ในปัจจุบัน การถ่ายภาพบุคคลเบลอหลัง (Motion Blur Portrait) เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการถ่ายภาพ เพราะช่วยให้ภาพดู สวยงาม แปลกตา และมีความรู้สึกเคลื่อนไหว (Dynamic Look) มากขึ้น เทคนิคนี้ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วย ถ่ายทอดอารมณ์ของภาพ และทำให้ภาพดูมีชีวิตชีวากว่าการถ่ายภาพทั่วไป
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- 1. ดึงความเร็วชัตเตอร์ให้ช้า ปรับรูรับแสงและ ISO — ใช้โหมด M เพื่อควบคุมทุกอย่างด้วยตนเอง
- 2. หมุนกล้องเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เกิดภาพเบลอรอบ ๆ ตัวแบบ
- 3. ให้ตัวแบบอยู่นิ่ง เพื่อให้ใบหน้าคมชัด ไม่เบลอไปกับฉากหลัง
- 4. ใช้ ND ฟิลเตอร์ลดแสง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
- 5. ใช้ฟิลเตอร์ลดแสงคุณภาพสูง เพื่อให้ได้ภาพคมชัดและละลายหลังอย่างมืออาชีพ
- สรุป เทคนิคถ่ายภาพบุคคลแบบ Motion Blur ให้สวยละมุนอย่างมืออาชีพ
ในบทความนี้ เราจะมาแชร์ เทคนิคถ่ายภาพบุคคลเบลอหลัง (Motion Blur Portrait Tips) ที่จะช่วยให้ภาพของคุณออกมาดู เท่ มีสไตล์ และโดดเด่นไม่เหมือนใคร เหมาะทั้งสำหรับ ช่างภาพมือใหม่ ที่อยากลองแนวใหม่ ๆ หรือ สาย Portrait มืออาชีพ ที่ต้องการเพิ่มลูกเล่นให้ผลงาน
1. ดึงความเร็วชัตเตอร์ให้ช้า ปรับรูรับแสงและ ISO — ใช้โหมด M เพื่อควบคุมทุกอย่างด้วยตนเอง
เริ่มต้นจากการตั้งกล้องใน โหมด M (Manual Mode) ซึ่งเป็นโหมดที่ช่วยให้ช่างภาพสามารถ ควบคุมการตั้งค่ากล้องทั้งหมดได้ด้วยตนเอง ทั้ง รูรับแสง (Aperture), ความไวแสง (ISO) และ ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed)
ในการสร้างเอฟเฟกต์ภาพแบบ Motion Blur Portrait ให้เปิด ความเร็วชัตเตอร์ให้ช้าลง เพื่อให้เกิด “การเคลื่อนไหวของฉากหลังแบบฟุ้งเบลอ” แต่ยังคงให้ ตัวแบบหลักคมชัด ไม่หลุดโฟกัส โดยค่าความเร็วชัตเตอร์ที่แนะนำ ได้แก่
📸 1/50, 1/40, 1/30, 1/20 หรือ 1/15 วินาที
ค่าความเร็วระดับนี้จะทำให้กล้อง เปิดรับแสงได้นานขึ้น ส่งผลให้เกิดการเบลอของวัตถุที่เคลื่อนไหวรอบตัวแบบได้อย่างสวยงาม เช่น รถที่วิ่งผ่าน, คนเดิน, หรือแสงไฟในเมืองยามค่ำคืน ทั้งยังช่วยให้ภาพดูมีมิติและ “ความเคลื่อนไหวในความนิ่ง (Dynamic Stillness)” แบบที่นิยมใช้ใน งานถ่ายแฟชั่น และ พอร์ตเทรตมืออาชีพ
2. หมุนกล้องเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เกิดภาพเบลอรอบ ๆ ตัวแบบ
การสร้าง เอฟเฟกต์ภาพเบลอรอบ ๆ ตัวแบบ หรือที่เรียกว่า Motion Blur Effect นั้น เกิดจาก “การเคลื่อนไหวของกล้องหรือวัตถุในขณะถ่ายภาพ” ซึ่งช่วยให้ภาพดูมีพลังและความเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ
เทคนิคนี้สามารถทำได้โดยการ หมุนกล้องหรือแพนกล้อง (Panning Technique) เพียงเล็กน้อยในขณะที่กดชัตเตอร์ โดยให้ โฟกัสอยู่ที่ตัวแบบหลัก เป็นจุดศูนย์กลางของภาพ วิธีนี้จะทำให้ ฉากหลังเบลอเป็นเส้น ขณะที่ตัวแบบยังคงคมชัด ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในงาน ถ่ายภาพบุคคล (Portrait Motion Blur) หรือ ถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว เช่น รถหรือคนเดิน
