📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

ไมโครโฟน Dynamic และ Condenser ต่างกันยังไง และข้อควรระวังในการเลือกนำมาใช้

Dynamic vs Condenser มีหลักการรับเสียงและลักษณะการใช้งานต่างกัน. การเลือกควรดูแหล่งเสียงและสภาพแวดล้อม. ไมโครโฟนแต่ละประเภทตอบสนองต่อเสียงไม่เหมือนกัน. ผู้ใช้ควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก่อนใช้งาน. ควรคำนึงถึงเสียงรบกวนในพื้นที่ด้วย. การเข้าใจความแตกต่างช่วยให้เลือกไมโครโฟนได้เหมาะกับงาน. อ่านพื้นฐานด้านเสียงเพิ่มเติมได้ที่ lnwGadget และดูข้อมูลจาก Shure.

Dynamic vs Condenser ต่างกันอย่างไร

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกไมโครโฟน

  • ตรวจสอบประเภทแหล่งเสียง.
  • พิจารณาระดับเสียงรบกวนในพื้นที่.
  • ดูระยะห่างระหว่างไมโครโฟนกับผู้พูด.
  • ตรวจสอบช่องเชื่อมต่อของอุปกรณ์.
  • ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟที่จำเป็น.
  • ตั้งค่า Gain ให้เหมาะกับระดับเสียง.
  • ทดลองตำแหน่งวางไมโครโฟนก่อนบันทึก.
  • ฟังเสียงทดสอบผ่านหูฟัง.
  • หลีกเลี่ยงการวางใกล้แหล่งสั่นสะเทือน.
  • เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสถานที่ใช้งาน.

ไมโครโฟน Dynamic และ ไมโครโฟน Condenser ต่างกันยังไง และข้อควรระวังในการเลือกนำมาใช้ ไมโครโฟนที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ ไมโครโฟน Dynamic และ ไมโครโฟน Condenser ซึ่งหลักการทำงานของไมโครโฟนที่สองประเภทจะแตกต่างกัน ซึ่งทำให้การใช้งานเฉพาะด้านมีความแตกต่างกันไปด้วย เรามาดูกันว่า มีความแตกต่างกันยังไงและข้อระวังในการเลือกนำมาใช้มีอะไรกันบ้าง  การเปรียบเทียบ Dynamic vs Condenser ช่วยให้เห็นแนวทางการเลือกใช้งานชัดเจนขึ้น

นักร้องชายกำลังร้องเพลงผ่านไมโครโฟนบนเวที
Image source :https://www.maono.com/
ผู้หญิงสวมหูฟังกำลังบันทึกเสียงและปรับอุปกรณ์มิกซ์เสียง

ไมโครโฟน Dynamic และ Condenser ต่างกันยังไง และข้อควรระวังในการเลือกนำมาใช้

ไมโครโฟน Dynamic และ Condenser ต่างกันยังไง

1. กลไกการทำงานการบันทึกเสียง ไมโครโฟน Dynamic จะรับคลื่นเสียงและเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าด้วยการกระแทกของคลื่นเสียงขยับขดลวดผ่านสนามแม่เหล็ก และไมโครโฟน Condenser จะมีไดอะแฟรมที่เป็นแผ่นโลหะบางที่ไวต่อการกระทบ จะขยับและเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟฟ้าทันที แม้จะมีการกระทบที่เบามากก็ตาม
2. ความไวต่อเสียง การรับสัญญาณเสียง เนึ่งจากกลไกที่ทำงานทำให้ความไวในการรับเสียง ตอบสนองต่อเสียงต่างกัน ไมโครโฟน Condenser จะตอบสนองต่อเสียงในย่านเสียงที่กว้างและรับสัญญาณเสียงได้อย่างรวดเร็วแลแะแม่นยำมากกว่า ไมโครโฟน Dynamic หัวใจของ Dynamic vs Condenser คือการพิจารณาความแตกต่างให้เหมาะกับงาน

ไมโครโฟน Dynamic สามารถรับแรงกระแทกของเสียงได้ดี

การทำงานของ ไมโครโฟนไดนามิค เกิดจากการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงสร้างการเคลื่อนไหวของขดลวดผ่านสนามแม่เหล็ก จึงเกิดสัญญาณไฟฟ้าของคลื่นเสียง เพื่อใช้ในการบันทึกเสียง ซึ่งข้อดีของกลไกในลักษณะที่คือ สามารถรับแรงกระแทกของเสียงได้มากกว่า จึงใช้รับเสียงของเครื่องดนตรีที่มีแรงกระแทกเสียง เช่นเครื่องตี หรือกีตาร์เบส และทำงานร่วมกับเครื่องขายเสียง เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์มากขึ้น 

นักร้องชายกำลังร้องเพลงผ่านไมโครโฟนแบบมีสาย
Image source :https://www.maono.com/

ไมโครโฟน Dynamic เหมาะสำหรับการทำงานกลางแจ้งลดเสียงรบกวนได้ดี

เนื่องจากการรับเสียงต้องได้รับแรงกระทบค่อนข้างสูง เวลาใช้งานจึงต้องให้ไมค์อยู่ใกล้กับปากหรือจ่อเข้าที่เครื่องดนตรี แหล่งกำเนิดเสียง เพื่อให้รับเสียงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมีข้อดีคือ ลดเสียงรบกวนได้ดีเพราะ ไมโครโฟน ชนิดนี้มีความไวต่อการรับเสียงค่อนข้างต่ำนั่นเองครับ ดังนั้นจึงเหมาะกับงานนนอกสตูดิโอ งานกลางแจ้ง งานคอนเสิร์ต 

