มาตรฐานการ์ดความเร็วสูงในตลาดมีหลายแบบจนชวนสับสน โดยเฉพาะสามชื่อที่ได้ยินบ่อยคือ CFast, CFexpress และ SD หลายคนเข้าใจว่ามันใช้แทนกันได้ถ้าความเร็วใกล้กัน แต่ความจริงทั้งสามเป็นมาตรฐานคนละแบบที่ใช้กับกล้องคนละกลุ่ม การเลือกผิดมาตรฐานคือใส่กล้องไม่ได้เลย ผมอยากชวนมาเทียบให้เห็นภาพว่าทั้งสามต่างกันตรงไหน เพื่อให้เราเลือกการ์ดให้ตรงกับระบบที่กล้องของเรารองรับ ไม่ใช่เลือกจากความเร็วอย่างเดียว
ต่างกันที่พื้นฐานเทคโนโลยี
เริ่มจากพื้นฐานเทคโนโลยี SD เป็นมาตรฐานที่ใช้กว้างขวางที่สุดในกล้องทั่วไปและรุ่นกลาง มีเพดานความเร็วที่เพียงพอกับงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะรุ่น UHS-II ส่วน CFast ทำงานบนพื้นฐาน SATA มีเพดานความเร็วสูงกว่า SD และใช้ในกล้องซีเนม่าบางรุ่น ขณะที่ CFexpress เป็นมาตรฐานรุ่นใหม่กว่าที่ใช้พื้นฐาน PCIe ซึ่งให้เพดานความเร็วสูงที่สุดในสามแบบนี้ และยังแยกย่อยเป็น Type A กับ Type B ตามขนาดและจำนวนเลน ความต่างของพื้นฐานเทคโนโลยีนี้คือเหตุผลที่ความเร็วและการใช้งานของแต่ละแบบต่างกัน
สิ่งที่ต้องดูก่อนไม่ใช่ความเร็ว
จุดที่สำคัญที่สุดในการเลือกไม่ใช่ว่าตัวไหนเร็วที่สุด แต่คือกล้องของเรารองรับมาตรฐานไหน เพราะช่องใส่การ์ดถูกออกแบบมาเฉพาะแบบ กล้องที่ใช้ CFast ก็ใส่ CFexpress หรือ SD ไม่ได้ และในทางกลับกันก็เช่นกัน เช่นกล้องมิเรอร์เลสของ Sony ใช้ CFexpress Type A และ SD ขณะที่กล้องซีเนม่าบางรุ่นอย่าง RED KOMODO ใช้ CFast เพราะฉะนั้นก่อนเลือกการ์ด ต้องรู้ก่อนว่ากล้องเรากินมาตรฐานไหน แล้วจึงเลือกการ์ดในมาตรฐานนั้น การดูความเร็วมาก่อนระบบคือลำดับที่ผิด
เมื่อรู้ระบบแล้วค่อยเลือกการ์ดที่ดี
เมื่อรู้ว่ากล้องใช้มาตรฐานไหนแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือกการ์ดที่ดีในมาตรฐานนั้น โดยดูการรับรองที่ตรงกับงาน เช่นการ์ดวิดีโอดูการรับรอง VPG และการ์ดสำหรับกล้องเฉพาะระบบดูว่าได้รับการรับรองกับกล้องนั้นไหม แบรนด์ที่ทำการ์ดครอบคลุมหลายมาตรฐานสำหรับงานโปรอย่าง Exascend มีทั้งสาย CFexpress สำหรับกล้องมิเรอร์เลสและสาย CFast อย่าง Archon สำหรับกล้องซีเนม่าบางรุ่น ทำให้ไม่ว่ากล้องเราอยู่ระบบไหนก็มีตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อระบบนั้นโดยเฉพาะ
สรุป
สิ่งที่อยากให้จำคือ CFast, CFexpress และ SD เป็นมาตรฐานคนละแบบบนพื้นฐานเทคโนโลยีต่างกัน SD ใช้ทั่วไป CFast พื้นฐาน SATA ใช้ในซีเนม่าบางรุ่น และ CFexpress พื้นฐาน PCIe ให้เพดานสูงสุด สิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกไม่ใช่ความเร็ว แต่คือกล้องเรารองรับมาตรฐานไหน แล้วจึงเลือกการ์ดที่ดีในมาตรฐานนั้นโดยดูการรับรองที่ตรงงาน แบรนด์ที่มีการ์ดครบหลายมาตรฐานอย่างค่ายสายโปรช่วยให้เราหาตัวที่ตรงระบบได้ง่าย เลือกให้ถูกระบบก่อน แล้วเรื่องความเร็วค่อยตามมา