💡 เคล็ดลับ:
- ใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ไม่เร็วเกินไป เช่น 1/30 หรือ 1/20 วินาที
- จับกล้องให้มั่นคง และหมุนกล้องตามการเคลื่อนไหวของตัวแบบอย่างนุ่มนวล
- ฝึกฝนหลายครั้งเพื่อให้จังหวะการหมุนกล้องและความเร็วของตัวแบบสัมพันธ์กัน
การถ่ายแบบนี้อาจต้อง ฝึกฝนสม่ำเสมอ เพื่อให้จับจังหวะได้พอดี แต่เมื่อทำได้แล้ว ภาพที่ได้จะดู เท่ มีมิติ และสื่อถึงพลังการเคลื่อนไหวได้อย่างสวยงาม เหมือนภาพถ่ายแฟชั่นหรือภาพยนตร์มืออาชีพ
3. ให้ตัวแบบอยู่นิ่ง เพื่อให้ใบหน้าคมชัด ไม่เบลอไปกับฉากหลัง
อีกเทคนิคสำคัญของการถ่ายภาพ Motion Blur Portrait คือ การให้ ตัวแบบอยู่นิ่งขณะถ่ายภาพ เพื่อให้กล้องสามารถ โฟกัสได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะบริเวณ ใบหน้าและดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ชมมักมองเป็นอันดับแรก
เมื่อช่างภาพใช้เทคนิค หมุนกล้องหรือแพนกล้อง (Panning) เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์เบลอรอบ ๆ ตัวแบบ หาก ตัวแบบขยับ ระหว่างการเปิดชัตเตอร์ จะทำให้ใบหน้าเบลอไปด้วย แต่ถ้าตัวแบบ อยู่นิ่งในตำแหน่งเดิม ภาพที่ได้จะมี ใบหน้าคมชัด ในขณะที่ ฉากหลังและวัตถุรอบ ๆ ตัวแบบจะเบลอเป็นเส้น สร้างความรู้สึก เคลื่อนไหวและมีมิติ
💡 เคล็ดลับ:
- สื่อสารกับตัวแบบให้เข้าใจว่า ต้อง “นิ่ง” ขณะกดชัตเตอร์
- ใช้ ความเร็วชัตเตอร์ประมาณ 1/30–1/15 วินาที เพื่อให้เกิดเบลอรอบตัวแบบที่สวยงาม
- ใช้ โฟกัสแบบจุดเดียว (Single Point Focus) เพื่อเน้นความคมชัดที่ใบหน้า
เทคนิคนี้จะช่วยให้ภาพออกมาดู มีโฟกัสชัดเจนในจุดสำคัญ, ตัวแบบดู โดดเด่นออกจากฉากหลัง, และยังคงได้ความรู้สึกของการ เคลื่อนไหวแบบศิลป์ (Artistic Motion Blur) ที่ ช่างภาพมืออาชีพ นิยมใช้
4. ใช้ ND ฟิลเตอร์ลดแสง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
เมื่อเราปรับ ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ให้ช้าลงเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ ภาพเบลอหลัง (Motion Blur) มักจะเกิดปัญหาที่ แสงเข้าสู่เลนส์มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อถ่ายในตอนกลางวันหรือในพื้นที่ที่มีแสงจ้า แม้จะปรับ รูรับแสง (Aperture) ให้แคบลง และลด ISO ลงแล้ว แต่ภาพก็ยัง สว่างเกินไป หรือ โอเวอร์เอ็กซ์โพส (Overexposed)
ในสถานการณ์แบบนี้ ควรใช้ ND Filter (Neutral Density Filter) เข้ามาช่วยจัดการแสง เพราะ ND ฟิลเตอร์ ทำหน้าที่เหมือน “แว่นกันแดดของกล้อง” ช่วย ลดปริมาณแสงที่เข้าสู่เซ็นเซอร์ โดยไม่กระทบต่อสีของภาพ ทำให้สามารถ ดึงความเร็วชัตเตอร์ให้ช้าลง ได้ตามต้องการ
💡 ข้อดีของการใช้ ND Filter ในการถ่าย Motion Blur Portrait:
- ช่วยควบคุมแสงได้แม่นยำแม้ถ่ายในที่กลางแจ้ง
- ทำให้ พื้นหลังเบลอสวย แต่ยังคงให้ ตัวแบบคมชัด
- ใช้ได้ดีทั้งใน การถ่ายภาพบุคคล, ภาพทิวทัศน์ (Landscape) และ ภาพเคลื่อนไหว (Action Shot)
