📩 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงาน คลิกที่นี่

7 วิธีช่วยมือใหม่สำหรับงานไลฟ์สด ให้ราบรื่นขึ้นและง่ายขึ้นมากกว่าเดิม

7 วิธีช่วยมือใหม่สำหรับงานไลฟ์สด การทำไลฟ์สดในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องทำเพราะเป็นการเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจและลูกค้าได้ง่ายที่สุด และสามารถเพิ่มผู้สนใจให้มากขึ้นได้ด้วย ดังนั้นจึงมีกลุ่มผู้เริ่มต้นทำงานไลฟ์เกิดขึ้นทุกวัน ทั้งงานขาย งานสอน การพูดคุยในเรื่องราวที่สนใจร่วมกัน หรือแม้แต่การรวมกลุ่มเพื่อพูดคุยในเรื่องเดียวกัน ซึ่ง 7 วิธีช่วยมือใหม่สำหรับงานไลฟ์สด จะช่วยมือใหม่ในการวางแผนและเตรียมตัวเพื่อให้งาน ไลฟ์สดสำหรับมือใหม่ เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. รู้จักกลุ่มผู้ชมวางเนื้อหาและมีบางช่วงที่ผ่อนคลาย

งานไลฟ์นอกจากจะเป็นเรื่องการไลฟ์ด้วยภาพและเสียง การพูดคุยแบบ พอดแคสต์สด (Podcast Live) ที่ทำเป็นการพูดคุยกันสด ๆ ก็ถือว่าเป็นงานไลฟ์ได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ไลฟ์ต้องมีเป้าหมายและรู้จักกลุ่มผู้ชมหรือกลุ่มผู้สนใจอย่างดี เพื่อที่จะสามารถสื่อสารให้ตรงจุดและให้ผู้ชมได้รับเรื่องราวจากการสื่อสารได้อย่างเต็มที่

เมื่อเข้าใจกลุ่มผู้ชม ผู้ฟังจะสามารถออกแบบเรื่องราว เนื้อหาการพูดคุย และรูปแบบการนำเสนอได้ง่ายขึ้น ทั้งยังถูกใจผู้ที่รับสาร และออกแบบ การนำเสนองานขายผ่านไลฟ์สด ได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ หากมีการพูดคุยเรื่องเครียด หรือมีบรรยากาศการพูดคุยที่เคร่งเครียดเกินไป อาจจะมีช่วงให้ผ่อนคลาย หรือแบ่งการพูดคุยเป็นช่วง ๆ เพื่อให้ผู้ชมไม่รู้สึกอึดอัดก็ได้เช่นกัน

2. เข้าใจเนื้อหาของตัวเองและสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอ 

การไลฟ์แต่ละแบบจะมีวิธีการดำเนินการ การพูดคุย และการดึงความสนใจที่ต่างกัน เช่น งานขายหรือการพูดคุย การสอน การสัมภาษณ์ เนื้อหาที่จะต้องคุยและรูปแบบเรื่องราวการดำเนินรายการจึงต่างกัน ดังนั้นมือใหม่จึงต้องเข้าใจในสิ่งที่จะต้องพูดคุย เข้าใจในสินค้า และเข้าใจเรื่องราวโดยรวมว่าผู้ชมจะได้รับอะไร การคิดว่าคุยไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดประสงค์หรือประเด็นการพูดคุยอาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงความไม่พร้อมของผู้ไลฟ์ได้ (แต่ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การไลฟ์เช่นกัน เพราะอาจจะเป็นการ ไลฟ์สดพูดคุยแบบ Celebrity หรือ ไลฟ์สดแนวสอนออนไลน์ ก็ทำได้เหมือนกันนะ)

3. เลือกสิ่งที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้คุณภาพทั้งงานภาพและเสียงและไม่เกินงบประมาณที่วางไว้ 

นอกจากเรื่องราวที่ต้องการพูดคุย การเตรียมตัวเรื่องคอนเทนต์แล้ว อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการไลฟ์สด ก็มีส่วนที่จะทำให้งานไลฟ์ดูดี น่าสนใจ และดูมืออาชีพได้ ไม่ว่าจะเป็น กล้องสำหรับไลฟ์สดที่ให้ความละเอียดของภาพสูง, ไฟสตูดิโอเสริมสำหรับงานไลฟ์สด ที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างระหว่างการไลฟ์ ทั้งแสงสว่างโดยรวมและเฉพาะจุด รวมถึง ไมค์สำหรับไลฟ์สดที่เก็บเสียงได้ดี และการจัดการด้านเสียงที่เหมาะสม

เช่น เอฟเฟกต์เสียงเวลาพูดคุย, โทนเสียงนุ่ม เสียงชัด, และ กราฟิกระหว่างไลฟ์สด รวมถึงเครื่องมือที่ช่วยให้การทำงานระหว่างไลฟ์ได้คุณภาพทั้งภาพและเสียง จากการใช้ ซอฟต์แวร์ช่วยไลฟ์สด หรือโปรแกรมสำหรับควบคุมเสียงและภาพแบบเรียลไทม์ ซึ่งอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ต้องเลือกให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพและงบประมาณที่ไม่เกินจากที่วางไว้

จะเลือกได้อย่างไรในตอนเริ่มแรก ก็อาจจะต้องศึกษาและหาข้อมูลว่าอุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ตัวไหนใช้อย่างไร ราคาเท่าไหร่ และเหมาะกับการใช้งานประเภทใดนั่นเอง

