Rode Wireless Go 2 ฟีเจอร์ใหม่ มีจุดเด่นที่ช่วยให้บันทึกเสียงได้คล่องตัวขึ้น ทั้งระยะส่งสัญญาณ การสำรองเสียง การปรับระดับเสียง และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายประเภท

- ส่งสัญญาณไกล 200 เมตร
2. สำรองเสียงในตัว
3. ปรับเสียงได้ 10 ระดับ
4. 2 ตัวส่ง 1 ตัวรับ
5. แยกบันทึกเสียงได้ 2 track
6. ใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมง
7. เชื่อมได้ทั้ง กล้อง,คอม,มือถือ
เจาะลึกฟีเจอร์ใหม่ Rode Wireless Go 2: บันทึกเสียงในตัว Safety Channel และการปรับเสียง
การสำรองเสียงในตัว (On-board Recording) ของ Wireless GO II ทำงานในตัวส่งแต่ละตัว ไม่ต้องใช้การ์ดหน่วยความจำ ตอนเปิดตัวต้นปี 2021 RØDE ระบุว่าบันทึกเสียงแบบบีบอัดได้มากกว่า 24 ชั่วโมงต่อตัวส่ง ภายหลังเฟิร์มแวร์ใหม่ช่วยเพิ่มเป็นมากกว่า 40 ชั่วโมง ส่วนโหมดไม่บีบอัดบันทึกเป็นไฟล์ WAV 48 kHz 24 บิต ได้ราว 7 ชั่วโมง เมื่อพื้นที่เต็ม เครื่องจะบันทึกทับไฟล์เก่าสุดก่อน จึงควรดึงไฟล์ออกมาเก็บหลังถ่ายทุกครั้งผ่านโปรแกรม RØDE Central
ช่องสำรองกันเสียงพีค (Safety Channel) ใช้ได้เฉพาะโหมดรวมเสียง (Merged) ที่ส่งเสียงเดียวกันออกทั้งสองช่อง เมื่อเปิดใช้ ช่องหนึ่งจะถูกลดระดับลง 20 dB ถ้าแหล่งเสียงดังขึ้นกะทันหันจนช่องหลักแตก ยังมีอีกช่องที่เสียงไม่แตกไว้ใช้แทน ส่วนโหมดแยกเสียง (Split) จะส่งตัวส่งแต่ละตัวออกช่องซ้ายและขวาแยกกัน เหมาะกับงานสัมภาษณ์ 2 คน สลับโหมดได้ด้วยการกดปุ่มทั้งสองบนตัวรับค้างไว้ 3 วินาที
- การปรับระดับเสียงขาออก (Gain) บนตัวรับเป็นแบบลดทีละ 12 dB 3 ระดับ คือ 0, -12 และ -24 dB และขยายเป็น 10 ระดับได้ผ่าน RØDE Central ตั้งแต่ 0 ถึง -30 dB ทีละ 3 dB ค่านี้มีผลเฉพาะช่อง 3.5 มม. ไม่มีผลกับช่อง USB-C
- ต่อ iPhone ที่ใช้ช่อง Lightning ต้องใช้สายของ RØDE รุ่น SC15 หรือ SC19 สาย USB-C เป็น Lightning ทั่วไปใช้ไม่ได้ ส่วนมือถือ Android ใช้สาย USB-C เป็น USB-C เช่น SC16
- ไมค์ในตัวส่งเป็นแบบรับเสียงรอบทิศทาง (Omnidirectional) ตอบสนองความถี่ 50 Hz ถึง 20 kHz รับเสียงดังสูงสุด 112 dB SPL
สรุปเนื้อหาสำคัญ
- เชื่อมได้ทั้ง กล้อง,คอม,มือถือ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง รีวิว RODE Wireless Micro สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไมโครโฟนไร้สายคุณภาพสูงที่มืออาชีพต้องมี










