Adobe ปล่อยอัพเดต Frame.io Firefly integration ที่ทำให้ดึงไฟล์งานจาก Frame.io เข้าไปใช้ในเครื่องมือ AI อย่าง Firefly ได้โดยตรง โดยเป็นหนึ่งใน 4 อัพเดตที่ปล่อยพร้อมกันในเดือนเดียว ทั้งการรองรับภาษาญี่ปุ่น การเข้าใช้งานแบบ zero-click ใน Premiere และชุด SDK ใหม่สำหรับนักพัฒนา ถือเป็นการปิดจ็อบ developer story ของ Frame.io เวอร์ชัน 4 อย่างเป็นทางการ
Frame.io Firefly integration ทำงานยังไง
ผู้ใช้สามารถเปิด เรียกดู และบันทึก asset จาก Frame.io ได้ตรงในแอป Firefly ทั้งโหมด Text-to-Image และ Text-to-Video โดยไม่ต้องสลับแอปไปมา สิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ใช้ร่วมกันข้ามสองเครื่องมือ ทำให้ทีมที่ทำงานกับ generative AI ส่งต่องานได้ลื่นขึ้น เพราะไม่ต้องดาวน์โหลดไฟล์ออกมาแล้วอัปกลับเข้าไปใหม่ทุกครั้ง ลดขั้นตอนที่เสียเวลาในงานจริงไปได้พอสมควร
zero-click sign-in และภาษาญี่ปุ่น
ผู้ใช้ Creative Cloud ที่เข้าเงื่อนไขจะถูก login เข้า Frame.io โดยอัตโนมัติเมื่อเปิด panel ในโปรแกรม Premiere จึงไม่ต้อง sign-in ซ้ำทุกครั้งที่อัปเกรดเวอร์ชัน ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้แล้วใน Premiere Beta และจะเข้าสู่เวอร์ชันเต็ม 26.3 เร็วๆ นี้ นอกจากนี้ Frame.io ยังเพิ่มภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแรกที่ไม่ใช่อังกฤษ ผู้ใช้ตั้งเป็นภาษาหลักและพิมพ์ผ่าน IME ได้ทั้งบน Web และ iOS ส่วน reviewer ที่ตั้งค่า browser เป็นภาษาญี่ปุ่นก็จะเห็นหน้าคอมเมนต์เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย และใช้ได้ทุกแพ็กเกจ
SDK ใหม่สำหรับนักพัฒนา
เดิมทีการต่อยอดบน Frame.io เวอร์ชัน 4 นักพัฒนาต้องเขียนโค้ดจัดการเรื่องการแบ่งไฟล์ การทำงานหลายเธรด การ retry และการยืนยันตัวตนเอง รอบนี้ Frame.io อัพเดตทั้ง Python และ TypeScript SDK โดย Python SDK อัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ได้ด้วยคำสั่งเดียว พร้อมการทำงานแบบขนาน การ retry อัตโนมัติ และ log แสดงความคืบหน้า ส่วน TypeScript SDK มีโมดูล OAuth 2.0 ครบ รองรับการยืนยันตัวตน 4 รูปแบบ ดาวน์โหลดได้จาก PyPI และ npm ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า Adobe กำลังดัน Frame.io ให้เป็นศูนย์กลางงาน post มากขึ้นเรื่อยๆ
คุณใช้ Frame.io ในขั้นตอนไหนของงานตัดต่อบ้าง
ที่มา: RedShark News, Frame.io