ปัจจุบัน ฟิลเตอร์กล้อง มีให้เลือกใช้งานหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น CPL, ND, GND, Black Mist เป็นต้น ซึ่งการเลือกฟิลเตอร์ที่เหมาะสมกับลักษณะของภาพที่ต้องการเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณดูโดดเด่นและมีมิติมากขึ้น ถ้าคุณต้องการถ่ายภาพ Landscape และอยากได้เอฟเฟคเส้นแสงบน สายน้ำ ก็อาจจะใช้ ND Filter เพราะเป็นฟิลเตอร์ที่ช่วยลดแสง แต่ถ้าคุณไม่ต้องการลดแสงมากเกินไปและอยากลดแสงสะท้อนบนผิวน้ำ CPL ก็เป็นตัวเลือกที่ดี หรือถ้าคุณอยากให้ภาพมีเอฟเฟคที่ทำให้ สายน้ำ เป็นเส้นและมี ไฮไลท์ฟุ้งสวย ก็ต้องเลือก ฟิลเตอร์ Black Mist เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
1. เลือกฟิลเตอร์ที่เคลือบสาร Coating
สิ่งสำคัญที่สุดในการถ่ายภาพนิ่ง หรือถ่ายวิดีโอ คือ ความเที่ยงตรงของสี โดยเฉพาะการถ่ายภาพ Landscape ที่ต้องการให้สีของภาพถ่าย น้ำตก, น้ำทะเล ใกล้เคียงกับสีและแสงธรรมชาติมากที่สุด จึงจำเป็นต้องเลือกฟิลเตอร์ที่เคลือบสาร Coating เช่น Nano-Coating หรือ Multi-Coating ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีในแบรนด์ K&F ทำให้ภาพที่ได้คมชัด สีเที่ยงตรง และช่วยให้ภาพดูสมจริงและน่าสนใจมากขึ้น
นอกจากนี้ การถ่ายภาพแนวLandscape ส่วนใหญ่ช่างภาพมักจะลาก สปีดชัตเตอร์ นาน ๆ เพื่อจับการเคลื่อนไหวและสร้างเอฟเฟกต์แบบ เส้นแสง ซึ่งต้องการให้เห็น Movement หรือการเคลื่อนไหวของ ทะเล และ เมฆ ดังนั้นภาพจำเป็นต้องดูสมจริงและดึงดูดสายตาให้ได้
2. เลือกความเข้มของฟิลเตอร์
เมื่อถ่ายภาพ Landscape กลางแจ้ง หรือในที่แสงแดดจ้า ภาพที่ได้จะขาวสว่าง ซึ่งอาจทำให้รายละเอียดของภาพลดลง ช่างภาพสามารถปรับตั้งค่า ISO ให้ต่ำลงได้ แต่หากใช้ฟิลเตอร์กล้องที่สามารถเลือกความเข้มได้ ก็ไม่จำเป็นต้องปรับลด ISO อีกต่อไป ฟิลเตอร์อย่าง Black Mist Filter ของแบรนด์ K&F มีตัวเลือกความเข้มหลายระดับ เช่น 1/2, 1/4, 1/8 (เรียงจากเข้มไปบาง) การเลือกความเข้มของฟิลเตอร์จะช่วยควบคุมแสงที่เข้าสู่เซ็นเซอร์ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพแสงในขณะนั้น
เมื่อได้ความสว่างพอดีแล้ว ช่างภาพสามารถดึง ความเร็วชัตเตอร์ ให้ช้าลงได้ เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคล หรือการถ่ายภาพ Landscape เช่น น้ำตก หรือ น้ำทะเล เพื่อให้ได้เอฟเฟกต์ Movement ที่นุ่มนวลและสวยงามตามต้องการ
3. เลือกฟิลเตอร์ที่ให้เอฟเฟคฟุ้งละมุนเหมือนฝัน
ถ้าอยากได้ภาพ Landscape ฟุ้งสวยละมุนเหมือนฝัน แนะนำให้เลือกใช้ Black Mist Filter เพราะฟิลเตอร์นี้จะให้ เอฟเฟกต์ฟุ้งละมุน โดยหน้าที่ของฟิลเตอร์คือการลด คอนทราสต์ โดยรวม แต่ในขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่ม แสง และ ไฮไลท์ เพื่อให้ความรู้สึกละมุน เหมือนภาพยนตร์
เมื่อใช้ในการถ่ายภาพ Landscape เช่น ถ่ายภาพ ทะเล หรือ น้ำตก ฟิลเตอร์นี้จะช่วยสร้าง เอฟเฟกต์สายน้ำ ที่นุ่มนวลและฟุ้งละมุน เหมือนฝัน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับภาพที่ต้องการบรรยากาศอ่อนโยนและสวยงาม
4. เลือกฟิลเตอร์กระจกคุณภาพสูง
วัสดุของกระจกฟิลเตอร์ที่ดีควรผลิตจาก Optical Glass ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ผลิต กระจกเลนส์ ถ่ายภาพ ทำให้ได้ ความใส และ ความคมชัด ที่ไม่ลดทอนประสิทธิภาพของเลนส์ พร้อมให้คุณภาพในระดับ HD หรือ High Definition เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ ที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดในทุก ๆ ช็อต
5. เลือกคุณสมบัติป้องกันน้ำ ป้องกันฝุ่น กันรอยขีดข่วน
เมื่อเลือกซื้อฟิลเตอร์ ควรเลือกฟิลเตอร์ที่มีคุณสมบัติป้องกัน รอยขีดข่วน, ป้องกันน้ำ, และ ป้องกันฝุ่น เนื่องจากงานถ่ายภาพ Landscape ส่วนใหญ่จะเน้นการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย บางครั้งอาจต้องไปถ่ายใกล้น้ำตก ใกล้น้ำทะเล, มีความชื้น, หรือมี ละอองน้ำ ที่กระจายอยู่ในอากาศ หรือหมอกปกคลุม ฟิลเตอร์ที่มีการเคลือบสาร Coating ช่วยปกป้องหน้าเลนส์และเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพทุกสถานการณ์ ทำให้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เลนส์เสียหาย
สนใจเป็นเจ้าของฟิลเตอร์ K&F หรือต้องการคำปรึกษาในการเลือกฟิลเตอร์ สามารถสอบถามได้ที่ Lnwgadget พร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย
ผู้เขียน

Lnwgadget
แก็ดเจ็ตขั้นเทพ โดยกูรูเพื่อคนรักแก็ดเจ็ตอย่างแท้ทรู ประกันศูนย์ไทย VAT พร้อมส่ง Same Day Delivery* ออกใบกำกับภาษี