KODAK AZ653 คือกล้องบริดจ์ซูม 65 เท่าที่ Peter Fenech จาก Digital Camera World ลองแล้วพบว่าระยะเทียบเท่า 24–1560 มม. อยู่ในตัวเดียวจริง
แต่รายละเอียดเริ่มลดเมื่อใช้ ISO เหนือ 400 เซนเซอร์เป็นแบบ 1/2.3 นิ้ว ความละเอียดราว 20.68 ล้านพิกเซล
รองรับ JPEG และ RAW ในไทย BIG Camera ติดป้าย 15,990 บาท และเคยมีราคาพิเศษ 14,990 บาท
KODAK PIXPRO AZ653 ซูมไกลในแสงดี
จุดขายหลักของเลนส์คือครอบคลุมมุมกว้างถึงซูเปอร์เทเลโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ ผู้รีวิวระบุว่าในแสงดีภาพค่อนข้างดี และคมที่สุดบริเวณกลางเฟรม ความละเอียดลดตามขอบภาพและช่วงปลายซูม กริปทรงคล้าย DSLR จับถนัด แต่กลไกซูมทำงานค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับกล้องบริดจ์ที่เน้นล่าสัตว์เร็ว
ไฟล์ RAW เก็บรายละเอียดได้มากกว่า JPEG จากกล้อง ซึ่งช่วยดึงไฮไลต์และเงาได้บ้าง แต่ไม่แก้ข้อจำกัดของเซนเซอร์เล็กเมื่อดันความไวแสง เมื่อ ISO ข้าม 400 รายละเอียดเริ่มนุ่มชัดเจนตามที่รีวิวชี้ ผู้ที่หวังใช้เทเลยาวทั้งวันในป่าหรือในร่มจึงต้องคิดเรื่องแสงก่อนเรื่องระยะ
วิดีโอ Full HD และจุดที่ไม่ควรคาดหวัง
วิดีโอของ กล้องรุ่นนี้ สูงสุด Full HD 30fps ไม่มี 4K ตามสเปกอย่างเป็นทางการ AF มีอาการหลุดตอนถ่ายกลางแจ้งในบททดสอบ สรุปจากผู้รีวิวจึงเหมาะพกเที่ยวหรือถ่ายสัตว์ในแสงดี มากกว่างานวิดีโอและงานแสงน้อย น้ำหนักตัวกล้องราว 588 กรัม มีช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์และจอพับ 3 นิ้วตามเอกสารสินค้า
คู่เทียบในชั้นซูมไกลราคาสูงกว่า เช่น Nikon Coolpix P950 หรือ P1100 มีระยะยาวกว่าและมี 4K แต่แพงกว่าหลายเท่า กล้องรุ่นนี้ จึงอยู่ช่องคนอยากได้ระยะ 1560 มม. ในงบหมื่นกลางโดยยอมเซนเซอร์เล็กและวิดีโอ Full HD คนที่ต้องการไฟล์สะอาดที่ ISO สูงหรือคลิป 4K ควรดูกล้องเซนเซอร์ใหญ่กว่าแม้ซูมจะสั้นกว่า การพกตัวเดียวครบระยะยังเป็นข้อแลกที่ชัดสำหรับทริปที่ไม่ต้องการกระเป๋าเลนส์
จะเลือกซูม 65 เท่าในแสงดี หรือกล้องที่วิดีโอและ ISO สูงกว่าแม้ระยะจะสั้นกว่า?
ที่มา: Digital Camera World, BIG Camera
สเปกสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อ
ตัวกล้องใช้เซนเซอร์ BSI CMOS ขนาด 1/2.3 นิ้ว ความละเอียดใช้งาน 20.68 ล้านพิกเซล จับคู่เลนส์ซูมออปติคอล 65 เท่า ช่วงเทียบเท่า 24–1560 มม. รูรับแสงกว้างสุด F2.9–F6.7 และมีระบบกันสั่นแบบออปติคอล จึงครอบคลุมตั้งแต่มุมกว้างไปถึงวัตถุระยะไกลโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์
โหมดภาพนิ่งรองรับ JPEG, RAW และ RAW+JPEG
พร้อมการถ่ายต่อเนื่องประมาณ 5 ภาพต่อวินาที
ส่วนวิดีโอบันทึกได้สูงสุด Full HD 1920×1080 ที่ 30 เฟรมต่อวินาที และ HD 1280×720 ที่ 60 เฟรมต่อวินาที จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นระยะซูมมากกว่าวิดีโอ 4K
ด้านการใช้งานมีจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 460,000 จุด ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ แฟลชป๊อปอัป และระบบเชื่อมต่อไร้สายสำหรับควบคุมผ่าน iOS หรือ Android ตัวกล้องรองรับการ์ด SD, SDHC และ SDXC สูงสุด 1.5 TB โดยควรใช้การ์ด Class 10 หรือเร็วกว่า
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน LB-070 ให้จำนวนภาพประมาณ 400 ภาพตามมาตรฐาน CIPA และบันทึกวิดีโอ Full HD ได้ราว 90 นาที น้ำหนักตัวกล้องประมาณ 588 กรัม ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาขนาดเซนเซอร์ ความต้องการวิดีโอ และน้ำหนักเมื่อต้องพกพาร่วมกับกระเป๋าหรือขาตั้ง
อ่านต่อ: ข่าวกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ
ระบบโฟกัสมีทั้ง Single AF, Continuous AF, Object Tracking และ Manual Focus พร้อมพื้นที่โฟกัสแบบจุดเดียว 25 จุด ตรวจจับใบหน้า และเลือกตำแหน่งเอง ผู้ใช้ยังเลือกการวัดแสงแบบ AiAE, เฉลี่ยหนักกลาง หรือ Spot ได้ตามสถานการณ์ รวมถึงชดเชยแสง ±3 EV
กล้องมีโหมด Program, Shutter Priority, Aperture Priority และ Manual ความเร็วชัตเตอร์ตั้งแต่ 1/2000 วินาทีถึง 30 วินาที ค่า ISO ปรับได้สูงสุด 3200 นอกจากนี้ยังมีมาโครระยะใกล้ 1 ซม. พาโนรามา 360 องศา HDR และโหมดฉากสำเร็จรูปหลายแบบสำหรับผู้เริ่มต้น










