📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

มือใหม่ควรเริ่มต้นกับฟิลเตอร์แบบไหนก่อน UV / CPL / ND

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพหรือวิดีโอ อุปกรณ์เสริมชิ้นแรก ๆ ที่มักเจอคือ “ฟิลเตอร์หน้าเลนส์” ซึ่งหลัก ๆ ที่ได้ยินบ่อยจะมี 3 แบบคือ UV Filter, CPL Filter และ ND Filter

แต่คำถามคือ มือใหม่ควรเริ่มจากตัวไหนก่อน? จำเป็นต้องซื้อทุกตัวไหม? แล้วแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เลือกฟิลเตอร์ตัวแรกได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้นครับ

1. UV Filter เหมาะกับคนที่อยากปกป้องหน้าเลนส์

UV Filter เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อลดแสง UV แต่ในกล้องดิจิทัลยุคปัจจุบัน บทบาทหลักของ UV Filter คือการใช้เป็น “ฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์”

เหมาะกับมือใหม่ที่อยากป้องกัน

  • ฝุ่น
  • รอยนิ้วมือ
  • ละอองน้ำ
  • รอยขีดข่วนเล็ก ๆ
  • ความเสี่ยงจากการใช้งานนอกสถานที่

ข้อดีของ UV Filter คือใส่ติดหน้าเลนส์ไว้ได้ตลอดเวลา ใช้งานง่าย ไม่ต้องปรับอะไร เหมาะกับคนที่เพิ่งซื้อเลนส์ใหม่ และอยากเพิ่มความสบายใจเวลาใช้งาน

แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าใช้ UV Filter คุณภาพต่ำ อาจทำให้ภาพหม่นลง เกิดแฟลร์ง่าย หรือความคมลดลงได้ ดังนั้นถ้าจะใช้ UV Filter ควรเลือกตัวที่คุณภาพดีพอสมควร เพราะมันอยู่หน้าเลนส์ตลอดเวลา

2. CPL Filter เหมาะกับคนที่ถ่ายภาพท่องเที่ยว วิว ท้องฟ้า น้ำ และกระจก

CPL Filter หรือ Circular Polarizer เป็นฟิลเตอร์ที่ช่วยจัดการแสงสะท้อน และทำให้สีบางอย่างดูเข้มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

CPL เหมาะมากกับการถ่าย

  • ท้องฟ้าให้ดูเข้มขึ้น
  • น้ำทะเล น้ำตก หรือผิวน้ำ ให้ลดแสงสะท้อน
  • กระจก หน้าต่าง รถยนต์ หรือพื้นผิวมันวาว
  • ภาพวิวและ Landscape
  • ภาพท่องเที่ยวกลางแจ้ง

ข้อดีของ CPL คือทำให้ภาพดูดีขึ้นตั้งแต่ตอนถ่าย โดยเฉพาะเวลาถ่ายวิว ท้องฟ้า หรือผิวน้ำ ภาพจะดูมีมิติมากขึ้น สีดูแน่นขึ้น และลดแสงสะท้อนที่แก้ในโปรแกรมได้ยาก

แต่ CPL ต้องหมุนปรับองศาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และจะมีการลดแสงลงเล็กน้อย จึงควรใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

3. ND Filter เหมาะกับคนถ่ายวิดีโอ หรืออยากถ่ายภาพแบบ Long Exposure

ND Filter หรือ Neutral Density Filter คือฟิลเตอร์ลดแสง ทำหน้าที่เหมือนแว่นกันแดดของเลนส์ ช่วยลดปริมาณแสงที่เข้าสู่กล้อง โดยไม่ควรทำให้สีเพี้ยนมากเกินไป

ND Filter สำคัญมากสำหรับคนถ่ายวิดีโอ เพราะเวลาถ่ายวิดีโอ เรามักต้องคุม Shutter Speed ให้อยู่ในค่าที่เหมาะสม เช่น ถ่าย 25fps ใช้ชัตเตอร์ประมาณ 1/50 หรือถ่าย 30fps ใช้ประมาณ 1/60 เพื่อให้ภาพเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติ

แต่ถ้าถ่ายกลางแจ้ง แสงเยอะเกินไป ภาพจะสว่างเกิน การใช้ ND จึงช่วยให้เราคุมค่ากล้องได้โดยไม่ต้องปิดรูรับแสงมากเกินไป

ND ยังเหมาะกับการถ่ายภาพนิ่งบางแนว เช่น

  • ถ่ายน้ำตกให้ไหลนุ่ม
  • ถ่ายทะเลให้ผิวน้ำเรียบ
  • ถ่ายเมฆเคลื่อนไหว
  • ถ่าย Long Exposure กลางวัน

สำหรับมือใหม่สายวิดีโอ ND อาจสำคัญกว่า UV และ CPL ด้วยซ้ำ เพราะมันช่วยให้วิดีโอดูเป็นธรรมชาติและควบคุมแสงได้ดีขึ้น

แล้วมือใหม่ควรซื้อฟิลเตอร์แบบไหนก่อน?

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเราใช้กล้องถ่ายอะไรเป็นหลัก

ถ้าถ่ายทั่วไป และอยากปกป้องเลนส์

เริ่มจาก UV Filter เหมาะกับคนที่อยากใส่ติดเลนส์ไว้ตลอดเวลา ป้องกันรอยและฝุ่น โดยเฉพาะเลนส์ที่ใช้งานประจำหรือพกออกไปข้างนอกบ่อย ๆ

ถ้าชอบถ่ายท่องเที่ยว วิว ท้องฟ้า และน้ำ

เริ่มจาก CPL Filter เพราะ CPL ช่วยให้ภาพวิวดูดีขึ้นชัดเจน ลดแสงสะท้อน และทำให้สีดูมีมิติมากขึ้น เหมาะมากกับสาย Landscape และ Travel

ถ้าถ่ายวิดีโอเป็นหลัก

เริ่มจาก ND Filter หรือ VND Filter เพราะ ND ช่วยคุมแสงให้ถ่ายวิดีโอได้ตามค่าชัตเตอร์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะการถ่ายกลางแจ้ง ถ้าต้องการความสะดวก VND หรือ Variable ND ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะหมุนปรับความเข้มได้

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
สาเหตุที่ฟิลเตอร์ VND สีเพี้ยนบ่อย ๆ เกิดจากอะไร และควรเลือกหรือแก้ยังไง

สาเหตุที่ฟิลเตอร์ VND สีเพี้ยนบ่อย ๆ เกิดจากอะไร และควรเลือกหรือแก้ยังไง

You May Also Like