ผู้หญิงสามคนร้องเพลงและเต้นบนเวที
Image source :https://www.maono.com/

ไมโครโฟน Condenser มีความไวต่อเสียงสูงเก็บเสียงได้ถึงแม้จะเกิดเสียงเพียงเล็กน้อย

เนื่องจากกลไกการรับเสียงของ ไมโครโฟน เป็นแผ่นโลหะบางที่ไวต่อการกระทบ โดยแผ่นโลหะจะต้องมีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงไว้เสมอ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีแรงมากระทบ (อาจจะเป็นเสียงที่เกิดจากการพูด การเคาะ การหายใจ หรือแม้แต่การขยับเบา ๆ ) จะเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นตัวแผ่นโลหะจะสร้างคลื่นสัญญาณเสียงทันที 

ไมโครโฟนสีดำติดตั้งบนตัวยึดกันสะเทือน
Image source :https://www.maono.com/

ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับการบันทึกเสียงที่เครื่องดนตรี เสียงพูด และที่ใช้กันอย่างมากมายในปัจจุบันก็คือการใช้เพื่อบันทึกเสียงแบบ ASMR ทั้งเสียงขยับ เสียงการเคี้ยว การกลืน แม้กระทั่งเสียงหายใจเบา ๆ ไมค์ก็สามารถรับเสียงได้อย่างชัดเจน 

ไมโครโฟน Condenser เหมาะสำหรับการเก็บเสียงรอบด้าน และ Sound Effect 

ไมโครโฟน Condenser เป็นไมค์ที่เห็นเสียงได้ละเอียดทั้งเสียงต่ำไปจนถึงเสียงสูง จึงสามารถเก็บเสียงได้อย่างครบถ้วน ถึงแม้จะเป็นเสียงที่หูมนุษย์แทบจะไม่ได้ยิน สามารถใช้เป็น ไมโครโฟน ที่ใช้เป็นเสียงร้อง เสียงเครื่องดนตรีถ้าไม่ต้องการเสียงรบกวนมากควรใช้งานในสตูดิโอ  เช่นงานสัมภาษณ์ Podcasting การบันทึกเสียงร้อง cover เพลง เล่นดนตรี กีตาร์ เปียโน

ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์พร้อมกราฟการตอบสนองความถี่และรูปแบบการรับเสียง
Image source :https://www.maono.com/

เนื่องจากการรับเสียงได้ดีมากการทำงานในสตูดิโอสามารถควบคุมปัจจัยเรื่องเสียงได้มากกว่า ซึ่งถ้าใช้งานด้านนอกสตูดิโอจะได้เสียงบรรยากาศรอบด้านเข้ามาด้วย 

ไมโครโฟน Condenser มักจะเกิดการกระแทกเสียงจึงต้องมีอุปกรณ์ที่ลดการกระแทกของเสียง 

ไมค์ชนิดคอนเดนเซอร์ จะมีความไวต่อเสียงสูงมาก เสียงที่ดังมากกว่าปกติเล็กน้อยหรือการกระแทกเสียง จะทำให้เกิดก้อนของเสียงกระแทกลงไปบน ไมโครโฟน จึงเกิดเสียง “ป๊อบ”ขึ้น ซึ่งเสียง/พ/ /ป/ /ต/ /ท/ มักจะให้ลมและการกระแทกค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันการเกิดเสียงกระแทก (Pop Filter) เพื่อช่วยให้เสียงที่ได้ยินไม่ถูกรบกวนจากเสียงลมกระแทกเวลาพูดนั่นเองครับ 

ไมโครโฟนติดป๊อปฟิลเตอร์สำหรับบันทึกเสียงกีตาร์ผ่านวิดีโอคอล

สนใจเลือกซื้อ ไมโครโฟน หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการใช้งานติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Lnwgadget ได้เลยครับ

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

แนวทางทดสอบก่อนใช้งานจริง

  • พูดหรือเล่นเสียงในระดับที่ใช้จริง.
  • ตั้ง Gain โดยไม่ให้สัญญาณดังเกินไป.
  • ฟังเสียงรบกวนจากห้องก่อนบันทึก.
  • ลองขยับไมโครโฟนเข้าใกล้แหล่งเสียง.
  • ทดลองเปลี่ยนมุมรับเสียงทีละเล็กน้อย.
  • ตรวจสอบเสียงลมและเสียงกระแทก.
  • ใช้ขาตั้งเพื่อลดเสียงจากการจับถือ.
  • ตรวจสอบสายสัญญาณให้แน่นหนา.
  • บันทึกเสียงทดสอบก่อนเริ่มงานจริง.
  • เปรียบเทียบไฟล์ด้วยระดับเสียงใกล้เคียงกัน.
  • เลือกตัวที่ให้เสียงเหมาะกับงานมากกว่า.
  • เก็บไมโครโฟนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม.

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • Dynamic vs Condenser มีหลักการรับเสียงและลักษณะการใช้งานต่างกัน.
  • ไมโครโฟนแต่ละประเภทตอบสนองต่อเสียงไม่เหมือนกัน.
  • ผู้ใช้ควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก่อนใช้งาน.
Prev
5 ไอเดียใช้ Nanlite Pavotube II 6C แต่งสตูดิโอให้สวยและน่าสนใจ

5 ไอเดียใช้ Nanlite Pavotube II 6C แต่งสตูดิโอให้สวยและน่าสนใจ

Next
5 เหตุผลที่อยากแนะนำให้คนถ่ายวิดีโอใช้รางสไลด์ ZEAPON Micro 2

5 เหตุผลที่อยากแนะนำให้คนถ่ายวิดีโอใช้รางสไลด์ ZEAPON Micro 2

You May Also Like