
บทความนี้พาไปรู้จัก Dji Osmo Mobile 3 ให้มากขึ้น เปิดตัวกันได้ไม่นานสำหรับกิมบอลกันสั่น Osmo mobile 3 นี้ ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชั่นครบครันมากกว่ารุ่นเก่า แต่ทาง DJI ได้ทำเจ้าตัว Osmo Mobile 3 มา 2 ชุดด้วยกัน คือชุด Single และ Combo แล้วสองชุดนี้แตกต่างกันยังไง เรามาดูกันเลยคร้าบบ
[su_youtube url=”https://www.youtube.com/watch?v=jOdQXC71XBw” width=”900″]
สรุป
ด้วยราคาที่ทำออกมาสำหรับตัว Single และ Combo ต่างกันแค่ 600.- บาท ทำให้เจ้าตัว Combo ที่ได้ของแถมเพิ่มมาคือ Tripod ขาตั้ง 3 ขา และ เคสกระเป๋าเพิ่ม ทำให้ดูน่าสนใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น เก็บตังรอซื้อกันได้เบยยย
Dji Osmo Mobile 3 ชุด Single และ Combo ได้อะไรเหมือนกันบ้าง
ตอนเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2019 DJI ระบุว่าชุด Single มาพร้อมตัวกิมบอล Osmo Mobile 3 สายคล้องข้อมือ ถุงเก็บ และแผ่นกันลื่น ส่วนชุด Combo ได้ทุกอย่างของชุด Single และเพิ่มขาตั้งแบบด้ามจับ (Osmo Grip Tripod) กับกระเป๋าใส่ (Osmo Carrying Case) ตัวกิมบอลในทั้งสองชุดเป็นตัวเดียวกัน สเปกและฟังก์ชันจึงเหมือนกันทุกอย่าง
- น้ำหนัก 405 กรัม พับเก็บแล้วเหลือขนาด 157 x 130 x 46 มม.
- รองรับมือถือหน้ากว้าง 62 ถึง 88 มม. หนาไม่เกิน 9.5 มม. และหนักราว 200 กรัม (บวกลบ 30 กรัม)
- แบตเตอรี่ในตัว 2,450 mAh ใช้งานได้ราว 15 ชั่วโมงเมื่อถ่วงสมดุลมือถือดีแล้ว ชาร์จเต็มราว 2.5 ชั่วโมง และจ่ายไฟชาร์จมือถือผ่านช่อง USB ได้ราว 1 แอมป์
- เชื่อมต่อมือถือผ่าน Bluetooth Low Energy 5.0 และใช้งานกับแอป DJI Mimo
ฟังก์ชันเด่นที่ใช้ผ่านแอป DJI Mimo ได้แก่ ระบบติดตามตัวแบบ ActiveTrack 3.0 การสั่งถ่ายด้วยท่ามือ (Gesture Control) ที่จดจำท่าแบมือและชูสองนิ้วได้ โหมด Sport ที่ตอบสนองเร็วขึ้นสำหรับฉากเคลื่อนไหวเร็ว โหมด Story ที่มีเทมเพลตให้เลือก 13 แบบ และถ่ายพาโนรามาได้ 2 แบบ คือ 180 องศา และ 3×3 ส่วนการสลับแนวตั้งกับแนวนอนทำได้โดยกดปุ่ม M สองครั้ง
ขาตั้งในชุด Combo มีประโยชน์ชัดเจนกับการถ่าย Timelapse ซึ่ง DJI ระบุว่าเหมาะกับการตั้งกิมบอลไว้บนขาตั้งหรือฐานเพื่อถ่ายจากจุดเดิม รวมถึง Motionlapse ที่ตั้งจุดเคลื่อนกล้องได้สูงสุด 4 จุด










