชุดกล้องสำหรับงาน Macro ที่ต้องการกรอบภาพคงที่ ความแตกต่างหลักอยู่ที่ช่วงกำลังขยาย ระยะห่างจากวัตถุ และระบบแสง Coaxial ของรุ่น 5-10x
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- ระบบ Parfocal ช่วยรักษาโฟกัสระหว่างการเปลี่ยนกำลังขยาย จึงไม่ต้องตั้งโฟกัสใหม่ทุกครั้งเหมือนเลนส์ Macro ทั่วไป










