Cinetreak C2 Lite และ C2S Lite สวิตเชอร์ไลฟ์หลายกล้องรุ่นเล็กเพิ่งเปิดตัว จุดเด่นคือจอ 5.5 นิ้วกับ T-bar ในตัว และส่งไลฟ์ขึ้น RTMP ได้ 2 ปลายทางพร้อมกัน ส่วน C2 Lite ราคา ยังไม่ประกาศ ทั้งราคาต่างประเทศและราคาไทยยังไม่ประกาศ
C2 Lite ราคา และความต่างของ 2 รุ่น
ทั้งสองรุ่นหน้าตาและปุ่มเหมือนกัน ต่างกันที่ช่องต่อกล้อง C2 Lite รับกล้องทาง HDMI ส่วน C2S Lite รับได้ทั้ง SDI และ HDMI เหมาะกับงานที่ใช้กล้องโปรดักชันหรือต้องเดินสายไกล ใครใช้กล้อง mirrorless หรือกล้องวิดีโอทั่วไปที่ออก HDMI อยู่แล้ว รุ่น HDMI ก็พอ ส่วนงานที่มีกล้องวางห่างจากโต๊ะคุมหลายสิบเมตร เช่น หอประชุมหรือโบสถ์ รุ่น SDI จะจัดสายง่ายกว่า
ฟีเจอร์หลักสำหรับงานไลฟ์
ตัวเครื่องมีจอ 5.5 นิ้วไว้ดูภาพทุกกล้องและภาพที่กำลังออกอากาศ แล้วโยก T-bar สลับด้วยมือได้เลย ส่งภาพชุดเดียวกันขึ้น RTMP ได้ 2 ปลายทางพร้อมกัน เช่น Facebook กับ YouTube และอัดงานที่ตัดเสร็จเก็บเป็น Full HD ได้ด้วย
นอกจากสลับกล้องแล้ว ยังทำภาพซ้อน (PiP) ได้ มี chroma key กับ luma key ไว้เจาะฉากเขียวหรือใส่กราฟิก คุมกล้อง PTZ ที่รองรับได้จากตัวเครื่อง และสลับโหมดไลฟ์แนวนอนหรือแนวตั้งได้ Cinetreak วางไว้ใช้กับงานอีเวนต์ โบสถ์ งานสอน และสตูดิโอ
เทียบกับ C2 และ C2S ตัวเดิม
Cinetreak ยังไม่บอกว่ารุ่น Lite ต่างจากตัวเดิมตรงไหน ที่ต้องจับตาคือจำนวนช่องต่อกล้อง เพราะตามหน้าสินค้าของ B&H ตัว C2 เดิมรับ HDMI 4 ช่อง ส่วน C2S รับ HDMI 4 กับ SDI 4 ช่อง และรองรับการคุมจากมือถือหรือคอมผ่าน IP ถ้าประกาศ C2 Lite ราคา ออกมาเมื่อไหร่ จะเห็นชัดว่าคุ้มกว่าตัวเดิมแค่ไหน สำหรับทีมเล็กที่ต้องไลฟ์คนเดียว การมีจอ ปุ่ม และ T-bar อยู่บนเครื่องเดียวช่วยให้ไม่ต้องสลับไปดูหน้าจอคอม
งานไลฟ์ที่ทำอยู่ ต่อกล้องทาง HDMI หรือ SDI?
เลือก C2 Lite หรือ C2S Lite จากชนิดสัญญาณ
ทีมที่ใช้กล้อง mirrorless หรือกล้องวิดีโอซึ่งส่งภาพผ่าน HDMI เป็นหลัก สามารถเริ่มพิจารณารุ่น C2 Lite ได้ เพราะรูปแบบการเชื่อมต่อตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่
หากระบบใช้กล้องโปรดักชันหรือจำเป็นต้องเดินสายเป็นระยะไกล รุ่น C2S Lite ที่รองรับทั้ง SDI และ HDMI จะยืดหยุ่นกว่า การเลือกควรเริ่มจากช่องส่งสัญญาณของกล้องทุกตัวในชุด
ก่อนซื้อควรนับจำนวนกล้องที่ต้องต่อพร้อมกันและเปรียบเทียบกับจำนวนอินพุตของรุ่น Lite เมื่อ Cinetreak ประกาศรายละเอียดฉบับเต็ม เพราะข้อมูลเปิดตัวยังไม่ระบุความต่างทั้งหมดจาก C2 และ C2S รุ่นเดิม
วางระบบไลฟ์ให้ทำงานได้คล่อง
จอ 5.5 นิ้วช่วยให้ผู้ควบคุมเห็นภาพจากกล้องและภาพที่กำลังออกอากาศในอุปกรณ์เดียว ลดการสลับสายตาระหว่างสวิตเชอร์กับหน้าจอแยก
T-bar เหมาะกับการเปลี่ยนภาพแบบควบคุมจังหวะด้วยมือ ส่วนปุ่มบนตัวเครื่องช่วยให้เลือกกล้องได้รวดเร็ว รูปแบบนี้มีประโยชน์กับทีมขนาดเล็กที่ผู้ควบคุมต้องทำหลายหน้าที่
การส่ง RTMP ไปสองปลายทางพร้อมกันช่วยลดขั้นตอนเมื่อต้องไลฟ์บนสองแพลตฟอร์ม เช่น Facebook และ YouTube อย่างไรก็ตาม ควรเตรียมความเร็วอัปโหลดให้รองรับสตรีมทั้งหมด
ระบบบันทึก Full HD ทำให้มีไฟล์รายการที่ตัดเสร็จแล้วเก็บไว้ใช้ภายหลัง ก่อนเริ่มงานควรตรวจสื่อบันทึก พื้นที่ว่าง และรูปแบบไฟล์ที่โครงการต้องการ
ฟีเจอร์เสริมที่ควรทดลองก่อนออกงาน
ภาพซ้อนหรือ PiP เหมาะกับการวางภาพวิทยากรคู่กับสไลด์ ขณะที่ chroma key และ luma key ช่วยนำฉากเขียวหรือกราฟิกเข้ามาใช้ในรายการ
งานที่มีกล้อง PTZ ควรตรวจรุ่นกล้องและวิธีเชื่อมต่อที่รองรับ การสั่งกล้องจากโต๊ะควบคุมช่วยลดจำนวนผู้ปฏิบัติงาน แต่ต้องทดสอบตำแหน่งกล้องล่วงหน้า
โหมดแนวนอนและแนวตั้งทำให้สวิตเชอร์รองรับทั้งวิดีโอทั่วไปและคอนเทนต์มือถือ ทีมงานควรกำหนดสัดส่วนภาพตั้งแต่ก่อนจัดกราฟิกและวางตำแหน่งกล้อง
เรื่องราคาที่ยังต้องรอประกาศ
ตอนนี้ผู้ผลิตยังไม่ประกาศราคาต่างประเทศและราคาไทยของทั้งสองรุ่น จึงยังเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับรุ่นเดิมไม่ได้อย่างครบถ้วน
เมื่อตัวเลขทางการออกมา ควรเทียบทั้งราคา จำนวนช่องอินพุต ประเภทพอร์ต การควบคุมผ่านเครือข่าย และอุปกรณ์ที่ให้มาในชุด ไม่ควรตัดสินจากราคาตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว
ติดตามราคาและข่าวอุปกรณ์ไลฟ์รุ่นใหม่เพิ่มเติมได้จากหน้า lnwGadget โดยบทความนี้จะยึดข้อมูลที่ประกาศอย่างเป็นทางการเป็นหลัก