4. ควบคุมเวลา โฟกัสกับสิ่งที่พูดและสิ่งที่ผู้ชมหรือผู้ฟังจะได้ ไม่ออกนอกเรื่องมากเกินไป

ใช้เวลาให้คุ้มค่า ควบคุมเวลาให้เหมาะสม เพราะการที่ผู้ชมและผู้ที่สนใจเข้ามารับชมหรือรับฟัง การไลฟ์สดสอน, ไลฟ์สดขายของ, หรือ ไลฟ์สดพูดคุยเรื่องที่สนใจ อาจจะต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ผู้ชมจะมีสมาธิและจดจ่ออยู่กับเรื่องที่พูดคุยด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องคำนวณเวลาในแต่ละเรื่องที่จะพูดคุย การสอน หรือการขายสินค้าแต่ละตัวไว้ด้วยว่าน่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่

อาจจะพูดคุยนอกเรื่องเพื่อผ่อนคลาย หรือเชื่อมโยงความสนใจในแต่ละหัวข้อได้ แต่ก็ต้อง ควบคุมเวลาในการไลฟ์สด ไม่ให้เกินจากที่วางแผนมากเกินไป เพื่อรักษาความน่าสนใจและความต่อเนื่องของเนื้อหาในทุกช่วงครับ

5. ถามคำถามหรือกระตุ้นให้เกิดคำถาม เพื่อผู้ชม/ผู้ฟังจะได้แสดงความคิดเห็น กระตุ้นให้มีการโต้ตอบ

ระหว่างการพูดคุยหรือแม้แต่ระหว่างการนำเสนอการขาย นอกจากจะเป็นฝ่ายที่ต้องพูดและนำเสนอแล้ว ผู้ไลฟ์ยังต้องมี เทคนิคการดึงความสนใจของผู้ชมระหว่างไลฟ์สด หรือกระตุ้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม เพราะการไลฟ์เป็นการสื่อสารได้จากทั้งสองทาง จึงต้องเปิดโอกาสให้มีการถามตอบ หรือมีช่วง Interactive ระหว่างไลฟ์สด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชม

ตัวอย่างเช่น บอกให้ผู้ชมกดตัวเลข กดสัญลักษณ์หัวใจ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมอยู่ในบทสนทนา ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ฟัง ซึ่งจะช่วยให้ การไลฟ์สดขายของ หรือการพูดคุยทั่วไปดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

6. ซอฟต์แวร์หรือผู้ให้บริการในการไลฟ์ที่ใช้งานง่าย มีกราฟิก เพื่อให้ดูมืออาชีพ

เครื่องมือที่ดีจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ผู้ช่วยในการไลฟ์ที่สำคัญคือ ซอฟต์แวร์สำหรับไลฟ์สด หรือผู้ให้บริการในการไลฟ์ เช่น การไลฟ์ลงบนแพลตฟอร์มที่ต้องการโดยตรง เช่น Facebook Live, YouTube Live หรือจะใช้บริการที่สามารถ ไลฟ์พร้อมกันหลายแพลตฟอร์ม ก็ได้ เช่น OBS, Restream หรือ StreamYard ซึ่งจะมีลูกเล่นการใช้งานและงานกราฟิกที่โดดเด่น ดูมืออาชีพ และยังใช้งานง่ายอีกด้วย

ดังนั้นมือใหม่จึงต้องเลือก โปรแกรมไลฟ์สดที่ตอบโจทย์การทำงาน มากที่สุด เพื่อให้งานมีคุณภาพทั้งภาพและเสียง และได้ผลงานแบบมืออาชีพมากที่สุดนั่นเอง

7. ฝึกซ้อมการพูด การถามคำถาม หรือการพูดคุยเพื่อเพิ่มความคล่องและความมั่นใจ จะได้ไม่พูดผิดหรือตะกุกตะกัก

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การฝึกซ้อมก่อนไลฟ์สด การพูดคุยหรือเล่าเรื่องนำเสนอเรื่องราวได้อย่างลื่นไหล ต้องมีการฝึกฝน ฝึกซ้อมมาก่อนด้วยเช่นกัน เพราะจะเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพิ่มความคล่องในการพูด การออกเสียง และทำให้ไม่ดูตะกุกตะกัก

และนอกจากจะเตรียมตัวเองแล้ว การ ไลฟ์สดแบบมีผู้ร่วมไลฟ์ ก็ต้องมีการซ้อมพูดคุยและบอกเนื้อหา รวมถึงการเตรียมตัวผู้รับเชิญ บอกคำถามคร่าว ๆ ว่าจะถามอะไร เพื่อให้ได้เตรียมตัวก่อน และผู้ชมจะได้รับชมและรับฟังการไลฟ์ที่ดูลื่นไหล เป็นธรรมชาติมากขึ้น

สนใจ ไฟสตูดิโอ Nanlite สำหรับการไฟล์ สามารถสอบถามได้ที่ COB หรือเป็นเจ้าของได้ที่ร้านกล้องชั้นนำทั่วประเทศ

ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี

Prev
7 เหตุผลทำไมมือใหม่ต้องมีขาตั้งกล้องไว้ใช้งาน

7 เหตุผลทำไมมือใหม่ต้องมีขาตั้งกล้องไว้ใช้งาน

Next
ไลฟ์แล้วหน้ามืด มีเงาดำไม่สวย แก้ได้ด้วยวิธีนี้

ไลฟ์แล้วหน้ามืด มีเงาดำไม่สวย แก้ได้ด้วยวิธีนี้

You May Also Like