
- งานบิวตี้ = สว่างทั้งหมด เพื่อเปิดรายละเอียดทั้งหมด เช่น รีวิวสินค้า , แต่งหน้าโชว์
Studio Lighting Setup Guide — วิธีทำ อ่านข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
- ใช้ไฟสตูดิโอ 1 ดวง (ตั้งด้านหน้า) กับโฟมและรีเฟล็กซ์ (ด้านข้าง)
- ใช้ไฟสตูดิโอ 2 ดวง (ตั้งด้านข้างเฉียงลง 45 องศา)
- ปิดไฟในห้องให้มืดใช้แค่ไฟสตูดิโอ
- งานหนัง = เล่นแสงเล่นเงบางส่วน
วิธีทำ
- ใช้ไฟ 2 ดวง ตั้งด้านข้างเฉียงลง 45 องศา
- เปิดไฟ 2 ดวงต้องไม่เท่ากัน
- ปิดไฟในห้องให้มืดใช้แค่ไฟสตูดิโอ
- ไฟด้านหลังใช้คอมหรือโคมไฟได้
เสริม!! ไฟยิ่งใหญ่ยิ่งใกล้แสงยิ่งนุ่ม โดมยิ่งใหญ่แสงยิ่งนุ่ม เช่นกัน แนวคิดเรื่องแสงนุ่มเป็นส่วนหนึ่งของ Studio Lighting Setup Guide
สรุปเนื้อหาสำคัญ สำหรับ Studio Lighting Setup Guide
- เสริม!! ไฟยิ่งใหญ่ยิ่งใกล้แสงยิ่งนุ่ม โดมยิ่งใหญ่แสงยิ่งนุ่ม เช่นกัน
จัดไฟสตูดิโอให้สวย: เทคนิคเสริมสำหรับงานบิวตี้และงานหนัง
งานบิวตี้ที่ต้องการให้หน้าสว่างเรียบเนียน นิยมใช้การจัดไฟแบบหอยเปิด (Clamshell Lighting) คือวางไฟหลักไว้ด้านหน้าสูงกว่าระดับตาเล็กน้อยแล้วกดมุมลง และวางรีเฟล็กซ์หรือไฟดวงเล็กไว้ใต้คางเพื่อเติมแสงขึ้นมา เงาใต้ตาและร่องแก้มจะจางลง และจะเห็นประกายไฟในดวงตา (Catchlight) ทำให้ดวงตาดูมีชีวิต
ส่วนงานหนังที่ต้องการแสงเงา ให้คิดเสมอว่าแสงในฉากมาจากไหน เช่น หน้าต่าง โคมไฟ หรือจอคอม แล้วจัดไฟหลักให้มาจากทิศเดียวกัน เรียกว่าแสงที่มีที่มา (Motivated Light) ภาพจะดูสมจริงกว่าการวางไฟตามสะดวก ไฟประกอบฉากที่เห็นในภาพ (Practical Light) เช่น โคมไฟหัวเตียง ช่วยเพิ่มมิติให้ฉากหลังได้ดี
ข้อควรระวังเวลาจัดไฟสตูดิโอ
- ไม่ควรผสมไฟคนละอุณหภูมิสีโดยไม่ตั้งใจ เช่น ไฟเพดานสีเหลืองกับไฟสตูดิโอสีขาว เพราะสีผิวจะเพี้ยนต่างกันในแต่ละด้าน
- ไฟหลักที่สูงเกินไปจะทำให้เบ้าตาเป็นเงาดำ ถ้ามองไม่เห็นประกายไฟในตาให้ลองลดความสูงลง
- เลือกไฟที่มีค่าความเที่ยงตรงของสี (CRI) สูง จะช่วยให้สีผิวและสีสินค้าออกมาใกล้ของจริง
- ถ้าไม่มีโดมใหญ่ ใช้ผ้าขาวบางหรือกระดาษไขกั้นหน้าไฟก็ช่วยให้แสงนุ่มขึ้นได้ แต่ควรเว้นระยะจากหัวไฟเพื่อความปลอดภัยจากความร้อน
ก่อนถ่ายจริงให้ถ่ายทดสอบสั้นๆ แล้วเปิดดูบนจอใหญ่ จะเห็นเงาแปลกๆ หรือสีเพี้ยนชัดกว่าการดูจากจอกล้องเพียงอย่างเดียว