ดังนั้น การมี ND Filter ติดกระเป๋าไว้ ถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณ สร้างเอฟเฟกต์ Motion Blur ได้ง่ายและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องการถ่ายในสภาพแสงที่สว่างจัด
5. ใช้ฟิลเตอร์ลดแสงคุณภาพสูง เพื่อให้ได้ภาพคมชัดและละลายหลังอย่างมืออาชีพ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการถ่ายภาพ Motion Blur Portrait ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือการเลือกใช้ ฟิลเตอร์ ND (Neutral Density Filter) ที่มีคุณภาพสูง เพราะฟิลเตอร์จะช่วย ควบคุมปริมาณแสง, คงความคมชัดของภาพ, และ สร้างเอฟเฟกต์เบลอสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
แนะนำ Nano-X Magnetic Variable ND Filter ND8–ND128 จากแบรนด์ K&F Concept ซึ่งเป็น ฟิลเตอร์ลดแสงคุณภาพสูง ผลิตจาก กระจกออปติคอลเกรดพรีเมียม พร้อม เทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nano Coating) ที่ช่วย กันรอยขีดข่วน, น้ำ, ฝุ่น, และ คราบมัน ได้อย่างดีเยี่ยม
มาพร้อม กรอบอลูมิเนียมน้ำหนักเบา และ ระบบแม่เหล็ก (Magnetic Mount) ที่ช่วยให้ ติดตั้งใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว เพียงดูดติดเข้ากับหน้าเลนส์ก็พร้อมใช้งานทันที มีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 49mm – 82mm รองรับกล้องและเลนส์หลายรุ่น
เพียงใช้ K&F Nano-X ND Filter ตัวนี้ ก็สามารถ ละลายหลัง (Bokeh Effect) ได้อย่างสวยงาม พร้อมสร้าง เอฟเฟกต์ Motion Blur ที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ เหมาะทั้งสำหรับ งานภาพบุคคล, วิดีโอ, และ ภาพแนวศิลป์ ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแสงและรายละเอียด
สรุป เทคนิคถ่ายภาพบุคคลแบบ Motion Blur ให้สวยละมุนอย่างมืออาชีพ
การ ถ่ายภาพบุคคลแบบ Motion Blur เป็นเทคนิคที่สามารถทำตามได้ไม่ยาก เพียงแค่ ปรับความเร็วชัตเตอร์ให้ช้าลง, ขยับหรือหมุนกล้องเพียงเล็กน้อย, และ ใช้ฟิลเตอร์ลดแสง (ND Filter) เข้ามาช่วยควบคุมปริมาณแสงในภาพ
หากถ่ายในช่วงเวลากลางวัน แนะนำตั้งค่า
- รูรับแสง (Aperture) ที่ f/1.8
- ISO 100
- และ ความเร็วชัตเตอร์ (Shutter Speed) ที่ 1/50 วินาที
การตั้งค่านี้จะช่วยให้ แสงเข้าสู่เลนส์กล้องได้พอดี แต่ถ้าภาพยังดูสว่างเกินไป ควรใช้ K&F 49–82mm Nano-X Magnetic Variable ND Filter ND8–ND128 เพื่อช่วย ลดแสงให้เหมาะสม และรักษาความคมชัดของภาพ พร้อมสร้าง เอฟเฟกต์เบลอสวยแบบธรรมชาติ (Motion Blur Effect)
ควรฝึก เทคนิคถ่ายภาพบุคคลเบลอหลัง อย่างสม่ำเสมอ โดย หมุนกล้องเพียงเล็กน้อย และ โฟกัสที่จุดตรงกลางของตัวแบบ เพื่อไม่ให้ภาพเอียงหรือใบหน้าเบลอ เทคนิคนี้สามารถใช้ได้เลย โดยไม่ต้องแต่งภาพในโปรแกรมเพิ่มเติม ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดู แปลกตา นุ่มนวล และสวยแบบมืออาชีพ
สนใจเป็นเจ้าของฟิลเตอร์ K&F หรือต้องการคำปรึกษาในการเลือกฟิลเตอร์ สามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย
เทคนิคถ่ายภาพบุคคล ให้สวยฟุ้งเหมือนซีรีส์เกาหลี !!
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี