เทียบสเปคไฟสตูดิโอ Nanlite เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระดับมืออาชีพ ไฟสตูดิโอที่มือใหม่มักจะมองข้าม มือใหม่ที่มีสตูดิโอถ่ายภาพ หรือสตูดิโอเพื่อทำชาแนล ทำงานไลฟ์แล้ว ความสว่างในสตูดิโอที่อาจจะใช้แสงจากหน้าต่างเป็นหลักแล้วก็ยังมีไฟสตูดิโอที่ช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง และเพื่อการตกแต่งอีกด้วย

สั่งซื้อและเป็นเจ้าของไฟสตูดิโอ Nanlite ได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการขาย
อ่านชื่อรุ่นไฟสตูดิโอ Nanlite ให้เข้าใจ พร้อมสเปกตัวอย่างจากผู้ผลิต
ไฟ Nanlite ในตารางแบ่งเป็นหลายซีรีส์ เช่น Forza และ FS ที่เป็นไฟหัวเดี่ยวทรงสปอตไลต์ (Monolight) Compac และ MixPad ที่เป็นไฟแผง (Panel) และ PavoTube ที่เป็นไฟหลอดยาว ตัวอักษรท้ายชื่อรุ่นช่วยบอกชนิดแสงได้ เช่น Forza 60 II ให้แสงสีขาวกลางวันคงที่ 5600K ส่วน Forza 60B II ที่มีตัว B ปรับอุณหภูมิสี (CCT) ได้ตั้งแต่ 2700K ถึง 6500K ทั้งสองรุ่นใช้กำลังไฟเท่ากันที่ 72W ตามหน้าข้อมูลของ Nanlite
- Forza 60 II: กำลังไฟ 72W ค่าความเที่ยงตรงของสี (CRI) 95 และ TLCI 98 ความสว่าง 17,620 ลักซ์ที่ระยะ 1 เมตรเมื่อใส่รีเฟลกเตอร์ ตัวไฟหนัก 0.84 กก. ใช้ไฟบ้านหรือแบตเตอรี่ผ่านด้ามจับแบต (Battery Grip) ได้
- Forza 300 II: กำลังไฟ 350W ความสว่าง 69,400 ลักซ์ที่ 1 เมตรเมื่อใส่รีเฟลกเตอร์ หรี่ไฟได้ละเอียดทีละ 1%
- Forza 500 II: กำลังไฟ 560W CRI 96 และ TLCI 97 หรี่ไฟได้ละเอียดทีละ 0.1%
- PavoTube II 15C และ 30C: กำลังไฟ 30W และ 60W ปรับอุณหภูมิสีได้ 2700K ถึง 7500K ค่า CRI เฉลี่ย 97 และ TLCI เฉลี่ย 98 มีเอฟเฟกต์ไล่เฉดสี (Hue) และเอฟเฟกต์จำลองแสงแบบต่างๆ
ค่า CRI และ TLCI เป็นตัวเลขที่บอกว่าไฟให้สีของวัตถุใกล้เคียงแสงธรรมชาติแค่ไหน ยิ่งใกล้ 100 ยิ่งดี ซึ่งรุ่นที่ยกมาข้างต้นอยู่ระดับ 95 ขึ้นไปทั้งหมด อีกจุดที่ใช้ร่วมกันคือการควบคุม Nanlite ระบุว่ารุ่นเหล่านี้สั่งงานได้ทั้งปุ่มบนตัวไฟ รีโมต แอป NANLINK และระบบ DMX/RDM สำหรับงานที่ต้องคุมไฟหลายดวงพร้อมกัน
สำหรับ Forza 60 II และ 60B II ผู้ผลิตยังระบุว่าพัดลมระบายความร้อนเสียงเบาลงเหลือประมาณ 20dBA และปิดพัดลมได้ แต่ความสว่างสูงสุดจะลดเหลือ 30% เมื่อปิดพัดลม และในกล่องมีตัวแปลงเมาท์ Bowens ให้ใช้กับซอฟต์บ็อกซ์และอุปกรณ์ปรับแสงเมาท์ Bowens ได้










